ทำไม?รถถัง..................

เด็กใหม่ ไม่เก่ง ไม่ต้องกลัว ไม่รู้อะไรถามทุกอย่างได้ที่นี่ค่ะ!

ทำไม?รถถัง..................

Postby Super Stallion » 03 Apr 2013 14:51

ผมสงสัยหล่ะครับว่าทำไม
รถถังที่สามารถลอยน้ำ(ไม่ใช่ลุยน้ำ)จึงอยู่แต่ฟากโลกคอมมิวนิตส์(ในสมัยนั้น)หรือจีน
มันไม่มีรถถังที่ลอยน้ำได้อยู่ฝั่งทางโลกเสรีหรือนาโต้บ้างหล่ะครับ
หรือว่าทำไปแล้วไม่คุ้มทุ่นหรือมันไม่ได้อยู่ในหลักการรบของเขา
สงสัยมากครับ


Image sbo แทงบอลออนไลน์
Super Stallion
 

Re: ทำไม?รถถัง..................

Postby SevenFox » 03 Apr 2013 15:51

มันต้องเรียกว่า รถถังเบาครับ มันจะไม่ทึกเท่ารถถังหลัก ถ้าโดนอะไรที่ใหญ่กว่า .50cal สบายเลย :mrgreen:

ฝั่งตะวันตก ก็มีอะไรที่คล้ายๆกันนี่เหมือนกันครับ คือเอาตัวรถของ IFV ไปติดตั้งป้อมปืนเหมือนรถถัง เรียกว่ารถถังเบา
เพียงแต่ว่าส่วนมากจะวายนํ้าไม่ได้ แต่จะเป็นดำนํ้า หรือลุยนํ้าได้ประมาณนึงแทน
User avatar
SevenFox
Caption Wannabe
 
Posts: 158
Joined: 24 Sep 2010 22:15

Re: ทำไม?รถถัง..................

Postby Super Stallion » 03 Apr 2013 16:25

SevenFox wrote:มันต้องเรียกว่า รถถังเบาครับ มันจะไม่ทึกเท่ารถถังหลัก ถ้าโดนอะไรที่ใหญ่กว่า .50cal สบายเลย :mrgreen:

ฝั่งตะวันตก ก็มีอะไรที่คล้ายๆกันนี่เหมือนกันครับ คือเอาตัวรถของ IFV ไปติดตั้งป้อมปืนเหมือนรถถัง เรียกว่ารถถังเบา
เพียงแต่ว่าส่วนมากจะวายนํ้าไม่ได้ แต่จะเป็นดำนํ้า หรือลุยนํ้าได้ประมาณนึงแทน


ทำไมไม่ทำให้ว่ายน้ำไปได้เลยหล่ะครับ หรือมันจะไม่จำเป็นการรบทั่งไปที่ไม่ใช่การยุทธสะเทินสะเทินบก
แล้วทำไมไม่ทำให้รถถังหลักว่ายน้ำหล่ะครับหรือว่าเพราะมันหนักมากเกินไป(ตั้ง50ตัน)
Super Stallion
 

Re: ทำไม?รถถัง..................

Postby icy_cmu » 03 Apr 2013 17:31

Super Stallion wrote:
SevenFox wrote:มันต้องเรียกว่า รถถังเบาครับ มันจะไม่ทึกเท่ารถถังหลัก ถ้าโดนอะไรที่ใหญ่กว่า .50cal สบายเลย :mrgreen:

ฝั่งตะวันตก ก็มีอะไรที่คล้ายๆกันนี่เหมือนกันครับ คือเอาตัวรถของ IFV ไปติดตั้งป้อมปืนเหมือนรถถัง เรียกว่ารถถังเบา
เพียงแต่ว่าส่วนมากจะวายนํ้าไม่ได้ แต่จะเป็นดำนํ้า หรือลุยนํ้าได้ประมาณนึงแทน


ทำไมไม่ทำให้ว่ายน้ำไปได้เลยหล่ะครับ หรือมันจะไม่จำเป็นการรบทั่งไปที่ไม่ใช่การยุทธสะเทินสะเทินบก
แล้วทำไมไม่ทำให้รถถังหลักว่ายน้ำหล่ะครับหรือว่าเพราะมันหนักมากเกินไป(ตั้ง50ตัน)


