มาเลเซีย ปะทะกองกำลังสุลต่านแห่งซูลู

ข่าวสารวงการการทหารทั่วโลก

Re: มาเลเซีย ปะทะกองกำลังสุลต่านแห่งซูลู

Postby AAG_th1 » 05 Mar 2013 22:59

อย่างที่กล่าวไปในข้างต้นครับ ส่วนตัวคิดว่าเบื้องหลังการปะทะในรัฐซาบาร์ครั้งนี้มีอะไรแปลกๆซ่อนอยู่ครับ
User avatar
AAG_th1
TAF Marshal
 
Posts: 8222
Joined: 19 Jan 2009 09:06
Location: Thailand

Re: มาเลเซีย ปะทะกองกำลังสุลต่านแห่งซูลู

Postby kenshin » 06 Mar 2013 17:20

มาเลเซีย‘เหลว’กวาดล้าง‘ผู้บุกรุก’จากฟิลิปปินส์ไม่สำเร็จ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 มีนาคม 2556 03:48 น.

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของมาเลเซีย อิสมาอิล โอมาร์ ก็ช่วยเพิ่มความสงสัยข้องใจเกี่ยวกับผลสำเร็จของการระดมโจมตีทั้งทางอากาศและภาคพื้นดินของทหารแดนเสือเหลืองคราวนี้ โดยระบุว่า การปฏิบัติการ “กวาดล้าง” ที่ดำเนินมา ยังไม่ได้พบศพผู้เสียชีวิตใดๆ เลยแม้แต่รายเดียว จึงอาจจะมีพวกผู้บุกรุกถืออาวุธอย่างน้อยก็บางส่วน หลบหนีเล็ดลอดไปได้

ก่อนหน้านั้น ในช่วงเช้าวันอังคาร นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ของมาเลเซีย เป็นผู้ที่ออกมาแถลงว่าทหารกำลังเข้ากวาดล้างนักรบเหล่านี้ โดยเขาระบุว่าไม่มีทางเลือกอื่นใดอีก นอกจากใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อยุติวิกฤตความมั่นคงครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศในรอบหลายๆ ปีหลังมานี้ ในเมื่อผู้บุกรุกไม่ยอมจำนน และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 27 คนนับแต่เริ่มเกิดการปะทะกันในวันศุกร์ (1)

หนึ่งวันหลังจากที่ทางการมะนิลาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้น มาเลเซียก็เปิดปฏิบัติการโจมตีตั้งแต่ช่วงฟ้าสางวันอังคาร ต่อพวกผู้อาวุธราว 100-300 คนซึ่งได้บุกรุกและอ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนของมาเลเซีย ในนามของรัฐสุลต่านแห่งซูลู ซึ่งเคยครอบครองพื้นที่ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์

เครื่องบินขับไล่มาเลเซียหลายลำได้ถล่มทิ้งระเบิดใส่นักรบผู้บุกรุกเหล่านี้ซึ่งเข้ามายึดหมู่บ้านตันดูโอ ของรัฐซาบาห์ ดินแดนของมาเลเซียซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะบอร์เนียว จากนั้นก็ใช้กำลังทหารภาคพื้นดินเข้าโจมตีกวาดล้าง ทั้งนี้บริเวณดังกล่าวเป็นเขตเขาซึ่งกลายสวนปาล์มน้ำมันขนาดใหญ่โตกว้างขวาง


มาเลเซียลำเลียงพลเข้าปฏิบัติการกวาดล้างผู้บุกรุกติดอาวุธชาวตากาล็อก แต่ยังไม่สำเร็จ

“ยิ่งการรุกรานคราวนี้ยืดเยื้อนานถึงเท่าใด ก็ยิ่งทำให้พวกเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบแน่ใจว่าพวกผู้รุกรานเหล่านี้ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะล่าถอยออกไปจากซาบาห์เลย” นาจิบระบุในคำแถลงของเขา

ทว่า อับราฮัม อิดจิรานี ผู้ทำหน้าที่เป็นโฆษกให้แก่สุลต่าน จามาลุล คิราม ที่ 3 แห่งซูลู ได้บอกกับทางเอเอฟพีว่า การโจมตีของฝ่ายมาเลเซียกระทำในบริเวณที่ห่างออกไปจากจุดที่เหล่านักรบของพวกเขาอยู่กัน เขาสำทับว่ายังคงสามารถพูดคุยกับตัวหัวหน้าของกลุ่มถืออาวุธเหล่านี้ ภายหลังการโจมตีผ่านไปได้ราว 8 ชั่วโมง

ทางด้าน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของมาเลเซียก็แถลงในช่วงบ่ายวันอังคารว่า หลังจากการโจมตีในตอนแรกแล้ว ทหารก็กำลังเข้าเคลียร์พื้นที่ แต่ยังหาศพผู้บุกรุกไม่ได้เลย

ถ้าหากผู้บุกรุกเหล่านี้สามารถรอดพ้นวงล้อมอันแน่นหนาของตำรวจและทหารมาเลเซียได้จริงๆ ก็น่าจะทำให้กองกำลังความมั่นคงถูกมองว่าไร้ความสามารถในการจัดการกับเรื่องนี้ และยิ่งเพิ่มพูนความหวาดกลัวจากข้อเท็จจริงที่ว่ากลุ่มถืออาวุธอันตรายเหล่านี้ยังคงลอยนวล

วิกฤตคราวนี้บังเกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มพันธมิตรรัฐบาลผสมของมาเลเซียซึ่งปกครองประเทศมาอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 56 ปีแล้ว กำลังใกล้จะต้องจัดการเลือกตั้งทั่วไป โดยที่นักวิเคราะห์ต่างมองกันว่าจะเป็นครั้งที่พวกฝ่ายค้านซึ่งเข้มแข็งขึ้นมามาก สามารถที่จะแข่งขันกับฝ่ายรัฐบาลได้อย่างคู่คี่ที่สุด และฝ่ายค้านก็ไม่ละเลยโอกาสที่จะหยิบยกวิกฤตครั้งนี้ขึ้นมาชี้ให้เห็นความไร้น้ำยาของทางรัฐบาล

จามาลุล คิราม ที่ 3 วัย 74 ปี ที่อ้างตัวเป็นสุลต่านแห่งซูลู และผู้นำของกลุ่มถืออาวุธนี้ กล่าวเมื่อวันอังคารที่กรุงมะนิลาว่าพวกผู้ถืออาวุธ ซึ่งในจำนวนนี้มีน้องชายของเขาด้วยคนหนึ่ง อาสาต่อสู้แม้เหลือเป็นคนสุดท้ายเพื่อปกป้องอุดมคติและแรงบันดาลใจ

กลุ่มผู้บุกรุกได้ซ่องสุมอยู่ในหมู่บ้านดังกล่าวนับจากล่องเรือไปถึงเมื่อเดือนที่แล้ว ตอกย้ำความหละหลวมของระบบรักษาความปลอดภัยแดนเสือเหลือง ตลอดจนภัยคุกคามที่ยังดำรงอยู่อย่างต่อเนื่องของพวกกลุ่มอิสลามิสต์ทางภาคใต้ของฟิลิปปินส์

สำหรับรัฐบาลฟิลิปปินส์นั้น ริกกี้ คารันดัง โฆษกของประธานาธิบดีเบนิโญ อากีโน ได้ออกมาแถลงกล่าวโทษกลุ่มผู้บุกรุกเหล่านี้ ขณะที่ตัวอากีโนเองเชื่อว่า วิกฤตคราวนี้เกิดขึ้นจากพวกฝ่ายค้านในฟิลิปปินส์ที่ให้การสนับสนุนกลุ่มนอกกฎหมาย เพื่อพยายามบ่อนทำลายฝ่ายรัฐบาลก่อนการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาในเดือนพฤษภาคมนี้

รัฐสุลต่านแห่งซูลูนั้นเคยควบคุมดินแดนบางส่วนบนเกาะบอร์เนียว ซึ่งรวมถึงซาบาห์ แต่อำนาจของรัฐสุลต่านแห่งนี้ลดทอนลงตั้งแต่ศตวรรษที่แล้ว กระนั้น บรรดาทายาทต่างยังคงอ้างสิทธิ์ในซาบาห์ที่อุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติ และยังคงได้รับเงินจำนวนเล็กน้อยที่ถือเป็นค่าเช่าจากรัฐบาลมาเลเซีย ตามข้อตกลงเก่าที่รัฐสุลต่านแห่งนี้เคยทำไว้กับเจ้าอาณานิคมตะวันตกในอดีต

