ข้อพิพาทอาณาเขตเหนือรัฐซาบาห์อุบัติขึ้นอีกครั้งเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ทายาทสุลต่านซูลูและพรรคพวกอีก 200 คนของเขา แล่นเรือจากฟิลิปปินส์ไปยังพื้นที่ชายฝั่งในมาเลเซีย และจุดชนวนข้อพิพาทอาณาเขตที่สงบมานานระหว่างสองประเทศขึ้นมาอีกครั้ง
เป็นเวลาหลายปีที่ข้อพิพาทเหนือรัฐซาบาห์ในทางตอนเหนือของเกาะบอร์เนียวเกือบได้รับความสนใจน้อยมาก ฟิลิปปินส์เลือกที่จะเมินเฉยต่อข้อพิพาทนี้อย่างไม่มีกำหนด แม้ก่อนที่มาเลเซียจะทำหน้าที่เป็นผู้เจรจาไกล่เกลี่ยในการเจรจาสันติภาพกับกลุ่มกบฏในทางใต้ก็ตาม
หลังเที่ยงคืนของวันที่ 12 ก.พ. เพียงเล็กน้อย มูดาห์ อัจบิมัดดิน กิแรม ชาวฟิลิปปินส์ และพรรคพวกของเขาได้แล่นเรือจากซิมูนัลในจังหวัดตาวีตาวี กลุ่มหมู่เกาะทางใต้สุดของฟิลิปปินส์ ไปยังจังหวัดลาฮัด ดาตู พื้นที่ชายฝั่งในรัฐซาบาห์
เนื่องจากมีคนจำนวนมากทางการมาเลเซียจึงกันไม่ให้บุคคลเหล่านี้ขึ้นฝั่ง และบอกให้บุคคลเหล่านั้นสละอาวุธ แต่คนกลุ่มนี้ไม่ยอมทำตามคำสั่ง จึงเกิดการเผชิญหน้ากันขึ้น
ความอ่อนไหวของสถานการณ์และผลที่อาจตามมาในสังเวียนระหว่างประเทศ ทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของมาเลเซียไม่ได้จับกุมกลุ่มบุคคลคนดังกล่าวโดยทันที แต่ได้กำหนดเวลาเส้นตายให้กลุ่มถอนตัวออกไปอย่างสงบ
นายเดล โรซาริโอ ขอเวลาระงับการเผชิญหน้าอัลเบิร์ต เดล โรซาริโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เขาได้ขอให้ทางการมาเลเซียขยายกำหนดเวลาเส้นตายออกไปจนถึงวันที่ 27 ก.พ. เพื่อให้ผู้เจรจามีเวลามากขึ้นในการเกลี้ยกล่อมกลุ่มดังกล่าว
รัดจาห์ มูดาห์ ผู้นำกลุ่ม บอกแก่ ฟิลิปปินส์ เดลี่ อินไควเรอร์ ว่าการเดินทางไปยังที่แห่งนั้นเป็นเพียงการกลับสู่บ้านที่รัฐซาบาห์เท่านั้น เขาเสริมว่าไม่มีการสู้รบใด ๆ และว่าเขาเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งของมาเลเซียสื่อสารกับเขาได้ เจ้าหน้าที่คนนี้เรียกเขาว่า "ฯพณฯ ท่าน, ฝ่าพระบาท"
รัดจาห์ มูดาห์ กล่าวว่า พรรคพวกของเขาออกเดินทางไปยังรัฐซาบาห์หนึ่งวันก่อนหน้าที่ ประธานาธิบดีเบนิกโน อาควิโน ที่สาม จะไปเยือนค่ายของแนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโร [MILF] ในจังหวัดสุลต่านกูดารัต เพื่อแจกบัตรรักษาพยาบาลที่ออกโดยรัฐบาล และแจกทุนการศึกษา
เขาได้แสดงออกถึงความไม่พอใจเกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพ โดยกล่าวว่ารัฐบาลปรึกษากับทุกคนยกเว้นพวกเขา เขาย้ำว่ารัฐซาบาห์เป็นของสุลต่านซูลู และมาเลเซียเพียงแต่เช่ารัฐนี้ด้วยเงินจำนวน 5,300 ริงกิตมาเลเซีย หรือ 77,000 เปโซฟิลิปปินส์ [1,890 ดอลลาร์สหรัฐ] ต่อปี
รัฐบาลต้องการทางออกที่สันติอานิฟาห์ อาแมน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของมาเลเซีย ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายเดล โรซาริโอ เมื่อวันที่ 15 ก.พ. และให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลมาเลเซียกำลังเจรจากับชาวฟิลิปปินส์ 200 คนกลุ่มนี้ เพื่อขอให้ถอนตัวออกไปอย่างสงบ
