MERGED: สถานการณ์3จังหวัดชายแดนใต้

ข่าวสารความมั่นคง ความขัดแย้งตามแนวชายแดน หลักนิยม การรบร่วม และประวัติศาสตร์

Re: สถานการณ์3จังหวัดชายแดนใต้

Postby thipbm » 26 Feb 2013 22:54

คิดไปคิดมาอาจจะดีก็ได้ที่ไม่มี เพราะโจรก็คงอยากได้เลยเข้าตี
ไม่อยากงานเข้ามากธรรมดาอาจจะดีกว่าก็ได้นะครับ :roll:
thipbm
Experienced Officer
 
Posts: 698
Joined: 30 Sep 2009 23:25

Re: สถานการณ์3จังหวัดชายแดนใต้

Postby kenshin » 27 Feb 2013 00:47

แนวร่วมก่อเหตุไฟใต้มอบตัวอีก 1 รายที่ตากใบ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 กุมภาพันธ์ 2556 19:58 น.

นราธิวาส - ผู้ต้องสงสัยตามหมายจับ คดีความมั่นคง เข้ามอบตัวอีก 1 คน ที่ อ.ตากใบ เผยหลังมอบตัว จะกลับตัวเป็นคนดี ดูแลบิดามารดา หลังหลบซ่อนตัวมาหลายปี

วันนี้ (26 ก.พ.) ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส พ.ท.วุทธยา จันทมาศ ผบ.ฉก.นราธิวาส 36 และ พ.ต.ท.วีรยุทธ ตาสีพันธุ์ รอง ผกก.ป.สภ.ตากใบ ได้ร่วมเป็นประธานรับมอบตัวผู้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่นคงตามหมาย พ.ร.ก. จำนวน 1 คน คือนายอับดุลฮะเล็ง เจ๊ะยูโซ๊ะ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95 ม.7 ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส โดยการมอบตัวในครั้งนี้ ผู้ต้องสงสัยได้มีการประสานไปยังผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ นำเข้ามอบตัว

เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ต่อสู้คดีวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 32 ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย เหตุเกิดบนถนนในหมู่บ้านกำแพง ม.2 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2550 ที่ผ่านมา ซึ่งศาลได้ยกฟ้อง และต้องมาตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่นคง ตามหมาย พ.ร.ก.อีก 1 คดี และเกิดความเบื่อหน่ายในการหลบหนี จึงได้ประสานเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

โดยนายอับดุลฮะเล็ง ได้เปิดเผยว่า ตนรู้สึกดีใจที่มีวันนี้ ไม่ต้องอยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ สงสารบิดามารดาที่อายุมากแล้ว หลังจากมอบตัวแสดงความบริสุทธิ์ใจกับเจ้าหน้าที่แล้ว ก็จะเป็นลูกที่ดีดูแลและรับผิดชอบผู้บังเกิดเกล้า จะไม่กลับไปสู่วังวนแห่งความเลวร้าย มันเปรียบเสมือนอยู่ในโลกมืด และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทุกอย่างสมกับเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ

http://www.manager.co.th/South/ViewNews ... 0000024470
kenshin
TAF Marshal
 
Posts: 1429
Joined: 24 Apr 2010 03:03

Re: สถานการณ์3จังหวัดชายแดนใต้

Postby kenshin » 27 Feb 2013 00:48

'รอยเตอร์'ชี้รบ.ไทย-กบฏใต้ใกล้'เจรจา'กัน 'ปู'ไป'มาเลย์'พฤหัสฯขอให้ช่วยเป็นคนกลาง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 กุมภาพันธ์ 2556 20:14 น.