ขณะเดียวกัน จนถึงตอนนี้มาเลเซียยังไม่สามารถระบุตัวตนและจำนวนที่แน่นอนของพวกผู้ถืออาวุธเหล่านี้ได้ และฝ่ายค้านวิจารณ์ว่า รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลไม่เหมาะสม อีกทั้งถูกผู้บุกรุกท้าทายโดยไม่ทันตั้งตัว

ก่อนหน้านี้ ซาบาห์เคยถูกบุกรุกโดยพวกหัวรุนแรงอิสลามิสต์และอาชญากรที่เดินทางทางเรือจากฟิลิปปินส์มาหลายครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนรุนแรงเท่าครั้งนี้

อนึ่ง หนังสือพิมพ์ฟิลิปปินส์อินไควเรอร์ รายงานในวันอังคารว่า ฮาบิบ ฮาชิม มุดจาบับ ประธานคณะกรรมการสภาอิสลามของกลุ่มแนวร่วมปลดแอกแห่งชาติโมโร (เอ็มเอ็นแอลเอฟ) อ้างว่า มีชาวบ้านหลายพันคนจากเกาะต่างๆ ทางภาคใต้ฟิลิปปินส์ ลงเรือเล็กมุ่งหน้าสู่ซาบาห์เพื่อช่วยเหลือมิตรสหายผู้ถืออาวุธของพวกเขาซึ่งมีรายงานว่ากำลังถูกทหารมาเลเซียปราบปรามกวาดล้าง

อย่างไรก็ตาม คำกล่าวอ้างนี้ขัดแย้งกับรายงานข่าวจากแหล่งอื่นๆ ซึ่งระบุว่า กองกำลังความมั่นคงทั้งของมาเลเซียและฟิลิปปินส์ได้สกัดกั้นจุดเข้าออกทั้งหลายที่จะเข้าไปยังบริเวณซึ่งพวกผู้ถืออาวุธผู้บุกรุกรวมตัวกันอยู่

http://manager.co.th/Around/ViewNews.as ... 0000027675
kenshin
TAF Marshal
 
Posts: 1429
Joined: 24 Apr 2010 03:03

Re: มาเลเซีย ปะทะกองกำลังสุลต่านแห่งซูลู

Postby littlesly » 06 Mar 2013 17:28

จริงๆแล้ว คิดว่า มาเลคง ต้องการแค่ขู่ เพราะ พวกกบฎ คงไม่มาอยู่ในป่าหลอกครับ คงอยู่ในหมู่บ้าน หรือ แหล่งชุมชนนั้นแหละ ไม่งั้นจะเอาอะไรกิน คงไม่มีประเทศไหน กล้าทิ้งระเบิดใส่ หมูบ้านหรือแหล่งชุมชม ของ ตัวเองยกเว้นกรณ๊สงครามกลางเมือง แบบ ตะวันออกกลาง มาเลคง ทิ้งระเบิด+ ยิง ค ถล่ม พื้นที่ว่างเปล่าแถบๆนั้น ขู่
littlesly
 

Re: มาเลเซีย ปะทะกองกำลังสุลต่านแห่งซูลู

Postby Kevlar » 07 Mar 2013 10:27

เดือด! นักรบกบฏปินส์ข้ามทะเลเสริมทัพกลุ่มติดอาวุธซูลูสู้ทหารมาเลย์

Image

แกนนำกลุ่มกบฏในฟิลิปปินส์เผย นักรบของกลุ่มจำนวนหนึ่ง เดินทางข้ามทะเลไปช่วยกลุ่มติดอาวุธซูลู ในรัฐซาบาห์ของมาเลเซียแล้ว...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 6 มี.ค. อ้างการเปิดเผยของหนึ่งในแกนนำกลุ่มกบฏ 'โมโร' ซึ่งมีกำลังรบเข้มแข็งในประเทศฟิลิปปินส์ว่า นักรบของกลุ่มจำนวนหนึ่ง เดินทางถึงมาเลเซียเพื่อช่วยกลุ่มติดอาวุธ ของชายซึ่งอ้างว่าเป็นทายาทของสุลต่านแห่งรัฐซูลูในอดีตแล้ว หลังจากรัฐบาลมาเลย์ตัดสินใจส่งกำลังทหารเข้าปราบปรามเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

นักรบดังกล่าวเป็นหน่วยต่อสู้ประสบการณ์สูงของกลุ่ม แนวหน้าปลดปล่อยแห่งชาติโมโร (เอ็มเอ็นแอลเอฟ) ซึ่งเป็นกลุ่มที่เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลฟิลิปปินส์มายาวนานหลายทศวรรษ ก่อนที่จะลงนามสนธิสัญญาสันติภาพเมื่อปี 1996 แต่ยังไม่ยอมวางอาวุธอย่างเต็มรูปแบบ

Image

มูฮาจาบ ฮาชิม ประธานสภาบัญชาการอิสลามของกลุ่มเอ็มเอ็นแอลเอฟ เผยว่า นักรบจำนวนมากเล็ดลอดเข้าไปเสริมกำลังแก่กลุ่มติดอาวุธซูลูในรัฐซาบาห์แล้ว โดยที่กองกำลังความมั่นคงของมาเลเซียไม่รู้ เนื่องจากนักรบกลุ่มนี้มีความชำนาญพื้นที่มากกว่า เนื่องจากเคยฝึกฝนที่พื้นที่นี้มาก่อน "เราคาดว่านักรบอีกจำนวนมากจะเข้าร่วมการต่อสู้ด้วย ถึงแม้กลุ่มจะออกคำสั่งห้ามก็ตาม" ฮาชิมกล่าว

นายฮาชิม ไม่สามารถระบุจำนวนนักรบที่เดินทางไปร่วมต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธซูลูได้ แต่กล่าวว่า นักรบจำนวนหลายพันคน แสดงความสนใจว่าอยากไปร่วมการต่อสู้ครั้งนี้

Image

ทั้งนี้ รัฐบาลมาเลเซียตัดสินใจส่งทหารเข้าปราบปรามกลุ่มติดอาวุธผู้บุกรุกจากฟิลิปปินส์ โดยส่งกำลังทหารและยุทโธปกรณ์รวมถึงเครื่องบินรบ เข้าไปยังหมู่บ้านตันดูโอ ในรัฐซาบาห์บนเกาะบอร์เนียว เมื่อ 07.00 น. วันอังคารที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี กลุ่มผู้สนับสนุนกองกำลังซูลูอ้างว่า กลุ่มติดอาวุธซึ่งคาดว่ามีประมาณ 100-300 คน สามารถหลบรอดการโจมตีเมื่อวันอังคารได้ ด้านสำนักข่าวเบอร์นามาระบุว่า กองกำลังความมั่นคงนำกำลังออกตรวจค้นตามบ้านเรือนและทุ่งนาในบริเวณดังกล่าวหา เพื่อหากลุ่มติดอาวุธที่หนีไป

อนึ่ง กองกำลังติดอาวุธ นำโดยนายราจา มูดา อักบิมุดดิน คีราม พี่น้องของนายจามาลุล คีราม ที่ 3 ผู้อ้างตัวว่าเป็นทายาทแห่งรัฐสุลต่านซูลูในอดีต ซึ่งมีดินแดนอยู่บนเกาะทางใต้ของฟิลิปปินส์ และพื้นที่บางส่วนของรัฐซาบาห์ ข้ามทะเลมาจากเกาะทางใต้ของฟิลิปปินส์ และก่อเหตุยึดหมู่บ้าน 2 แห่งในมาเลเซียตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ. และเรียกร้องให้รัฐบาลยอมรับคำกล่าวอ้างเป็นเจ้าของพื้นที่ดังกล่าวของซูลู