...........Logic ง่ายๆ รถถังน้ำหนัก 50-60ตัน อยากจะให้ลอยน้ำ จะต้องมีปริมาตรเท่าไหร่ ถึงจะมีแรงลอยตัวให้ลอยเหนือน้ำได้ แค่20-30ตัน รถถังสะเทินน้ำสะเทินบกพวกนี้ยังมีขนาดพอๆกับรถถังหลักเลย ขนาดใหญ่ขึ้น Mobilityลดลง = เป้าเคลื่อนที่ :roll: :roll: :roll: :roll: :roll:

หลักนิยมของโซเวียตช่วงนั้นคือ ตะลุยรวดเดียวยันชายฝั่งฝรั่งเศส ยานเกราะโซเวียตจึงเน้นปืนใหญ่บึ้ม คล่องแคล่ว ผลิตง่าย ที่สำคัญต้องการการซัพพอร์ทน้อยที่สุด และใช้งานง่ายแม้ทหารเกณฑ์ฝึกใหม่
ดังนั้นในกรณีที่กองทัพนาโต้ทำลายสะพานเพื่อทำให้กองทัพแดงช้าลง การที่จะต้องอาศัยรถวางสะพาน หรือ การต้องรอการสร้างสะพาน มันช้าเกินไป และ กินทรัพยากรมาก เมื่อกินทรัพยากรมาก การส่งกำลังบำรุงก็ทำได้ยากขึ้น
ยานเกราะโซเวียตบางแบบจึงมีการติดท่อสนอร์เกิ้ล เพื่อให้ว่ายน้ำ/ดำน้ำได้(เช่นT-64 T-80 T-72) ส่วนบางแบบสามารถว่ายน้ำด้วยตนเองได้เพื่อทำการเคลียร์อีกฝั่งหนึ่งก่อน เพราะการติดตั้งท่อสนอร์เกิ้ลกินเวลามาก รวมถึงใช้ในการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบก (ตัวอย่างเช่น รถถังPT-76 ยานเกราะลำเลียงพลBMP-1/2/3 MT-LB ป.อัตตาจร SAU-122 จรวดต่อสู้อากาศยานแบบ SA-8 SA-9 SA-13 ยานเกราะล้อยางตระกูลBTR-60/70/80/90)
และในอีกแบบหนึ่งซึ่งสามารถส่งทางอากาศ ก็ต้องการความสามารถในการข้ามภูมิประเทศทุกรูปแบบ เพราะพวกนี้ส่วนมากจะส่งไปแนวหลังข้าศึก เพื่อตัดการส่งกำลังบำรุง หรือ ก่อกวนหลังแนวข้าศึก จึงไม่มีใครมาวางสะพานให้แน่ๆ (เช่น ยานเกราะลำเลียงพล BMD-1/2/3/4 ปืนต่อสู้รถถังอัตตาจร Sprut-SD ปืนค.อัตตาจร Vena Nona )

สังเกตว่า ยานเกราะโซเวียตนั้นสามารถใช้ยุทธวิธีข้ามลำน้ำแล้วจัดตั้งแนวหน้าที่มีการสนับสนุนเต็มเหนี่ยว ทั้งรถถัง ยานเกราะลำเลียงพล ป.อัตตาจร ค.หนัก จรวดต่อสู้อากาศยาน ครบครัน เพื่อบดขยี้กองกำลังนาโต้ภายใน7วัน (หรือมาก/น้อยกว่านั้นจำไม่ได้ แต่ทำไมต้องกำหนดแบบนั้น เพราะจะต้องยึดยุโรปได้ก่อนที่กองหนุนจากอเมริกาจะมาถึง ) และเมื่อถึงชายฝั่งฝรั่งเศส ก็ต้องข้ามไปจัดการกับอังกฤษ ซึ่งต้องการยุทธวิธีสะเทินน้ำสะเทินบกข้ามช่องแคบกันเลยทีเดียว เพราะเรือยกพลของโซเวียตมีไม่พอ และอาจจะเสียหายหนักหากเจอกองทัพเรืออังกฤษ