รอยเตอร์/ASTVผู้จัดการออนไลน์ - ทางการผู้รับผิดชอบของไทย และฝ่ายกบฎแบ่งแยกดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ กำลังขยับเข้าใกล้ที่จะเปิดการเจรจากันแล้ว ภายหลังช่วงระยะเวลา 9 ปีแห่งความรุนแรงและมีผู้คนที่ต้องสังเวยชีวิตไปมากกว่า 5,000 คน โดยในระหว่างที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย เดินทางไปพบปะหารือกับนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค ของมาเลเซีย ในกรุงกัวลาลัมเปอร์วันพฤหัสบดี (28ก.พ.) นี้ น่าจะมีการขอให้ฝ่ายแดนเสือเหลืองช่วยเหลือในเรื่องการติดต่อกับพวกกลุ่มกบฎเหล่านี้ ทั้งนี้ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์

รายงานข่าวจากกรุงเทพฯซึ่งเขียนโดย เอมี สาวิตตา เลอเฟฟเรอ ของรอยเตอร์ชิ้นนี้ ได้อ้างคำบอกเล่าของ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งกล่าวว่า “มีพวกกลุ่มก่อความไม่สงบที่กำลังปฏิบัติการอยู่ภายในมาเลเซียและไทย ซึ่งต้องการพูดจาหารือกับรัฐบาลไทย” และ “เราต้องการให้มาเลเซียช่วยอำนวยความสะดวกในการหารือเหล่านี้”

รอยเตอร์ระบุว่า สมช.นั้นทำหน้าที่นำเอาพวกกระทรวงและเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ของรัฐบาลซึ่งรับผิดชอบเรื่องการประสานงานกิจการด้านความมั่นคงมาหารือกับฝ่ายทหาร และในเอกสารเมื่อปี 2012 ฉบับหนึ่ง สมช.ได้แสดงความยอมรับเรื่องมิติทางการเมืองของความรุนแรงในภาคใต้ พร้อมกับเสนอแนะให้มีการสนทนากับพวกผู้ก่อความไม่สงบ ทว่าฝ่ายหทารซึ่งมีบทบาทอันสำคัญยิ่งในพื้นที่ดังกล่าว ไม่ค่อยกระตือรือร้นอะไรต่อเรื่องนี้

ทั้งนี้ รอยเตอร์ได้อ้างคำพูดของ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 ที่ดูแลภาคใต้ ซึ่งกล่าวว่า “กองทัพมีการติดต่อกับมาเลเซียเป็นประจำอยู่แล้ว เราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพบปะหารือในวันพฤหัสบดี (28ก.พ.) เพราะนี่เป็นความริเริ่มของทางฝ่ายรัฐบาล” และบอกอีกว่า “ยุทธศาสตร์ทางทหารของเรานั้นมีความชัดเจน และเรากำลังดำเนินการคืบหน้าไปได้ด้วยดีในการมุ่งคลี่คลายความขัดแย้งนี้”

อย่างไรก็ตาม รายงานของรอยเตอร์ระบุว่า พวกนักวิเคราะห์อิสระแทบมองไม่เห็นหลักฐานอะไรที่ชี้ว่าฝ่ายทหารกำลังเป็นผู้ชนะ ถึงแม้เพิ่งประสบความสำเร็จในการตอบโต้พวกผู้ก่อความไม่สงบที่พยายามเข้าตีฐานของทหารนาวิกโยธินในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ จนทำให้พวกผู้ก่อความไม่สงบตายไป 16 คนโดยที่นาวิกโยธินไม่ได้มีการสูญเสียชีวิต ทว่าหลังจากนั้นพวกกบฎเหล่านี้ก็ได้ก่อเหตุโจมตีกลับเป็นชุดใหญ่ ทั้งการวางระเบิด 2 จุดเมื่อวันเสาร์ (23ก.พ.)ที่จังหวัดนราธิวาส และการขับขี่ยวดยานยิงใส่ผู้คนในจังหวัดปัตตานีซึ่งทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บไป 5 คน รวมทั้งการระเบิดในศูนย์การค้าของจังหวัดปัตตานีเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ซึ่งทำให้มีอาสาสมัครด้านความมั่นคงเสียชีวิตไป 2 คน

สำหรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เคยบอกว่าจะหารือเรื่องความไม่สงบทางภาคใต้เมื่อไปเยือนมาเลเซีย ทว่าพวกเจ้าหน้าที่รัฐบาลหลายรายกล่าวย้ำว่า การหารือเช่นนี้ไม่ได้มีการใช้คำว่า “การเจรจาสันติภาพ” นอกจากนั้นยังมีรัฐมนตรีอาวุโสบางคน เป็นต้นว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งคัดค้านแนวความคิดที่จะเปิดการเจรจากับพวกผู้ก่อความไม่สงบ โดยเขาระบุว่า ถ้าพวกผู้ก่อความไม่สงบมาพร้อมกับเงื่อนไขต่างๆ รัฐบาลก็จะไม่ยอมรับ