ระหว่างนั้น เกิดเหตุยิงปะทะระหว่างกลุ่มติดอาวุธซูลูกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 1 มี.ค. ที่หมู่บ้านตันดูโอ มีนักรบกลุ่มติดอาวุธเสียชีวิต 12 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 นาย ต่อมาในวันเสาร์ เกิดเหตุปะทะกันขึ้นอีกครั้งที่เมืองเซมปอร์นา ซึ่งห่างจากหมู่บ้านตันดูโอราว 300 กม. มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 6 นาย ขณะที่กลุ่มมือปืน ซึ่งคาดว่าเกี่ยวข้องกับผู้บุกรุกจากฟิลิปปินส์ เสียชีวิต 6 ราย จากนั้นมีรายงานว่า มือปืนอีกคนหนึ่งถูกชาวบ้านรุมทุบตีจนเสียชีวิต

Image
เนอร์ มิซูอาริ ประธานกลุ่มแนวหน้าปลดปล่อยแห่งชาติโมโร ชูมือนาย จามาลุล คีราม ที่ 3 หลังการพูดคุยเมื่อวันอังคาร

Image
ชาวฟิลิปปินส์ผู้สนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มติดอาวุธซูลู ชุมนุมประท้วงที่หน้าสถานทูตมาเลเซียในเมืองมากาติ ทางตะวันออกของกรุงมะนิลา


http://www.thairath.co.th/content/oversea/330679
จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา
ชาติเกียรติวินัยกล้าหาญอดทน
User avatar
Kevlar
TAF Marshal
 
Posts: 1019
Joined: 02 Jul 2010 21:06

Re: มาเลเซีย ปะทะกองกำลังสุลต่านแห่งซูลู

Postby parachutes » 07 Mar 2013 11:01

ไม่ได้เห็นด้วยกับความขัดเเย้งนะ
เเต่ก็น่ายินดีที่มาเลฯจะเข้าใจกับสิ่งที่เกิดกับหลายประเทศมากขึ้น
parachutes
Colonel of Battalion
 
Posts: 421
Joined: 06 Oct 2010 00:33

Re: มาเลเซีย ปะทะกองกำลังสุลต่านแห่งซูลู

Postby MIG31 » 07 Mar 2013 13:37

ต้องติดตามกันต่อไปครับว่า อยู่ดีๆจะโผล่มารุกโดยซึ่งๆหน้าไม่มีทางสู้ได้แน่นอน ทางมาเลฯเองก็คงต้องเด็ดขาดเพื่อข่มการเข้ามาสนับสนุน

แต่รบโดยมีแต่คน ไม่มีอาวุธหนุน ไม่มีแนวร่วม กองกำลังที่ไหนจะไปกล้า แสดงว่าต้องมีอะไรดีๆแน่ถึุงกล้าลุยกับเสือเหลืองที่มีเขตแดนชัดเจน

คิดว่าการเข้ามาทวงดินแดนของกองกำลังซูลูครั้งนี้คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแหง

เพราะพื้นที่รัฐซาบาร์ใกล้พื้นที่พิพาทเกาะสแปร์ลีย์ซะด้วยแถมมีหลายชาติเป็นคู่กรณี ถ้าคนในพื้นที่เห็นต่างเสือเหลืองคงลำบากแน่ครับ อีกทั้งยังมีกองกำลังทั้งในฝั่งฟิลิปินและอินโดฯเคลื่อนไหว เรียกว่ามาเลฯไม่รู้จะโดนใครเล่นเพราะเป็นได้เยอะ
" น่าอิจฉาที่ตายยังใช้เงินไม่หมด น่าสลดที่เงินหมดแต่ยังไม่ตาย "
User avatar
MIG31
TAF Marshal
 
Posts: 1368
Joined: 23 Feb 2009 19:43

Re: มาเลเซีย ปะทะกองกำลังสุลต่านแห่งซูลู

Postby littlesly » 07 Mar 2013 14:23

อันนี้เป็นข้อสังเกตุเล็กๆน้อยๆ ไม่เดี่ยวกับ กระทู้ สังเกตุไหมครับว่า ทหาร ตำรวจ มาเล ดู อาวุธและ เครื่องแบบ อุปกรณ์ ถ้าเทียบกับเราแล้ว ของเราดูหล่อกว่า
littlesly
 

Re: มาเลเซีย ปะทะกองกำลังสุลต่านแห่งซูลู

Postby rnp » 07 Mar 2013 16:17

กรรมตามสนองเข้าให้แล้ว



littlesly wrote:อันนี้เป็นข้อสังเกตุเล็กๆน้อยๆ ไม่เดี่ยวกับ กระทู้ สังเกตุไหมครับว่า ทหาร ตำรวจ มาเล ดู อาวุธและ เครื่องแบบ อุปกรณ์ ถ้าเทียบกับเราแล้ว ของเราดูหล่อกว่า

ตอนแรกคิดว่าอุปกรณ์ต่างๆจะดีกว่าเราซะอีก



Kevlar wrote:
Saengthong wrote:
littlesly wrote:ข่าวจาก BBC แจ้งว่า มาเล จัดหนักครับ ใช้ ทั้ง ฮ และ บ F 18 and Hawk โจมตี กับทหารอีก เจ็ดกองพัน ผมว่าเดี๋ยวงานจะเข้า มาเล เพราะ จัดหนักเกิน
http://www.bbc.co.uk/news/world-asia-21665135

สิทธิมนุษยชน 555 :lol:


:D ตามหา NGO ด่วนเลย องค์กรต่างประเทศควรเข้ามาดูแล 8-) 8-)

มาเลย์กลัวที่ไหน
rnp
Caption Wannabe
 
Posts: 173
Joined: 08 Jul 2012 15:49

Re: มาเลเซีย ปะทะกองกำลังสุลต่านแห่งซูลู

Postby AAG_th1 » 07 Mar 2013 18:51

เท่าที่กลับไปค้นประวัติความขัดแย้งในพื้นที่รัฐซาบาร์มานั้น มาเลเซียเคยถูกคุกคามจากกองกำลังติดอาวุธท้องถิ่นในเขตนี้มาหลายครั้งแล้วครับ
กรณีหนึ่งที่โด่งดังคือเหตุการณ์กลุ่มอาบูไซบยาฟในเกาะตอนใต้ฟิลิปินส์ลงเรือมาจับตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติในมาเลเซียเป็นตัวประกันเมื่อปี 2001 และหลายปีถัดมาการจับตัวประกันต่างชาติก็รุนแรงขึ้นหลังเหตุการณ์ 9/11 ซึ่งฟิลิปปินส์ก็ร่วมมือกับหน่วยรบพิเศษสหรัฐฯในการปราบกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มนี้มาแล้วหลายครั้ง

กลุ่มกบฏในหมู่เกาะทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์นั่นมีหลายกลุ่มมากๆที่เคลื่อนไหวในแถบบังซาโมโร ซึ่งประกอบด้วยเกาะโกโล บาซิลัน และมินดาเนา ร่วมถึงหมู่เกาะซูลูซึ่งประชาการส่วนใหญ่นับถืออิสลาม กองกำลังกลุ่มต่างๆมีการต่อสู้กับรัฐบาลฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นคาทอลิกที่อยู่ทางหมู่เกาะตอนเหนือเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศมานานมากกว่า ๔๐ปี ก่อนจะมีการเจรจาลงนามสันติโดยมีมาเลเซียเป็นคนกลางเมื่อไม่นานมานี้

อย่างที่เคยกล่าวไปแล้วครับว่าตอนนี้ประเทศในกลุ่ม ASEAN โดยเฉพาะล่าสุดคือมาเลเซียกำลังเผชิญกับภัยคุกคามทางความมั่นคงร่วมกันที่เป็น "กลุ่มติดอาวุธท้องถิ่น" ครับ
User avatar
AAG_th1
TAF Marshal
 
Posts: 8222
Joined: 19 Jan 2009 09:06
Location: Thailand

Re: มาเลเซีย ปะทะกองกำลังสุลต่านแห่งซูลู

Postby rnp » 17 Mar 2013 17:28

ความรุนแรงใน‘ซาบาห์’กระทบการเมืองมาเลเซีย (ตอนแรก)

(เก็บความจากเอเชียไทมส์ออนไลน์ www.atimes.com)