ทีนี้ทางฝั่งนาโต้ ก็ต้องการแบบตรงข้ามเลย
นาโต้เน้นยานเกราะที่มีการป้องกันดี อาวุธหนัก การใช้งานร่วมกันระหว่างเหล่าทัพของแต่ละประเทศ ลดการสูญเสียกำลังพลให้น้อยที่สุด
และที่สำคัญคือเน้นการใช้อากาศยานสนับสนุน
ยานเกราะนาโต้เน้นการตั้งรับ จึงไม่จำเป็นจะต้องใช้ยุทธวิธีสะเทินน้ำสะเทินบก (พูดง่ายๆคือ แค่ตั้งรับก็จะตายแล้ว) ดังนั้นจะเห็นได้จากยุทโธปกรณ์สมัยสงครามเย็นของนาโต้จึงเน้นการป้องกัน มากกว่าความคล่องแคล่ว โดยเฉพาะเยอรมันและอังกฤษซึ่งเป็นด่านหน้า/ด่านสุดท้ายในการรับมือโซเวียต เช่น ยานเกราะลำเลียงพลMarder FV432 Warrior รถถังLeopard Chieftain Challenger ซึ่งไม่ได้มีคุณสมบัติการสะเทินน้ำสะเทินบกเต็มรูปแบบนัก
ส่วนฝรั่งเศส ต้องการยานเกราะที่คล่องแคล่ว และ อำนาจการยิงสูงคล้ายโซเวียต แต่ไม่ได้เน้นทางด้านการบุกมากนัก เนื่องด้วยสามารถอาศัยภูมิประเทศซึงมีลักษณะเฉพาะในการป้องกัน (หากจำกันได้ พันธมิตรสมัยWWII กลัวรถถังไทเกอร์ซุ่มตามพงไม้ข้างทางแถบนอร์มังดี ) สะท้อนออกมาเป็น เช่น ยานเกราะลำเลียงพล AMX-10 รถถังAMX-30
ส่วนทางฝั่งอเมริกา ก็เน้นคล้ายๆกับทางฝั่งอังกฤษคือเน้นการป้องกัน แต่ก็ยังคงอำนาจการบุกได้ และด้วยทรัพยากรในการทำสงครามที่ล้นเหลือ ยานเกราะฝั่งอมเริกา จึงแทบไม่ต้องอาศัยคุณลักษณะทางด้านการสะเทินน้ำสะเทินบกเลย (ยกเว้นที่ออกแบบไว้ให้ทำภารกิจอย่างนั้น เช่นLVTP-7 AAV-7 ซึ่งก็เป็นเพียงยานเกราะลำเลียงพล ไม่ได้ครบเครื่องเหมือนทางฝั่งโซเวียต) เช่น ยานเกราะลำเลียงพล Bradley รถถังหลัก M48/60 M1 .........ซึ่งล้วนมีคุณสมบัติการสะเทินน้ำสะเทินบกจำกัด หรือไม่มีเลย (จะมีแหกคอกมาหน่อยก้คือ M-113 ที่ว่ายน้ำได้สมบูรณ์ แต่ก็ยังไม่ครบเครื่องเหมือนทางโซเวียตอยู่ดี)


ทางฝั่งจีนล่ะ ?
ไต้หวันเป็นเกาะ ......จบ

สรุป คือ หลักนิยมการทำสงครามมันต่างกัน
User avatar
icy_cmu
General of Forum
 
Posts: 843
Joined: 20 Mar 2009 17:34

Re: ทำไม?รถถัง..................

Postby Super Stallion » 04 Apr 2013 01:15

icy_cmu wrote:
Super Stallion wrote:
SevenFox wrote:มันต้องเรียกว่า รถถังเบาครับ มันจะไม่ทึกเท่ารถถังหลัก ถ้าโดนอะไรที่ใหญ่กว่า .50cal สบายเลย :mrgreen:

ฝั่งตะวันตก ก็มีอะไรที่คล้ายๆกันนี่เหมือนกันครับ คือเอาตัวรถของ IFV ไปติดตั้งป้อมปืนเหมือนรถถัง เรียกว่ารถถังเบา
เพียงแต่ว่าส่วนมากจะวายนํ้าไม่ได้ แต่จะเป็นดำนํ้า หรือลุยนํ้าได้ประมาณนึงแทน