รอยเตอร์บอกว่า มีบางคนบางส่วนภายในกองทัพและรัฐบาลไทยยังคงระแวงสงสัยมาเลเซีย โดยกล่าวหาแดนเสือเหลืองว่าเป็นผู้ให้ที่พักพิงหลบภัยแก่พวกก่อความไม่สงบ

รายงานข่าวชิ้นนี้ของรอยเตอร์ ได้อ้างอิงความคิดเห็นของ แมตธิว วีลเลอร์ นักวิเคราะห์เรื่องเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของ อินเตอร์เนชั่นแนล ไครซิส กรุ๊ป กลุ่มคลังสมองระหว่างประเทศในด้านความมั่นคงซึ่งมีชื่อเสียง ที่กล่าวว่า “เป็นเรื่องซึ่งทำให้เกิดกำลังใจในการที่รัฐบาลไทยกำลังทำงานอย่างจริงจังเพื่อให้เกิดการพูดจาสนทนากันขึ้นมา แต่ก็ยังมีข้อน่าสงสัยอยู่ว่ามาเลเซียจะสามารถแสดงบทบาทในฐานะของคนกลางได้อย่างประสบผลจริงๆ หรือไม่”

ขณะเดียวกัน รอยเตอร์ชี้ว่า ในขณะที่นายกรัฐมนตรีนาจิบ ของมาเลเซีย กำลังจะต้องประกาศจัดการเลือกตั้งทั่วไปภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้อยู่แล้ว ดังนั้นหากสามารถก่อให้เกิดความคืบหน้าใดๆ ในการรอมชอมระหว่างรัฐบาลไทยกับกลุ่มก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ย่อมเป็นผลประโยชน์แก่นาจิบทั้งสิ้น

ทั้งนี้รอยเตอร์อ้างคำพูดของ สุนัย ผาสุก แห่งองค์การฮิวแมน ไรต์ วอตช์ ที่กล่าวว่า “สำหรับนาจิบแล้ว การทำความตกลงกับประเทศไทย สามารถที่จะนำมาเสนอในฐานะเป็นความสำเร็จสำคัญทางด้านนโยบายการต่างประเทศ โดยที่แสดงให้เห็นว่าวิกฤตในภาคใต้สามารถที่จะแก้ไขได้อย่างสันติ”

** “ทักษิณ”ก็เคยเจรจากับ“กบฎใต้”ที่กัวลาลัมเปอร์**

อนึ่ง คริสเตียนไซแอนซ์มอนิเตอร์ อดีตหนังสือพิมพ์ชื่อดังของสหรัฐฯซึ่งปัจจุบันแปลงสภาพเป็นเว็บไซต์ข่าว เมื่อวันจันทร์ (24) ก็ได้เสนอรายงานเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยใช้ชื่อว่า “Why Bangkok struggles to bring peace to Thailand's 'Deep South'” (ทำไมกรุงเทพฯจึงต้องประสบความลำบากในการนำสันติภาพมาสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย) โดยมุ่งกล่าวเน้นความยากลำบากในการแก้ไขปัญหานี้ สืบเนื่องจากพวกผู้ก่อความไม่สงบไม่ได้ประกาศจุดมุ่งหมายทางการเมืองของพวกตน และไม่ทราบว่าผู้นำของขบวนการนี้เป็นใครบ้าง นอกจากนั้น รัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในปัจจุบัน ก็แทบไม่มีอิทธิพลทางการเมืองในจังหวดชายแดนใต้