“นอกจากนี้ยังแสดงข้อเท็จจริงให้ทราบด้วยว่า เสนาธิการของกองทัพของเราและผู้บัญชาการทหารของมาเลเซียสามารถแจกแจงได้ว่า การกระทำของชาวฟิลิปปินส์กลุ่มนี้ไม่ได้รับการอนุมัติโดยรัฐบาลฟิลิปปินส์" กระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์กล่าวในแถลงการณ์ฉบับหนึ่ง
นายเดล โรซาริโอ ขอคำรับรองจากทางการมาเลเซียว่าจะให้การเคารพสิทธิ์ของชาวฟิลิปปินส์ที่พำนักอาศัยถาวรอยู่ในรัฐซาบาห์ และของชาวฟิลิปปินส์ผู้ที่อาจอยู่ในกลุ่มนี้
“เกี่ยวกับเรื่องนี้ เราขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเหล่านี้กลับสู่บ้านเรือนและครอบครัวของตน" กระทรวงการต่างประเทศกล่าว
กระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจของฟิลิปปินส์กำลังแลกเปลี่ยนข้อมูลและปรึกษากับเจ้าหน้าที่ของมาเลเซีย เพื่อหาทางออกให้แก่เหตุการณ์นี้ทันที
กระทรวงต่างประเทศยังเสริมอีกว่า “ในขณะเดียวกัน ได้มีการเพิ่มการลาดตระเวนและมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นในน่านน้ำนอกจังหวัดตาวี-ตาวี และเกาะที่อยู่ใกล้เคียง"
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีอาควิโนได้ปฏิเสธที่จะใช้กำลังเพื่อหาทางออกแก่การเผชิญหน้าในรัฐซาบาห์นี้
เขากล่าวว่าการหาทางออกแก่การเผชิญหน้านี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลเสียทั้งหมด และเสริมว่าทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันหาทางออกให้แก่วิกฤตการณ์ในปัจจุบัน และหาทางออกในระยะยาวให้แก่กรณีพิพาทนี้ต่อไป
นายอาควิโนกล่าวขอบคุณในความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างฟิลิปปินส์และมาเลเซีย เพราะ มาเลเซียช่วยทำให้เกิดข้อตกลงสันติภาพกับ MILF
“มาเลเซียเป็นมิตรที่ดีมากต่อเรา และได้ให้การสนับสนุนเราอย่างมาก และในฐานะประเทศพี่น้องในอาเซียน [สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้] เราต้องตอบสนอง"
ซาบาห์เป็นเมืองที่ไม่สงบอีกต่อไปหลังจากที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้นายอาควิโนได้พักประเด็นของรัฐซาบาห์ไว้ก่อน เขากล่าวว่ารัฐบาลกำลังศึกษาประเด็นนี้อยู่ และได้รวบรวมข้อมูลที่มีอยู่แล้ว
นายอาควิโนเอ่ยถึงสนธิสัญญาหรือข้อตกลงที่ลงนามเมื่อปี 2421 ซึ่งมีบทแก้ไขเพิ่มเติมหลายอย่างและได้เขียนไว้ในหลายภาษา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และแม้แต่ภาษาเตาซุก เขายอมรับว่าเอกสารที่มีอยู่ทำความเข้าใจได้ยาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องศึกษาเอกสารเหล่านี้อย่างละเอียด
นายอาควิโนกล่าวว่ารัฐบาลจะตัดสินว่าสุลต่านซูลูเป็นเจ้าของเกาะซูลูหรือไม่ และว่าสุลต่านซูลูได้ยกอำนาจอธิปไตยเหนือเกาะนั้นให้แก่สหรัฐอเมริกาหรือไม่ เมื่อสมัยที่ฟิลิปปินส์อยู่ในอาณานิคมของสหรัฐอเมริกา
“ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ผมได้มอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญศึกษาเรื่องนี้ทั้งหมด และให้จุดยืนที่แน่ชัดทั้งหมดของเรา เราอยู่ตรงไหน และจากสถานะตรงนั้นของเรา เราจะเดินหน้าไปที่ไหน" นายอาควิโนกล่าว
ในเดือนตุลาคม 2555 นายอาควิโนกล่าวว่าเขาไม่ได้อ้างกรรมสิทธิ์เหนือรัฐซาบาห์อีก
“ณ จุดนี้ เรื่องนี้สงบลงแล้ว เว้นเสียแต่ว่าคุณจะสะกิดมันขึ้นมาอีก" นายอาควิโนบอกแก่ผู้สื่อข่าวในขณะนั้น
อาณาเขตมีอุปสรรคมากประเด็นเรื่องรัฐซาบาห์เป็นเงาของความสัมพันธ์ระหว่างฟิลิปปินส์และมาเลเซียมาโดยตลอด
เริ่มแรกเดิมทีนั้น สุลต่านบรูไนเป็นเจ้าของรัฐซาบาห์จนกระทั่งปี 2201 เมื่อสุลต่านยกรัฐดังกล่าวให้แก่สุลต่านซูลู เพื่อจ่ายเป็นค่าตอบแทนแก่สุลต่านซูลูที่ช่วยเหลือในการปราบกบฏในเกาะบอร์เนียว
ในปี 2421 สุลต่านซูลูได้ลงนามในข้อตกลงฉบับหนึ่งกับบริษัท British North Borneo Co. เพื่อให้บริษัทดังกล่าวใช้รัฐซาบาห์ได้ โดยแลกเปลี่ยนกับเงินจำนวน 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี แต่สัญญานั้นมีหลายภาษา ขึ้นอยู่กับภาษาของผู้ลงนาม
สัญญาฉบับภาษาอังกฤษเขียนว่า สุลต่านตกลงที่จะ "อนุญาตและยกให้" บอร์เนียวเหนือ แต่ภาษาเตาซุกเขียนว่า ดินแดนนั้นกำลังถูกให้เช่าแก่ British North Borneo Co.
ในปี 2505 ดิโอสดาโด มาคาปากัล ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ในขณะนั้น ได้ยื่นข้อเรียกร้องเพื่ออ้างกรรมสิทธิ์อย่างเป็นทางการในรัฐซาบาห์ โดยยึดถือการอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนนั้นของทายาทสุลต่านซูลูเป็นหลัก
สิ่งที่ทำให้สถานการณ์นี้ซับซ้อนขึ้นไปอีกก็คือ สหพันธรัฐมาเลเซียรับทอดสัญญาปี 2421 ของบริษัท British North Borneo Co. นี้มาในปี 2506
ประธานาธิบดีเฟอร์ดินันด์ มาร์กอส ผู้สืบทอดตำแหน่งจากมาคาปากัล ได้เพิกเฉยต่อการอ้างสิทธิ์ของฟิลิปปินส์ ในปี 2511 เป็นที่เปิดเผยว่าเขากำลังฝึกผู้ก่อวินาศกรรมชุดหนึ่งบนเกาะคอร์รีกิดอร์ เพื่อให้ทำการแทรกซึมเข้าไปในรัฐซาบาห์ ต่อมามาร์กอสได้ล้มเลิกการอ้างกรรมสิทธิ์ในรัฐซาบาห์ แต่มาเลเซียต้องการให้ฟิลิปปินส์สละการอ้างสิทธิ์นั้นอย่างเปิดเผยและชัดเจนมากขึ้น
หลังจากนั้นเป็นต้นมา ไม่มีการพูดถึงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์ของฟิลิปปินส์เหนือรัฐซาบาห์ ฟิลิปปินส์ไม่เคยออกคำแถลงใด ๆ เพื่อถอนการอ้างสิทธิ์ในรัฐดังกล่าว
ในปี 2542 มาเลเซียเสนอที่จะช่วยรัฐบาลฟิลิปปินส์หาทางออกแก่ปัญหาเกี่ยวกับกลุ่มที่ต้องการแยกตัวออกมาเป็นรัฐอิสระในเกาะมินดาเนา โดยทำหน้าที่เป็นผู้เจรจาไกล่เกลี่ยกับ MILF

ความขัดแย้งเกี่ยวกับรัฐซาบาห์: ไฮแชมมัดดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของมาเลเซีย (คนกลาง) ออกจากการประชุมเกี่ยวกับการเผชิญหน้าที่เกี่ยวข้องกับรัดจาห์ มูดาห์ อัจบิมัดดิน กิแรม และพรรคพวกอีก 200 คน ซึ่งอ้างว่ารัฐซาบาห์เป็นดินแดนของบรรพบุรุษของตน [เอเอฟพี]
ที่มา :
http://apdforum.com/th/article/rmiap/articles/online/features/2013/02/28/philippines-malaysia-sabah