ทำไมไม่ทำให้ว่ายน้ำไปได้เลยหล่ะครับ หรือมันจะไม่จำเป็นการรบทั่งไปที่ไม่ใช่การยุทธสะเทินสะเทินบก
แล้วทำไมไม่ทำให้รถถังหลักว่ายน้ำหล่ะครับหรือว่าเพราะมันหนักมากเกินไป(ตั้ง50ตัน)


...........Logic ง่ายๆ รถถังน้ำหนัก 50-60ตัน อยากจะให้ลอยน้ำ จะต้องมีปริมาตรเท่าไหร่ ถึงจะมีแรงลอยตัวให้ลอยเหนือน้ำได้ แค่20-30ตัน รถถังสะเทินน้ำสะเทินบกพวกนี้ยังมีขนาดพอๆกับรถถังหลักเลย ขนาดใหญ่ขึ้น Mobilityลดลง = เป้าเคลื่อนที่ :roll: :roll: :roll: :roll: :roll:

หลักนิยมของโซเวียตช่วงนั้นคือ ตะลุยรวดเดียวยันชายฝั่งฝรั่งเศส ยานเกราะโซเวียตจึงเน้นปืนใหญ่บึ้ม คล่องแคล่ว ผลิตง่าย ที่สำคัญต้องการการซัพพอร์ทน้อยที่สุด และใช้งานง่ายแม้ทหารเกณฑ์ฝึกใหม่
ดังนั้นในกรณีที่กองทัพนาโต้ทำลายสะพานเพื่อทำให้กองทัพแดงช้าลง การที่จะต้องอาศัยรถวางสะพาน หรือ การต้องรอการสร้างสะพาน มันช้าเกินไป และ กินทรัพยากรมาก เมื่อกินทรัพยากรมาก การส่งกำลังบำรุงก็ทำได้ยากขึ้น
ยานเกราะโซเวียตบางแบบจึงมีการติดท่อสนอร์เกิ้ล เพื่อให้ว่ายน้ำ/ดำน้ำได้(เช่นT-64 T-80 T-72) ส่วนบางแบบสามารถว่ายน้ำด้วยตนเองได้เพื่อทำการเคลียร์อีกฝั่งหนึ่งก่อน เพราะการติดตั้งท่อสนอร์เกิ้ลกินเวลามาก รวมถึงใช้ในการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบก (ตัวอย่างเช่น รถถังPT-76 ยานเกราะลำเลียงพลBMP-1/2/3 MT-LB ป.อัตตาจร SAU-122 จรวดต่อสู้อากาศยานแบบ SA-8 SA-9 SA-13 ยานเกราะล้อยางตระกูลBTR-60/70/80/90)
และในอีกแบบหนึ่งซึ่งสามารถส่งทางอากาศ ก็ต้องการความสามารถในการข้ามภูมิประเทศทุกรูปแบบ เพราะพวกนี้ส่วนมากจะส่งไปแนวหลังข้าศึก เพื่อตัดการส่งกำลังบำรุง หรือ ก่อกวนหลังแนวข้าศึก จึงไม่มีใครมาวางสะพานให้แน่ๆ (เช่น ยานเกราะลำเลียงพล BMD-1/2/3/4 ปืนต่อสู้รถถังอัตตาจร Sprut-SD ปืนค.อัตตาจร Vena Nona )

สังเกตว่า ยานเกราะโซเวียตนั้นสามารถใช้ยุทธวิธีข้ามลำน้ำแล้วจัดตั้งแนวหน้าที่มีการสนับสนุนเต็มเหนี่ยว ทั้งรถถัง ยานเกราะลำเลียงพล ป.อัตตาจร ค.หนัก จรวดต่อสู้อากาศยาน ครบครัน เพื่อบดขยี้กองกำลังนาโต้ภายใน7วัน (หรือมาก/น้อยกว่านั้นจำไม่ได้ แต่ทำไมต้องกำหนดแบบนั้น เพราะจะต้องยึดยุโรปได้ก่อนที่กองหนุนจากอเมริกาจะมาถึง ) และเมื่อถึงชายฝั่งฝรั่งเศส ก็ต้องข้ามไปจัดการกับอังกฤษ ซึ่งต้องการยุทธวิธีสะเทินน้ำสะเทินบกข้ามช่องแคบกันเลยทีเดียว เพราะเรือยกพลของโซเวียตมีไม่พอ และอาจจะเสียหายหนักหากเจอกองทัพเรืออังกฤษ