รายงานนี้ได้ระบุด้วยว่า ในเดือนมีนาคม 2012 ก็ได้มีการเจรจาหารือกันในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งผู้เข้าร่วมมีทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่เป็นนักโทษหนีคดี และเป็นพี่ชายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตลอดจนพวกนักการเมืองมุสลิมจากภาคใต้ของไทยที่ลี้ภัยอยู่ในต่างแดน ซึ่งคนเหล่านี้มีอิทธิพลต่อพวกผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่มากน้อยแค่ไหนยังไม่เป็นที่ชัดเจน ทว่าหลังการหารือดังกล่าวไม่กี่วันก็ได้เกิดเหตุโจมตีด้วยระเบิดหลายครั้ง ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตไป 10 คนในจังหวัดยะลา และบ่งชี้ให้เห็นว่าการเจรจาคราวนั้นก่อให้เกิดผลสะท้อนในทางลบ

http://www.manager.co.th/Around/ViewNew ... 0000024483
kenshin
TAF Marshal
 
Posts: 1429
Joined: 24 Apr 2010 03:03

Re: สถานการณ์3จังหวัดชายแดนใต้

Postby delete » 27 Feb 2013 10:43

kenshin wrote:แนวร่วมก่อเหตุไฟใต้มอบตัวอีก 1 รายที่ตากใบ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 กุมภาพันธ์ 2556 19:58 น.

นราธิวาส - ผู้ต้องสงสัยตามหมายจับ คดีความมั่นคง เข้ามอบตัวอีก 1 คน ที่ อ.ตากใบ เผยหลังมอบตัว จะกลับตัวเป็นคนดี ดูแลบิดามารดา หลังหลบซ่อนตัวมาหลายปี

วันนี้ (26 ก.พ.) ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส พ.ท.วุทธยา จันทมาศ ผบ.ฉก.นราธิวาส 36 และ พ.ต.ท.วีรยุทธ ตาสีพันธุ์ รอง ผกก.ป.สภ.ตากใบ ได้ร่วมเป็นประธานรับมอบตัวผู้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่นคงตามหมาย พ.ร.ก. จำนวน 1 คน คือนายอับดุลฮะเล็ง เจ๊ะยูโซ๊ะ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95 ม.7 ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส โดยการมอบตัวในครั้งนี้ ผู้ต้องสงสัยได้มีการประสานไปยังผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ นำเข้ามอบตัว

เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ต่อสู้คดีวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 32 ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย เหตุเกิดบนถนนในหมู่บ้านกำแพง ม.2 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2550 ที่ผ่านมา ซึ่งศาลได้ยกฟ้อง และต้องมาตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่นคง ตามหมาย พ.ร.ก.อีก 1 คดี และเกิดความเบื่อหน่ายในการหลบหนี จึงได้ประสานเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

โดยนายอับดุลฮะเล็ง ได้เปิดเผยว่า ตนรู้สึกดีใจที่มีวันนี้ ไม่ต้องอยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ สงสารบิดามารดาที่อายุมากแล้ว หลังจากมอบตัวแสดงความบริสุทธิ์ใจกับเจ้าหน้าที่แล้ว ก็จะเป็นลูกที่ดีดูแลและรับผิดชอบผู้บังเกิดเกล้า จะไม่กลับไปสู่วังวนแห่งความเลวร้าย มันเปรียบเสมือนอยู่ในโลกมืด และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทุกอย่างสมกับเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ

http://www.manager.co.th/South/ViewNews ... 0000024470


สังเกตเห็นว่า แนวร่วมที่ถูกยิงดับ และที่มอบตัว ในช่วงหลัง อายุเยอะ พอสมควรนะ 20ปลายๆ 30ต้นๆ เป็นส่วนใหญ่
delete
Experienced Officer
 
Posts: 588
Joined: 21 May 2009 13:24

Re: สถานการณ์3จังหวัดชายแดนใต้

Postby kenshin » 27 Feb 2013 17:48

หลงอยู่ในเกม: ไทยพีบีเอสกับรายงานข่าวขบวนการนศ. ชายแดนใต้

ประชาไท : สุพัฒน์ สมคะเน

รายงานข่าวชิ้นหนึ่งเรื่องปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 24 กพ.ของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในโลกโซเชียลมีเดีย หลังจากออกอากาศไปได้ไม่นานก็มีการแชร์ลิงค์และดูซ้ำกันมากมายในหมู่คนที่สนใจเรื่องราวของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กลุ่มคนที่ดูแล้วระทึกเป็นพิเศษคือกลุ่มนักศึกษาและคนหนุ่มสาวในพื้นที่ โดยเฉพาะที่ออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องความไม่เป็นธรรมโดยหยิบประเด็นต่อเนื่องมาจากเรื่องการปะทะที่ค่ายทหารที่บาเจาะอันเป็นผลให้มีคนตาย 16 ศพเมื่อ 13 กพ.ที่ผ่านมา