Quagmire politics in Sabah
By Nile Bowie
12/03/2013

ในขณะที่ความตึงเครียดกำลังร้อนระอุในรัฐซาบาห์ของมาเลเซีย ภายหลังการเผชิญหน้ากันระหว่างพวกถืออาวุธซึ่งมาจากภาคใต้ของฟิลิปปินส์ กับกองทหารตำรวจของแดนเสือเหลือง การปฏิบัติการด้วยกำลังรุนแรงของกลุ่มผู้ถืออาวุธ ก็นำไปสู่การยอมรับในข้อกล่าวอ้างสันนิษฐานที่ว่า ความขัดแย้งคราวนี้เป็นสิ่งที่ผลิตขึ้นมาเพื่อมุ่งก่อกวนสร้างความยุ่งยากในช่วงจังหวะเวลาซึ่งการเมืองมาเลเซียกำลังมีความอ่อนไหว เวลานี้มีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยว่า ถ้าหากวิกฤตแผ่ลามกว้างขวางออกไป ก็อาจถึงขั้นชะลอการจัดการเลือกตั้งทั่วไปของมาเลเซียได้ทีเดียว

*ข้อเขียนชิ้นนี้แบ่งเป็น 2 ตอน นี่คือตอนแรก *

กัวลาลัมเปอร์ – ความตึงเครียดยังคงระอุรุนแรงในรัฐซาบาห์ของมาเลเซีย ซึ่งเป็นดินแดนที่ตั้งอยู่ตอนเหนือสุดของเกาะบอร์เนียว และอยู่ทางด้านตะวันออกของประเทศ ทั้งนี้ภายหลังจากได้เกิดการประจันหน้ากันระหว่างกลุ่มผู้ถืออาวุธซึ่งเดินทางมาจากเกาะทางภาคใต้ของฟิลิปปินส์ที่อยู่ใกล้ๆ กัน กับกองกำลังความมั่นคงของมาเลเซีย

ตามตัวเลขที่มีการระบุออกมานั้น กลุ่มผู้ถืออาวุธเหล่านี้ ซึ่งมีจำนวน 235 คน ได้อาศัยเรือเล็กเดินทางมาขึ้นบกในบริเวณด้านตะวันออกของรัฐซาบาห์เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ จากนั้นก็เข้ายึดหมู่บ้านเอาไว้หลายแห่ง ในความพยายามที่จะประกาศอ้างสิทธิอันตกทอดมายาวนานหลายร้อยปีแล้ว เพื่อครอบครองเป็นเจ้าของอาณาบริเวณนี้

ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายหนึ่งว่าเป็นผู้ที่เปิดฉากลั่นกระสุนนัดแรก แต่ทันทีที่การเผชิญหน้าทำให้มีตำรวจของมาเลเซียบาดเจ็บล้มตาย กองทัพมาเลเซียก็ส่งหมู่เครื่องบินขับไล่เข้ามา และดำเนินการโจมตีทางอากาศอย่างรุนแรงชนิดที่ไม่เคยทำมาก่อน เพื่อผลักดันกวาดล้างกลุ่มผู้ถืออาวุธเหล่านี้ มีรายงานว่าพวกถืออาวุธจากภาคใต้ฟิลิปปินส์ถูกสังหารไปอย่างน้อยที่สุด 52 คน นอกจากนั้นตำรวจมาเลเซียก็ถูกฆ่าตายไปหลายคน โดยที่มีรายงานว่าพวกผู้ถืออาวุธได้ตัดศีรษะศพของตำรวจเหล่านี้ด้วย

ญามาลุล คิราม ที่ 3 (Jamalul Kiram III) สุลต่านแห่งซูลู (Sultan of Sulu) ซึ่งปัจจุบันพำนักอาศัยอยู่ในกรุงมะนิลา เป็นผู้คอยกำกับชี้นำการก่อความไม่สงบคราวนี้จากภายนอกในสถานที่ห่างไกล ขณะที่น้องชายของเขา อักบิมุดดิน คิราม (Agbimuddin Kiram) เป็นผู้นำการปฏิบัติการภาคพื้นดินในซาบาห์ สุลต่านแห่งซูลู ในฐานะผู้ปกครองอาณาจักรสุลต่านแห่งซูลู ซึ่งปัจจุบันล่มสลายไปหมดสิ้นแล้ว กล่าวอ้างยืนยันว่าซาบาห์เป็นดินแดนส่วนหนึ่งของเขา และอาณาจักรสุลต่านแห่งนี้จะไม่ยอมถอยเลยในการประกาศอ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนบริเวณนี้ แม้กระทั่งว่าคนของเขาจะถูกเข่นฆ่าสังหารจากการประจันหน้ากับกองกำลังทหารตำรวจมาเลเซีย

รายงานก่อนหน้านี้ของเอเชียไทมส์ออนไลน์ เป็นรายแรกๆ ซึ่งเสนอข่าวว่า พวกผู้ถืออาวุธได้ส่งอีเมลไปถึงเหล่าเจ้าหน้าที่รับผิดชอบของฝ่ายมาเลเซีย โดยที่มีรูปภาพตำรวจมาเลเซียถูกตัดศีรษะแนบไปให้ด้วย กลุ่มผู้ถืออาวุธเหล่านี้เรียกตนเองว่าเป็น “กองกำลังอาวุธประจำองค์สุลต่านแห่งซูลู” พวกเขาระบุว่าพวกเขาเป็นตัวแทนของอาณาจักรสุลต่าน ซึ่งเคยเป็นผู้ควบคุมดินแดนซาบาห์มาหลายร้อยปี ก่อนที่จะทำสัญญาเช่าพื้นที่เหล่านี้ให้แก่บริษัท บริติช นอร์ท บอร์เนียว คอมพานี (British North Borneo Company) ของพวกนักล่าอาณานิคมเมื่อปี 1878 ต่อมารัฐบาลอังกฤษได้เปลี่ยนฐานะของดินแดนบริเวณนี้ซึ่งในตอนนั้นเรียกขานกันว่า นอร์ท บอร์เนียว (North Borneo) ให้เป็นรัฐอารักขาของตน (protectorate) ในปี 1888 จนกระทั่งถึงปี 1963 อังกฤษจึงได้ยกดินแดนนี้ให้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศมาเลเซียที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่ (มาเลเซียในตอนเริ่มก่อตั้ง ประกอบด้วย สหพันธรัฐมลายา ซึ่งก็คือรัฐต่างๆ ของมาเลเซียที่อยู่บนแผ่นดินใหญ่ในปัจจุบัน โดยที่ มลายา มีฐานะเป็นชาติเอกราชมาตั้งแต่ปี 1957 แล้วมาบวกกับดินแดนที่ยังคงอยู่ในปกครองของอังกฤษอีก 3 แห่ง ได้แก่ สิงคโปร์, ซาบาห์, และซาราวัก อย่างไรก็ดี ในอีก 2 ปีต่อมา คือในปี 1965 สิงคโปร์ได้แยกตัวออกจากมาเลเซียไปเป็นประเทศเอกราช –ผู้แปล)

ในเวลานั้น ฟิลิปปินส์ได้คัดค้านและท้าทายการดำเนินการของอังกฤษ โดยระบุว่าอังกฤษไม่ได้มีฐานะเป็นเจ้าของ จึงไม่มีอำนาจที่จะโอนกรรมสิทธิ์การครอบครองซาบาห์ไปให้มาเลเซีย อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการชุดหนึ่งของอังกฤษได้รายงานเมื่อปี 1962 ว่า ประชากรถึงราวสองในสามของที่นั่นต้องการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมาเลเซีย และหลังจากก่อตั้งประเทศแล้ว รัฐบาลมาเลเซียยังได้เริ่มจ่ายเงินประจำปีจำนวนไม่มากนัก ให้แก่พวกทายาทของอาณาจักรสุลต่านแห่งซูลู ในฐานะเป็นค่าชดเชยที่พวกเขายอมสละสิทธิ์ในดินแดนนี้ โดยที่การกระทำเช่นนี้ยังคงดำเนินสืบเนื่องเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ในตอนแรกทีเดียว มาเลเซียพยายามใช้ไม้อ่อนในการจัดการกับพวกกลุ่มถืออาวุธชาวฟิลิปปินส์ โดยเสนอโอกาสให้พวกเขาวางอาวุธและจากไปอย่างสันติ แต่ท่าทีเช่นนี้ได้ถูกฝ่ายต่างๆ จำนวนมากวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ตลอดจนกองทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติของมาเลเซียว่า ยังคงแสดงท่าทีอ่อนปวกเปียกหลังจากที่ปล่อยปละให้กลุ่มถืออาวุธเหล่านี้เล็ดลอดแทรกซึมเข้ามาในดินแดนมาเลเซียแล้ว ตอนแรกๆ พวกสื่อมวลชนท้องถิ่นเรียกขานกลุ่มผู้ถืออาวุธเหล่านี้ว่าเป็น “กลุ่มผู้บุกรุก” แต่ไม่ช้าไม่นานหลังจากพวกผู้ถืออาวุธเหล่านี้ทำการยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของแดนเสือเหลืองแล้ว มาเลเซียก็เริ่มเรียกกลุ่มนี้ว่าเป็น “ผู้ก่อการร้าย”