ทีนี้ทางฝั่งนาโต้ ก็ต้องการแบบตรงข้ามเลย
นาโต้เน้นยานเกราะที่มีการป้องกันดี อาวุธหนัก การใช้งานร่วมกันระหว่างเหล่าทัพของแต่ละประเทศ ลดการสูญเสียกำลังพลให้น้อยที่สุด
และที่สำคัญคือเน้นการใช้อากาศยานสนับสนุน
ยานเกราะนาโต้เน้นการตั้งรับ จึงไม่จำเป็นจะต้องใช้ยุทธวิธีสะเทินน้ำสะเทินบก (พูดง่ายๆคือ แค่ตั้งรับก็จะตายแล้ว) ดังนั้นจะเห็นได้จากยุทโธปกรณ์สมัยสงครามเย็นของนาโต้จึงเน้นการป้องกัน มากกว่าความคล่องแคล่ว โดยเฉพาะเยอรมันและอังกฤษซึ่งเป็นด่านหน้า/ด่านสุดท้ายในการรับมือโซเวียต เช่น ยานเกราะลำเลียงพลMarder FV432 Warrior รถถังLeopard Chieftain Challenger ซึ่งไม่ได้มีคุณสมบัติการสะเทินน้ำสะเทินบกเต็มรูปแบบนัก
ส่วนฝรั่งเศส ต้องการยานเกราะที่คล่องแคล่ว และ อำนาจการยิงสูงคล้ายโซเวียต แต่ไม่ได้เน้นทางด้านการบุกมากนัก เนื่องด้วยสามารถอาศัยภูมิประเทศซึงมีลักษณะเฉพาะในการป้องกัน (หากจำกันได้ พันธมิตรสมัยWWII กลัวรถถังไทเกอร์ซุ่มตามพงไม้ข้างทางแถบนอร์มังดี ) สะท้อนออกมาเป็น เช่น ยานเกราะลำเลียงพล AMX-10 รถถังAMX-30
ส่วนทางฝั่งอเมริกา ก็เน้นคล้ายๆกับทางฝั่งอังกฤษคือเน้นการป้องกัน แต่ก็ยังคงอำนาจการบุกได้ และด้วยทรัพยากรในการทำสงครามที่ล้นเหลือ ยานเกราะฝั่งอมเริกา จึงแทบไม่ต้องอาศัยคุณลักษณะทางด้านการสะเทินน้ำสะเทินบกเลย (ยกเว้นที่ออกแบบไว้ให้ทำภารกิจอย่างนั้น เช่นLVTP-7 AAV-7 ซึ่งก็เป็นเพียงยานเกราะลำเลียงพล ไม่ได้ครบเครื่องเหมือนทางฝั่งโซเวียต) เช่น ยานเกราะลำเลียงพล Bradley รถถังหลัก M48/60 M1 .........ซึ่งล้วนมีคุณสมบัติการสะเทินน้ำสะเทินบกจำกัด หรือไม่มีเลย (จะมีแหกคอกมาหน่อยก้คือ M-113 ที่ว่ายน้ำได้สมบูรณ์ แต่ก็ยังไม่ครบเครื่องเหมือนทางโซเวียตอยู่ดี)


ทางฝั่งจีนล่ะ ?
ไต้หวันเป็นเกาะ ......จบ

สรุป คือ หลักนิยมการทำสงครามมันต่างกัน


ขอบคุณที่เสียสละเวลามาเขียนนในห้ผมกระจ่างมากขึ้น ฝั่งรัสเซียนาโต้อธิบายยาวยื้ดนับพันตัวกว่าจะจบ แต่ฝั่งจีน36อักษรจบ :o
Super Stallion
 

Re: ทำไม?รถถัง..................

Postby SevenFox » 04 Apr 2013 07:32

แฟนพันธุ์แท้รถถังมาตอบแล้ว :mrgreen:
User avatar
SevenFox
Caption Wannabe
 
Posts: 158
Joined: 24 Sep 2010 22:15

Re: ทำไม?รถถัง..................