คลิกเพื่อชมรายงานที่ http://tv.ohozaa.com/hourly-rerun/tpbs/2013-02-24/19/

งานของไทยพีบีเอสชิ้นนี้มีหลายอย่างที่น่าสนใจ ทั้งในแง่ของการทำงานของสื่อสารมวลชนที่เป็นสื่อสาธารณะ และบอกเล่าถึงเกมการต่อสู้ทางการเมืองในพื้นที่ความขัดแย้งสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

1.ในรายงาน ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสหยิบประเด็นนักศึกษากับขบวนการที่ต่อต้านรัฐไทยในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมานำเสนอเพื่อให้ผู้ชมเข้าใจว่า มีความเชื่อมโยงระหว่างขบวนการนักศึกษา ขบวนการต่อต้านรัฐในภาคใต้ ทำให้เข้าใจว่ากิจกรรมหลายๆที่ที่พยายามจะเจาะลึกเบื้องหลังการหันหลังให้รัฐของคนอย่างมะรอโซ จันทราวดีล้วนเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อเปิดแนวรุกทางการเมืองให้กับขบวนการ รายงานหยิบเรื่องนี้ขึ้นมานำเสนอโดยเริ่มจากข้อเท็จจริงที่ว่าในกลุ่มคนที่ไปโจมตีค่ายทหารและเสียชีวิตลงสิบหกรายนั้น หนึ่งในนั้นเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา รายงานของไทยพีบีเอสชี้ต่อไปโดยอาศัยข้อมูลไม่แจ้งที่มาว่า ขบวนการมีคนของตนอยู่ในองค์กรของนักศึกษา มีรูปแบบการจัดตั้งที่ชัดเจน และให้ข้อมูลอย่างแหลมคมว่าคนของขบวนการสามารถเกาะกุมการเคลื่อนไหวกิจกรรมของนศ.ในองค์กรนักศึกษาคือสนนท. ได้ ยิ่งกว่านั้นยังสามารถเชื่อมโยงไปถึงการทำงานขององค์กรนศ.ในส่วนกลางอีกด้วย

จากรายงานนี้ทำให้เราตีความได้ว่า คนของขบวนการที่รายงานนำเสนอเหล่านี้น่าจะอยู่ในระดับหัวขบวนและอยู่ในตำแหน่งสำคัญของสนนท.เพราะสามารถจะกำหนดงานกิจกรรมของนศ.ได้

อันที่จริงนักศึกษากับการเคลื่อนไหวทางการเมืองไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้และมีตัวอย่างให้เห็นทั่วโลกรวมทั้งในไทยเอง แต่การหยิบโยงกรณีนักศึกษาหนึ่งคนเข้ากับกลุ่มนักศึกษาทั้งกลุ่มดูจะเป็นการตีความข้อมูลที่ค่อนข้างจะเกินพอดีไปมาก ที่น่าแปลกใจมากกว่าก็คือการอ้างข้อมูลที่ไม่มีที่มาที่ไปแต่อย่างใดในการวิเคราะห์ความเชื่อมโยงขององค์กรนักศึกษากับขบวนการ ประการนี้อย่างเดียวก็ทำให้รายงานชิ้นนี้ขาดดีกรีความเป็นสื่อที่น่าเชื่อถือมากพอแล้ว อย่างไรก็ตามในหมู่ผู้ที่คุ้นชินกับการวิเคราะห์ปัญหาความขัดแย้งของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจะพบว่า ข้อมูลที่รายงานข่าวของไทยพีบีเอสนำมาออกนั้นมีความคล้ายคลึงกับข้อมูลการวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์ในกอ.รมน.เป็นอย่างยิ่ง และเป็นที่รู้กันว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงตั้งข้อสงสัยกับคนในขบวนการนศ.จำนวนมาก หลายคนเคยถูกซักถามสอบปากคำและแม้แต่เจอไม้หนักมาแล้ว