นายกรัฐมนตรีนาจิบ ได้มอบอำนาจให้กองกำลังความมั่นคงดำเนินการโจมตีตอบโต้อย่างดุเดือดรุนแรง พร้อมกับยื่นคำขาดให้พวกผู้อาวุธเหล่านี้ต้องวางอาวุธยอมจำนนโดยไม่มีข้อต่อรอง ภายหลังการโจมตีทางอากาศของกองทัพมาเลเซีย คิราม ได้แถลงต่อสื่อมวลชนฟิลิปปินส์ว่า ตัวเขาไม่สามารถที่จะติดต่อกับน้องชายของเขา ซึ่งก็คือ อักบิมุดดิน คิราม ที่เป็นผู้นำของกลุ่มติดอาวุธที่บุกเข้าไปในซาบาห์ สุลต่านผู้พำนักอาศัยอยู่ในกรุงมะนิลาผู้นี้บอกด้วยว่าเขามีความวิตกห่วงใยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับความปลอดภัยของ “กองกำลังอาวุธประจำองค์สุลต่าน” ของเขาในซาบาห์ และขอเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิง อย่างไรก็ดี นาจิบยืนกรานว่าเขาจะไม่พิจารณาการร้องขอใดๆ ทั้งสิ้นจนกว่าพวกผู้ถืออาวุธในซาบาห์จะส่งมอบอาวุธให้แก่เจ้าหน้าที่รับผิดชอบของมาเลเซีย และยอมจำนนเท่านั้น

**เสียงเพรียกร้องหาสงคราม**

รัฐบาลฟิลิปปินส์ภายใต้ประธานาธิบดีเบนิโญ อากีโน นั้น ประกาศจุดยืนอยู่ข้างเดียวกับมาเลเซีย และพูดย้ำคำเรียกร้องของแดนเสือเหลืองที่ให้พวกลูกน้องบริวารของ คิราม ยอมจำนน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มีการนองเลือดมากขึ้นอีก อากีโนยังพูดถึงการพิจารณาลงโทษสุลต่านผู้นี้และคนของเขา ในความผิดฐานบงการให้เกิดการกบฏด้วยกำลังอาวุธขึ้นในซาบาห์ แต่ปรากฏว่าเรื่องนี้เผชิญปฏิกิริยาต่อต้านไม่พอใจจากภายในฟิลิปปินส์เอง กระทั่งทำท่าจะกลายเป็นการอันตรายต่อข้อตกลงสันติภาพอันบอบบาง ซึ่งรัฐบาลลงนามไว้กับพวกกลุ่มติดอาวุธแบ่งแยกดินแดนในภาคใต้ฟิลิปปินส์ ที่แสดงความเห็นอกเห็นใจกับการต่อสู้ของคิราม ทั้งนี้ นักรบของสุลต่านผู้นี้ส่วนใหญ่แล้วเป็นคนชาติพันธุ์ ตาวซัก (Tausug) จากเขตซูลู ของฟิลิปปินส์ นักรบเหล่านี้จำนวนหนึ่งได้เข้าเป็นพันธมิตรกับ แนวร่วมปลดแอกแห่งชาติโมโร (Moro National Liberation Front ใช้อักษรย่อว่า MNLF) กลุ่มกบฏซึ่งได้ทำการต่อสู้และทำการเจรจากับกรุงมะนิลามาอย่างยืดเยื้อยาวนาน เพื่อเรียกร้องสิทธิปกครองตนเองเหนือดินแดนต่างๆ ในภาคใต้ของฟิลิปปินส์

นูร์ มิซูอารี (Nur Misuari) ผู้นำของแนวร่วมปลดแอกแห่งชาติโมโร (MNLF) ออกมาแถลงเตือนรัฐบาลอากีโนว่าจะเกิดความปั่นป่วนวุ่นวายอย่างแน่นอน ถ้าหาก คิราม ถูกจับกุม หรือคนของเขาถูกคุมขัง มิซูอารี เป็นผู้ก่อตั้ง MNLF ในปี 1969 ด้วยจุดมุ่งหมายที่จะก่อตั้งชาติเอกราชซึ่งผู้คนมีความเท่าเทียมกันขึ้นในภูมิภาคด้านตะวันออกสุดของฟิลิปปินส์ อันประกอบด้วยเกาะมินดาเนา (Mindanao), ปาลาวัน (Palawan), และ ซูลู (Sulu) องค์การแห่งนี้ประกาศคำสอนเรื่องขันติธรรมทางศาสนาอยู่เป็นระยะๆ อีกทั้งสมาชิกก็มีทั้งชาวมุสลิม, คริสเตียน, และผู้เลื่อมใสศรัทธาความเชื่อแบบพื้นบ้านดั้งเดิม

สำหรับ กลุ่มอบู ไซยาฟ (Abu Sayyaf Group หรือ ASG) ซึ่งก็เคลื่อนไหวต่อสู้มุ่งแบ่งแยกดินแดนแถบนี้เป็นชาติเอกราชเช่นกัน แต่ขึ้นชื่ออื้อฉาวในเรื่องใช้ความรุนแรงอย่างโหดร้ายและเข่นฆ่าผู้คนนั้น เป็นกลุ่มที่แตกตัวออกมาจาก MNLF กลุ่มอบู ไซยาฟ ยังมีสายสัมพันธ์เชื่อมโยงกับเครือข่ายอัลกออิดะห์ ตลอดจนเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางจากพฤติการณ์จับชาวต่างชาติไปเป็นตัวประกันเรียกค่าไถ่ ทั้งนี้ในรายงานลับทางการทูตของสหรัฐฯฉบับหนึ่งที่ถูกนำมาเปิดโปงโดย วิกิลีกส์ (WikiLeaks) เว็บไซต์จอมแฉ ได้กล่าวพาดพิงว่ามีเอกอัครราชทูตของซาอุดีอาระเบียประจำฟิลิปปินส์คนหนึ่ง ให้ความสนับสนุนพวกเครือข่ายผู้ก่อการร้ายชาวฟิลิปปินส์ ด้วยการให้เงินสดผ่านทางองค์กรการกุศลทางศาสนาหลายๆ องค์กร

ระหว่างแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเมื่อเร็วๆ นี้ มิซูอารีกล่าวย้ำว่า “มีเหตุผลอะไรที่ทำให้เขา (ประธานาธิบดีอากีโน) นำพาประเทศนี้ (ฟิลิปปินส์) ไปจับมือเป็นพันธมิตรกับมาเลเซีย ซึ่งเป็นมหาอำนาจอาณานิคมที่กำลังยึดครองดินแดนของประชาชนของเราอยู่? ผมขอคัดค้านเรื่องนี้ ขอคัดค้านอย่างสิ้นเชิงด้วยจิตวิญญาณทั้งหมดของผม ผมหวังว่าท่านประธานาธิบดีจะได้รับการปรึกษาหารืออย่างถูกต้องเหมาะสม ผมหวังว่าเขาจะเปลี่ยนใจและยกเลิกเรื่องนี้เสีย มิฉะนั้นแล้วเราก็จะไม่ให้อภัยเขาเลย แล้วตามที่ผมเข้าใจนั้น ยังมีกระทั่งความพยายามที่จะจับกุมท่านสุลต่านอีกด้วย ถ้าพวกเขาอยากทำอย่างนั้นก็ปล่อยให้พวกเขาทำไปเถอะ ประเทศนี้จะต้องตกอยู่ในความปั่นป่วนวุ่นวายไปหมดอย่างแน่นอนถ้าหากพวกเขาทำอย่างนั้น ผมให้สัญญากับพวกคุณได้เลย” มิซูอารียังกล่าวเตือนนายกรัฐมนตรีนาจิบของมาเลเซียว่า การพุ่งเป้ามุ่งเล่นงานชาวมุสลิมที่อพยพจากฟิลิปปินส์ไปอยู่ในซาบาห์นั้น “จะมีความหมายเท่ากับการประกาศสงคราม”