Postby MIG31 » 05 Apr 2013 08:32

เพราะคลื่นรถถังมหาศาล A-10จึงเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ??
" น่าอิจฉาที่ตายยังใช้เงินไม่หมด น่าสลดที่เงินหมดแต่ยังไม่ตาย "
User avatar
MIG31
TAF Marshal
 
Posts: 1341
Joined: 23 Feb 2009 19:43

Re: ทำไม?รถถัง..................

Postby icy_cmu » 05 Apr 2013 13:09

MIG31 wrote:เพราะคลื่นรถถังมหาศาล A-10จึงเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ??

ใช่เลย
ว่ากันว่า หากเยอรมันและNATOยันโซเวียตที่Fulda Gap กับ Northern Lowland ไม่อยู่ พอข้ามแม่น้ำไรน์/เข้าฮอลแลนด์ปุ๊บ ถึงตาฝรั่งเศสทันที ....ในเวลาไม่นานนัก A-10 มีหน้าที่ไว้กำจัดรถถังพวกนี้แล (หากไม่บานกลายเป็นการแลกอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีซะก่อนนะ)
User avatar
icy_cmu
General of Forum
 
Posts: 843
Joined: 20 Mar 2009 17:34

Re: ทำไม?รถถัง..................

Postby MIG31 » 05 Apr 2013 14:15

icy_cmu wrote:
MIG31 wrote:เพราะคลื่นรถถังมหาศาล A-10จึงเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ??

ใช่เลย
ว่ากันว่า หากเยอรมันและNATOยันโซเวียตที่Fulda Gap กับ Northern Lowland ไม่อยู่ พอข้ามแม่น้ำไรน์/เข้าฮอลแลนด์ปุ๊บ ถึงตาฝรั่งเศสทันที ....ในเวลาไม่นานนัก A-10 มีหน้าที่ไว้กำจัดรถถังพวกนี้แล (หากไม่บานกลายเป็นการแลกอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีซะก่อนนะ)


ตอนเยอรมันใช้ สตูก้าติดปืน37มม.ยังเจาะรถถังรัสเซียไม่ค่อยเข้าในด้านหน้าต้องบินอ้อมไปในแนวข้าศึกและยิงเข้าด้านหลังที่ห้องเครื่อง
A-10 ใช้30มม. อัตรายิงจัดกว่า เกราะหนา เรียกว่าระเบิด จรวดหมด ยังเหลือปืนกลไว้ยิงได้ต่อ
" น่าอิจฉาที่ตายยังใช้เงินไม่หมด น่าสลดที่เงินหมดแต่ยังไม่ตาย "
User avatar
MIG31
TAF Marshal
 
Posts: 1341
Joined: 23 Feb 2009 19:43

Re: ทำไม?รถถัง..................

Postby dcalpha » 05 Apr 2013 15:25

A-10มันมาเป็นคอมโบคู่กับAh-64
Si vis pacem, para bellum
User avatar
dcalpha
Colonel of Battalion
 
Posts: 396
Joined: 19 Nov 2010 21:02

Re: ทำไม?รถถัง..................

Postby RAF » 05 Apr 2013 16:10

อาวุธสำหรับรับมือคลื่นรถถังของโซเวียตไม่ได้มีแค่A10ครับ ยังมีcluster bomb แบบอื่นทั้งยิงจากภาคพื้นและจากบ. Alfa jet , tornado ผมเคยได้ดูสารคดีHorizonซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการตั้งรับการบุกของโซเวียตในยุค80 เน้นทีาแนวด้านเยอรมัน ซึ่งเทคโนโลยีหลายอย่างจะเห็นได้ในสงครามอ่าวยุค90
User avatar
RAF
Noncommissioned Officer
 
Posts: 99
Joined: 27 Apr 2011 10:48

Re: ทำไม?รถถัง..................

Postby ton_ » 06 Apr 2013 16:30

แล้วโซเวียตมีอะไรไว้จัดการ A-10 + AH-64 บ้างมั้ยครับ ???
ton_
Noncommissioned Officer
 
Posts: 52
Joined: 21 May 2009 11:09

Re: ทำไม?รถถัง..................