ทางด้านหนังสือพิมพ์ฟิลิปปินส์เดลี่เอนไควเรอร์ (Philippine Daily Inquirer) รายงานว่า ฮาบิบ ฮาชิม มุดจาฮับ (Habib Hashim Mudjahab) เจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งของกลุ่ม MNLF ได้ประกาศอ้างว่า มีชาวตาวซักจากเกาะต่างๆ ทางภาคใต้ของฟิลิปปินส์จำนวนอย่างน้อยที่สุด 10,000 คน มุ่งหน้าไปยังซาบาห์เพื่อเป็นกำลังหนุนทดแทน อันเป็นการแสดงออกซึ่งความสนับสนุนที่ให้แก่กองกำลังอาวุธประจำองค์สุลต่านแห่งซูลู ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่า ชาวฟิลิปปินส์ในซาบาห์ซึ่งมิได้เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังอาวุธประจำองค์สุลต่าน ได้เข้าร่วมการสู้รบกับกองทหารตำรวจมาเลเซียด้วย โดยเป็นปฏิกิริยาตอบโต้สิ่งที่พวกเขามองเห็นว่าเป็นการกระทำอันโหดร้ายป่าเถื่อนของรัฐบาลมาเลเซีย ส่วน ฮัดยี อาหมัด บายัม (Hadji Ahmad Bayam) อดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสผู้หนึ่งของ MNLF ได้บอกกับหนังสือพิมพ์มะนิลาบุลเลติน (Manila Bulletin) ว่า กองกำลังอาวุธของ MNLF อาจจะมีคลังแสงแห่งหนึ่งที่มีอาวุธจำนวนมากพอดู ซุกซ่อนอยู่ในป่าทึกของซาบาห์ คลังแสงแห่งนี้ถูกปล่อยทิ้งไว้เบื้องหลังโดยพวกหัวหน้านักรบของ MNLF ซึ่งได้เคยเคลื่อนไหวเข้าๆ ออกๆ ภูมิภาคแถบนี้ตลอดระยะเวลาหลายๆ ปีที่ผ่านมา

ไนล์ โบวี เป็นนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ ซึ่งกำลังพำนักอยู่ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย สามารถติดต่อเขาทางอีเมลที่ nilebowie@gmail.com

บทความนี้ปรากฏอยู่ในส่วน Speaking Freely ของเอเชียไทมส์ออนไลน์ ซึ่งเป็นส่วนที่เปิดให้นักเขียนรับเชิญจากภายนอกเขียนแสดงทัศนะความคิดเห็น โดยไม่จำเป็นต้องมีมาตรฐานทางด้านบรรณาธิการในระดับเดียวกับพวกนักเขียนที่เขียนให้แก่เอเชียไทมส์ออนไลน์เป็นประจำ

(อ่านต่อตอน2 ซึ่งเป็นตอนจบ)

http://manager.co.th/Around/ViewNews.as ... 0000032499
rnp
Caption Wannabe
 
Posts: 173
Joined: 08 Jul 2012 15:49

Re: มาเลเซีย ปะทะกองกำลังสุลต่านแห่งซูลู

Postby rnp » 17 Mar 2013 17:29

ความรุนแรงใน‘ซาบาห์’กระทบการเมืองมาเลเซีย (ตอนจบ)

(เก็บความจากเอเชียไทมส์ออนไลน์ www.atimes.com)

Quagmire politics in Sabah
By Nile Bowie
12/03/2013

ในขณะที่ความตึงเครียดกำลังร้อนระอุในรัฐซาบาห์ของมาเลเซีย ภายหลังการเผชิญหน้ากันระหว่างพวกถืออาวุธซึ่งมาจากภาคใต้ของฟิลิปปินส์ กับกองทหารตำรวจของแดนเสือเหลือง การปฏิบัติการด้วยกำลังรุนแรงของกลุ่มผู้ถืออาวุธ ก็นำไปสู่การยอมรับในข้อกล่าวอ้างสันนิษฐานที่ว่า ความขัดแย้งคราวนี้เป็นสิ่งที่ผลิตขึ้นมาเพื่อมุ่งก่อกวนสร้างความยุ่งยากในช่วงจังหวะเวลาซึ่งการเมืองมาเลเซียกำลังมีความอ่อนไหว เวลานี้มีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยว่า ถ้าหากวิกฤตแผ่ลามกว้างขวางออกไป ก็อาจถึงขั้นชะลอการจัดการเลือกตั้งทั่วไปของมาเลเซียได้ทีเดียว

*ข้อเขียนชิ้นนี้แบ่งเป็น 2 ตอน นี่คือตอนที่ 2 ซึ่งเป็นตอนจบ*

(ต่อจากตอนแรก)

**ทฤษฎีสมคบคิด**

มาเลเซียจะต้องจัดการเลือกตั้งทั่วไปในเวลาอีกไม่นานนับจากนี้ โดยที่การเลือกตั้งคราวนี้จะเป็นการต่อสู้กันอย่างคู่คี่ระหว่างนายกรัฐมนตรีนาจิบ กับ ผู้นำฝ่ายค้าน อันวาร์ อิบรอฮิม (Anwar Ibrahim) นาจิบได้แสดงความสงสัยข้องใจว่า ทำไมพวกกลุ่มถืออาวุธจากซูลูจึงเลือกเอาเวลาช่วงนี้มาประกาศเดินหน้ายืนยันการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือซาบาห์ ทั้งๆ ที่พวกเขาก็เคยกล่าวอ้างเช่นนี้มานมนานแล้ว ดังนั้น จึงน่าสนใจว่าแท้ที่จริงมันจะมีอะไรเกี่ยวข้องหรือไม่กับการที่มาเลเซียกำลังอยู่ระหว่างการเตรียมการเพื่อจัดการเลือกตั้งทั่วไป โดยที่ตามกฎหมายแล้วจะต้องจัดขึ้นภายในเดือนมิถุนายนปีนี้

ทางด้านสำนักข่าวรอยเตอร์ได้รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวหลายรายภายในรัฐบาลมาเลเซียผู้ซึ่งระบุว่า เป็นที่น่าสงสัยว่ากลุ่มผู้ถืออาวุธเหล่านี้อาจจะมีสายสัมพันธ์โยงใยกับกลุ่มย่อยต่างๆ ซึ่งรู้สึกไม่พอใจจากการที่เมื่อเร็วๆ นี้รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ลงนามในข้อตกลงสันติภาพอีกฉบับหนึ่ง กับกลุ่มแนวร่วมปลดแอกอิสลามโมโร (Moro Islamic Liberation Front หรือ MILF) ซึ่งเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่แตกออกมาจาก MNLF โดยที่ในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่า MNIF ได้กลายเป็นกลุ่มกระแสหลักของขบวนการต่อสู้ของชาวโมโร (ชาวมุสลิมในภาคใต้ฟิลิปปินส์) ไปแล้ว

มาเลเซียนั้นได้แสดงบทบาทเป็นคนกลางผู้คอยช่วยเหลืออำนวยความสะดวกให้แก่การจัดทำข้อตกลงสันติภาพปี 2012 ที่กล่าวไว้ข้างต้น อันที่จริงกัวลาลัมเปอร์มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลืออำนวยความสะดวกให้แก่การเจรจาสันติภาพระหว่างมะนิลากับกลุ่มกบฎต่างๆ ในมินดาเนามาหลายครั้งหลายหนแล้วนับตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม กลุ่ม MNLF ได้แถลงคัดค้านอย่างเปิดเผยต่อข้อตกลงแม่บทที่มะนิลาทำกับกลุ่ม MILF ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์ยังเสนอรายงานข่าวอีกชิ้นหนึ่งโดยอ้างพวกนายทหารฟิลิปปินส์ที่ขอสงวนนามระบุว่า พวกกบฏซูลูได้ “รับการเชื้อเชิญให้ไปยังซาบาห์โดยนักการเมืองฝ่ายค้านชาวมาเลเซียรายหนึ่ง เพื่อหารือกันในประเด็นเรื่องดินแดน”

หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีนาจิบก็ได้สั่งการให้พวกเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของมาเลเซียเข้าไปสืบสวนสอบสวนข้อกล่าวอ้างที่ว่ามีผู้นำฝ่ายค้านรายหนึ่งเกี่ยวข้องพัวพันกับการที่กลุ่มถืออาวุธบุกรุกเข้าไปในซาบาห์คราวนี้ ขณะที่ อันวาร์ ผู้นำฝ่ายค้านได้ดำเนินการฟ้องร้องพวกวิทยุโทรทัศน์ของมาเลเซียซึ่งเผยแพร่รายงานข่าวที่พูดพาดพิงว่าเขาเกี่ยวข้องกับกลุ่มติดอาวุธชาวฟิลิปปินส์ซึ่งล่วงล้ำเข้าไปในซาบาห์ รวมทั้ง อันวาร์ ยังแถลงปฏิเสธอย่างกราดเกรี้ยวว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น สื่อมวลชนกระแสหลักในมาเลเซียซึ่งล้วนแต่เป็นพวกเชียร์รัฐบาล พากันเสนอข่าวและความเห็นกันเป็นประจำอยู่แล้ว ในลักษณะมุ่งวิพากษ์วิจารณ์ อันวาร์ ว่าพัวพันเกี่ยงโยงกับตัวบุคคลที่เป็นชาวต่างชาติ พวกบล็อกเกอร์หลายรายยังโพสต์ภาพถ่ายขณะที่ อันวาร์ พบปะกับ มิซูอารี ผู้นำของ MNLF พร้อมกับเปรยๆ ว่า ทั้งสองคนนี้อาจจะกำลังร่วมมือประสานงานกัน จึงทำให้เกิดเหตุการณ์กองกำลังอาวุธประจำองค์สุลต่านแห่งซูลู ของ คิราม บุกรุกเข้าไปในซาบาห์ขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม ทางด้าน เถียน ฉั่ว (Tian Chua) 1 ในคณะผู้นำของพันธมิตรฝ่ายค้าน ปาคะตัน รัคยัต (Pakatan Rakyat) ซึ่งนำโดยอันวาร์ ได้กล่าวหาตอบโต้ว่า พวกพรรครัฐบาลนั่นแหละที่ประสานงานกันจนทำให้เกิดการสู้รบกับพวกผู้ถืออาวุธชาวฟิลิปปินส์ขึ้นมา เขาระบุด้วยว่าการบุกรุกคราวนี้ “เป็นการสมคบคิดที่วางแผนกันเอาไว้ล่วงหน้าของรัฐบาล (ที่มีพรรคอัมโนของนาจิบเป็นแกนนำ)” เพื่อหันเหความสนใจของประชาชน ตลอดจนเป็นการข่มขู่ทำให้ประชาชนเกิดความตระหนกรู้สึกถึงภัยอันตรายก่อนหน้าจะมีการเลือกตั้ง ทั้งนี้ ทางด้านพันธมิตรพรรครัฐบาลก็ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านเช่นนี้ อย่างสอดคล้องเป็นเสียงเดียวกัน

ในเวลาเดียวกันนั้น แหล่งข่าวชาวฟิลิปปินส์หลายรายอ้างว่า การบุกรุกเข้าไปซาบาห์ของทางสุลต่านแห่งซูลู แท้จริงแล้วเป็นความพยายามที่จะบ่อนทำลายประธานาธิบดีอากีโน ในจังหวะเวลาที่กำลังจะมีการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤษภาคมนี้ ทั้งนี้ คิราม เคยลงสมัครแข่งขันเป็นวุฒิสมาชิกของฟิลิปปินส์ โดยอยู่ในพรรคซึ่งเป็นมิตรกับอดีตประธานาธิบดีกลอเรีย มากาปากัลป์-อาร์โรโย (Gloria Macapagal-Arroyo) เมื่อครั้งการเลือกตั้งปี 2007 มิหนำซ้ำพวกนักการเมืองฟิลิปปินส์ที่จับมือเป็นพันธมิตรกับ คิราม ก็ถูกจับตามองว่าเป็นพวกที่กำลังพยายามกดดัน อากีโน ให้ยินยอมอภัยโทษอดีตประธานาธิบดีอาร์โรโย ซึ่งเวลานี้ยังคงถูกกักตัวให้อยู่แต่ภายในบ้านพักสืบเนื่องจากถูกฟ้องร้องเรื่องทุจริตฉ้อโกงการเลือกตั้ง

**ข้อกล่าวอ้างทางประวัติศาสตร์**

คิราม แถลงกับสื่อมวลชนในฟิลิปปินส์ว่า เขาต้องการให้สหประชาชาติ, สหรัฐฯ, และอังกฤษ เข้ามาแทรกแซงในเรื่องที่เขากล่าวอ้างกรรมสิทธิ์เหนือซาบาห์ สุลต่านแห่งซูลูผู้นี้ระบุว่า สหรัฐฯต้องเข้ามาไกล่เกลี่ย ดังที่เคยตกลงเอาไว้เช่นนั้นในข้อตกลงปี 1915 ซึ่งลงนามโดยรัฐบาลอาณานิคมในฟิลิปปินส์ของสหรัฐฯในเวลานั้น โดยในข้อตกลงดังกล่าวมีข้อความระบุเอาไว้ว่า สหรัฐฯ เป็นผู้ให้ “การพิทักษ์คุ้มครองอย่างเต็มที่” แก่สุลต่านแห่งซูลู เพื่อแลกเปลี่ยนกับการที่คณะรัฐบาลอาณานิคมจะใช้อำนาจต่างๆ เหนืออำนาจอธิปไตยของอาณาจักรสุลต่านแห่งซูลู

รัฐซาบาห์นั้น เป็นดินแดนที่ร่ำรวยด้วยทรัพยากรต่างๆ โดยที่มีน้ำมันสำรองและก๊าซธรรมชาติสำรองอันอุดมสมบูรณ์ คิดเป็นปริมาณเท่ากับ 14% ของก๊าซธรรมชาติทั้งหมด และ 30% ของน้ำมันดิบทั้งหมดที่มาเลเซียมีอยู่ แหล่งน้ำมัน 15 แห่งของซาบาห์ผลิตน้ำมันดิบออกมาได้มากในระดับ 192,000 บาร์เรลต่อวัน นอกจากนั้นในช่วงเวลา 2 ปีหลังมานี้ ยังมีการค้นพบแหล่งน้ำมันใหม่ๆ อีก 4 แหล่งในบริเวณน่านน้ำอาณาเขตของซาบาห์

เรื่องเหล่านี้ทำให้มีบางคนคาดเดาว่า บางทีหนึ่งในแรงจูงใจทั้งหลายแหล่ที่ทำให้สุลต่านแห่งซูลูเดินหน้าประกาศอ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนแห่งนี้ ก็คือแรงขับดันในเรื่องผลกำไรงามๆ นี่เอง กระนั้นก็ตามที จังหวะเวลาอันน่าสงสัยอย่างยิ่งของการปฏิบัติการของกองกำลังอาวุธจากซูลูคราวนี้ โดยที่เป็นการลงมือก่อนหน้าการเลือกตั้งทั่วไปในมาเลเซียไม่นานนัก ก็ยังคงเป็นปมที่มิอาจละเลยของปริศนานี้ เฉกเช่นเดียวกับคำถามทั้งหลายเกี่ยวกับแหล่งที่มาของอาวุธและเงินทุนของ คิราม ทั้งนี้พวกนักวิเคราะห์บอกว่า สุลต่านแห่งซูลู สามารถที่จะเลือกใช้หนทางแก้ปัญหาอื่นๆ อีกหลายหนทาง ซึ่งเป็นหนทางที่เน้นวิธีการสนทนาหารือกันเป็นหลักในการแก้ไขคลี่คลายสถานการณ์ และน่าที่จะบังเกิดผลพวงสืบเนื่องในทางลบต่อลูกน้องบริวารของเขาและการต่อสู้ของเขาน้อยกว่านี้นักหนา

วิธีการก่อความไม่สงบแบบที่พวกผู้ถืออาวุธภายใต้การบังคับบัญชาของเขาเลือกใช้นี้ กำลังทำลายเหตุผลข้ออ้างและความน่าเชื่อถือของตัวสุลต่านเอง แถมยังกลับช่วยสร้างการยอมรับให้แก่ข้อกล่าวอ้างสันนิษฐานที่ระบุว่า วิกฤตคราวนี้เป็นสิ่งที่ผลิตขึ้นมาเพื่อมุ่งก่อกวนสร้างความยุ่งยากในช่วงจังหวะเวลาซึ่งการเมืองมาเลเซียกำลังมีความอ่อนไหว ตั้งแต่ก่อตั้งประเทศ มาเลเซียไม่ค่อยจะได้ประสบกับวิกฤตทางด้านความมั่นคงสักเท่าใดนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิกฤตชนิดที่อาจจะบังเกิดขึ้น ถ้าหากความขัดแย้งนี้ขยายตัวลุกลามออกไป ในเมื่อมีพวกหัวรุนแรงชาวฟิลิปปินส์จับอาวุธเข้าร่วมการต่อสู้เพิ่มขึ้นอีก

เป็นที่คาดหมายกันอยู่แล้วว่า การเลือกตั้งทั่วไปของมาเลเซียซึ่งกำลังจะจัดขึ้นมานี้ จะเป็นการแข่งขันที่คู่คี่กันเป็นอย่างยิ่ง และหลายๆ คนกำลังหวาดหวั่นว่าวิกฤตที่แผ่ลามกว้างขวางออกไป อาจส่งผลทำให้ต้องมีการชะลอการลงคะแนน ในฟิลิปปินส์นั้น คิราม กำลังพยายามป่าวร้องว่าการเข้าแทรกแซงของต่างชาติคือหนทางเดียวที่จะคลี่คลายความขัดแย้งคราวนี้ได้ ในขณะที่ชาวฟิลิปปินส์จำนวนมากมองเห็นการปฏิบัติการปราบปรามของมาเลเซียว่า เป็น “การกระทำอันโหดร้ายป่าเถื่อน” โดยที่ถ้าหากกองกำลังของ MNLF สามารถที่จะสร้างที่หยั่งเท้าอันมั่นคงขึ้นในซาบาห์ อันตรายที่สงครามจะแผ่ลามขยายตัวออกไปก็มีโอกาสเป็นไปได้จริงๆ ในเวลาเดียวกันทางด้านมาเลเซียนั้น นาจิบน่าที่จะยังคงยึดจุดยืนเดิมเอาไว้อย่างมั่นคง และมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่วิกฤตจะขยายตัว ในเมื่อกองกำลังความมั่นคงของแดนเสือเหลืองกำลังเข้าสู้รบปราบปรามพวกกลุ่มถืออาวุธ มีความเป็นไปได้ที่รายงานจากแนวหน้าจะโหมกระพืออารมณ์ความรู้สึกชาตินิยมอันรุนแรงขึ้นมา

ไนล์ โบวี เป็นนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ ซึ่งกำลังพำนักอยู่ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย สามารถติดต่อเขาทางอีเมลที่ nilebowie@gmail.com

บทความนี้ปรากฏอยู่ในส่วน Speaking Freely ของเอเชียไทมส์ออนไลน์ ซึ่งเป็นส่วนที่เปิดให้นักเขียนรับเชิญจากภายนอกเขียนแสดงทัศนะความคิดเห็น โดยไม่จำเป็นต้องมีมาตรฐานทางด้านบรรณาธิการในระดับเดียวกับพวกนักเขียนที่เขียนให้แก่เอเชียไทมส์ออนไลน์เป็นประจำ

http://manager.co.th/Around/ViewNews.as ... 0000032498
rnp
Caption Wannabe
 
Posts: 173
Joined: 08 Jul 2012 15:49

Re: มาเลเซีย ปะทะกองกำลังสุลต่านแห่งซูลู

Postby Kevlar » 17 Mar 2013 22:50

มองอีกมุมถ้าผู้ลงแข่งขันสมัครรับเลือกตั้งเป็นฝ่่ายค้านที่ได้ ปัญหาภาคใต้เราคงจะแย่
Last edited by Kevlar on 18 Mar 2013 10:45, edited 1 time in total.
จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา
ชาติเกียรติวินัยกล้าหาญอดทน
User avatar
Kevlar
TAF Marshal
 
Posts: 1019
Joined: 02 Jul 2010 21:06

Re: มาเลเซีย ปะทะกองกำลังสุลต่านแห่งซูลู

Postby AAG_th1 » 18 Mar 2013 10:09

พรรค UMNO ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลมาเลเซียในปัจจุบันดูจะมีนโยบายที่ดีกว่ากับไทยในกรณีปัญหาชายแดนภาคใต้ อย่างน้อยนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค ก็ประกาศชัดเจนว่าไม่สนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนและการก่อการร้ายทุกรูปแบบในพื้นที่ของไทย

ถึงแม้ว่าพรคคฝ่ายค้านในมาเลเซียจะไม่ค่อยมีสื่อในการแสดงความคิดในมาเลเซียมากนั้น แต่พรรคแนวร่วมฝ่ายค้าอย่างพรรค PAS ซึ่งมีฐษที่มั่นในรัฐกลันตันติดกับชายแดนภาคใต้มีแนวโน้มเอียงไปทางกลุ่มก่อเหตุในพื้นที่ของไทยมากกว่าครับ

ก็เป็นที่น่าจับตามมองว่าแนวรวมพรรคฝ่านค้านมีโอกาสจะชนะพรรค UMNO และได้เป็นรัฐบาลครั้งแรกในรอบ ๕๐กว่าปีที่ก่อตั้งปะเทศหรือไม่
ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นกระบวนการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ของไทยอาจจะมีปัญหาครับ
User avatar
AAG_th1
TAF Marshal
 
Posts: 8222
Joined: 19 Jan 2009 09:06
Location: Thailand

Re: มาเลเซีย ปะทะกองกำลังสุลต่านแห่งซูลู

Postby coffeemix » 19 Mar 2013 11:55

เค้าจบกันหรือยังครับ
User avatar
coffeemix
TAF Supreme Commander
 
Posts: 3912
Joined: 19 Jan 2009 21:54
Location: กรุงเทพมหานคร

Re: มาเลเซีย ปะทะกองกำลังสุลต่านแห่งซูลู

Postby kenshin » 20 Mar 2013 22:46

มาเลเซียจัดหนักตั้งข้อหาชาวฟิลิปปินส์บุกรัฐซาบาห์8คนก่อการร้าย

วันพุธที่ 20 มีนาคม 2556 เวลา 19:13 น.

มาเลเซียตั้งข้อหากลุ่มติดอาวุธชาวฟิลิปปินส์ 8 คน ฐานก่อการร้าย อาจมีโทษถึงประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต หากศาลพิพากษาว่ามีความผิดจริง

คณะอัยการมาเลเซีย ตั้งข้อหาชายชาวฟิลิปปินส์ 8 คน มีความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย หลังจากยกพวกพร้อมอาวุธยึดเกาะบอร์เนียว ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 71 คน โดยชาวฟิลิปปินส์ทั้ง 8 คนนี้ เป็นกลุ่มแรกที่ถูกตั้งข้อหา หลังจากกลุ่มผู้สนับสนุนตระกูลมุสลิมฟิลิปปินส์ประมาณ 200 คน บุกเข้ารัฐซาบาห์ ของมาเลเซีย ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้ เมื่อเดือนที่แล้ว และเข้ายึดหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าเคยเป็นดินแดนของบรรพบุรุษมาตั้งแต่สมัยอดีต


การต่อสู้กันอย่างดุเดือด มีกลุ่มหัวรุนแรงติดอาวุธชาวฟิลิปปินส์ เสียชีวิตไป 62 คน และตำรวจและทหารมาเลเซีย 9 นาย ส่วนชาวฟิลิปปินส์ที่รอดชีวิต หลบหนีกลับเข้าไปยังพื้นที่ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ ขณะที่อีกหลายสิบคนยังเชื่อว่าหลบซ่อนตัวอยู่ในสวนปาล์มน้ำมันในรัฐซาบาห์


คณะอัยการของรัฐบาลมาเลเซีย ตั้งข้อหาผู้ต้องสงสัยทั้ง 8 คนในความผิดที่เกี่ยวกับการก่อการร้าย 2 กระทง ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า อาจถูกลงโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต หากศาลพิพากษาว่ากระทำความผิดจริง

http://www.dailynews.co.th/world/191935
kenshin
TAF Marshal
 
Posts: 1429
Joined: 24 Apr 2010 03:03

PreviousNext

Return to World Military Update | การทหารทั่วโลก

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 5 guests