Postby เด็กทะเล » 06 Apr 2013 16:44

ton_ wrote:แล้วโซเวียตมีอะไรไว้จัดการ A-10 + AH-64 บ้างมั้ยครับ ???

อะไรที่เขาใช้จัดการกับ A-10 และ AH-64 คำตอบก็คือ เครื่องบินขับไล่กับ SAM แบบต่างๆ แต่ถ้าหากเป็นเครื่องบินโจมตีในลักษณะแบบ A-10 ของอเมริกา ถ้าจำไม่ผิด(ถ้าผิดขออภัยนะครับ) จะเป็น SU-25 ครับ
User avatar
เด็กทะเล
Platoon Leader
 
Posts: 132
Joined: 21 Mar 2012 09:21
Location: หัวหิน & กาญจนบุรี

Re: ทำไม?รถถัง..................

Postby icy_cmu » 06 Apr 2013 18:30

ton_ wrote:แล้วโซเวียตมีอะไรไว้จัดการ A-10 + AH-64 บ้างมั้ยครับ ???

ยุค80s-90s ใช้SA-8 SA-9 Tunguska SA-13 สำหรับในส่วนหน้า(ช่วยตรงระดับกรม-ใช้ศัพท์ทหารถูกไหมหว่า?) SA-6/11 สำหรับป้องกันส่วนบก.พล./ช่วยส่วนร่วม S-300V สำหรับป้องกันทั้งสนามรบ-ซึ่งป้องกันทั้งจรวดร่อน ขีปนาวุธทางยุทธวิธี และอากาศยานต่างๆ SA-15/Tor สำหรับป้องกันS-300V อีกที ส่วนS-300PMU ( S-300PMUขึ้นตรงกับV-PVO ไม่ใช่กองทัพบก)สำหรับป้องกันInfrastructureแนวหลัง เช่นสถานีรถไฟ โรงไฟฟ้า และสถานที่มีความสำคัญอื่นๆ
ทั้งหมดเป็นระบบอัตตาจรทั้งนั้น โดยเฉพาะSA-8 SA-13 SA-9 มีคุณสมบัติสะเทินน้ำสะเทินบก .....และเป็นคู่ปรับอาปาเช่และวอร์ธอกอย่างแท้จริง
อจย.ของทางฝั่งโซเวียตในทุกๆกองพันทหารราบยานเกราะ(BTR/BMP)จะมีหมวดอวป.พื้น-อากาศ (อิกล่า/SA-7) 1หมวด
1กรมBTR/BMP จะมี SA-9 /SA-13 4คัน Tunguska/ZSU-23-4 4คัน ไม่รวมระบบประทับบ่าในแต่ละกองพัน
1กองพลทหารราบยานเกราะ จะมีSA-6/11 เพิ่มอีก1กรม 20คัน ยังไม่รวมที่ประจำในระดับกรมอีก 3กรม (รถถัง220คัน BTR 2กรม/BMP 1กรมอีก600กว่าคัน กรม.ป. 1กรม ป.อัตตาจร2s3 152มม. 54กระบอก :shock:.....ในแต่ละกรมBMP มีป.2S1 122มม. 1กองพัน 18กระบอก :shock: :shock: ซึ่งกรมBTR มีD-30ลากจูงช่วยตรงอีกกรมละ18กระบอก :shock: :shock: )


ใครสนใจอจย.โซเวียต อ่านต่อได้ที่นี่
https://www.fas.org/irp/doddir/army/fm100-2-3.pdf
User avatar
icy_cmu
General of Forum
 
Posts: 843
Joined: 20 Mar 2009 17:34

Re: ทำไม?รถถัง..................

Postby MIG31 » 07 Apr 2013 16:03

ยังไม่รวมพวก MLRSและขีปนาวุธทางยุทธวิธีอีกสารพัดแบบ ทุกพิสัยยิงที่เคลื่อนที่ไปสนับสนุนแนวหน้า
" น่าอิจฉาที่ตายยังใช้เงินไม่หมด น่าสลดที่เงินหมดแต่ยังไม่ตาย "
User avatar
MIG31
TAF Marshal
 
Posts: 1341
Joined: 23 Feb 2009 19:43

Next

Return to Military Newbie | ห้องเด็กใหม่

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 2 guests