2 ข้อเท็จจริงประการถัดมาที่รายงานข่าวของไทยพีบีเอสนำมาประกอบการนำเสนอให้ภาพว่ามีการเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อพลิกเรื่องราวของกลุ่มคนที่เสียชีวิตที่ค่ายทหารบาเจาะและโดยเฉพาะกรณีของมะรอโซ จันทราวดีทำให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่กลายเป็นฝ่ายตั้งรับ ก็คือการเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่องหลังความตายของมะรอโซและพวก โดยเฉพาะการจัดเสวนาที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงจุดประเด็นถกในสังคมภายใต้หัวข้อ “มะรอโซ จันทรวดี (และพรรคพวก) กบฏรัฐสยามหรือวีรบุรุษนักรบปาตานี” ซึ่งรายงานไทยพีบีเอสระบุว่าเป็นการ “เบี่ยงเบน” นอกจากนั้นรายงานชิ้นถัดมาของไทยพีบีเอสยังระบุว่า การนำเสนอรายงานของ “สื่อสังคม” กระทบความรู้สึกของคนในพื้นที่ รายงานชิ้นหลังนี้นำเสนอความเห็นของอดีตโฆษกกอ.รมน.พอ.ปริญญา ฉายดิลกที่เตือนการทำงานของสื่อโซเชียลมีเดียจากในพื้นที่สามจังหวัดว่าเร้าอารมณ์ – แปลไทยเป็นไทยคือกำลังปลุกคนในพื้นที่ให้เห็นผิดเป็นถูก

อันที่จริงการนำเสนอเรื่องมะรอโซกับพวกในฐานะวีรบุรุษของคนในพื้นที่นี้ ไม่ได้ออกมาแค่สองเวทีดังกล่าว แม้แต่ในเวทีการเสวนา “ปริศนาความรุนแรง ณ ปาตานี” ในวันถัดมาที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีเมื่อ 23 กพ.ก็มีการพูดคุยที่ตั้งคำถามในแนวทางอันเดียวกัน ผู้ร่วมหารือบางส่วนพยายามเจาะปัญหาที่ว่า

มะรอโซและพวกเป็นกลุ่มคนที่ตกเป็นเหยื่อของความไม่เป็นธรรมจึงได้ลงเอยด้วยการ “เป็นโจร” สิ่งหนึ่งที่พูดกันมากหลังความตายของมะรอโซ ผ่านการบอกเล่าของครอบครัวและผ่านหลักฐานจำนวนหนึ่งที่นำเสนอโดยตัวของมันเองคือความเชื่อมโยงเรื่องของคนที่เห็นต่างจากรัฐและจับอาวุธต่อสู้เข้ากับเรื่องของความคับแค้น คือความเชื่อมโยงกับกรณีตากใบ จากการตรวจสอบของสื่อบางส่วนในพื้นที่พบว่า ในบรรดาผู้คนที่เสียชีวิตสิบหกศพนั้น มีถึงครึ่งหนึ่งที่เคยถูกจับกุมในเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่ตากใบเมื่อปี 2547 หลายคนแม้จะรอดชีวิตมาได้จากการขนส่งแบบพิเศษรวมทั้งจากการถูกดำเนินคดี แต่ก็ถูกตามล้างตามเช็ดจนอยู่ไม่เป็นสุข ในความเห็นของผู้คนในครอบครัวคนที่ตายจากการปะทะที่ค่ายทหารที่บาเจาะที่บ่งบอกผ่านบทสัมภาษณ์ก็คือ พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับการรังควานของอำนาจรัฐผ่านเจ้าหน้าที่ที่เชื่อว่าคนเหล่านี้เป็นคนที่อยู่ในขบวนการ วิธีการก็คือการไปกดดันที่เรียกกันว่าการไปเยี่ยมเยียน ประกอบด้วยการไปหา ซักถาม ตรวจสอบข้อมูล และตรวจค้นแบบไม่หยุดหย่อนจนแทบทำอะไรไม่ได้ สร้างความหวาดกลัวจนหลายคนไม่อาจอยู่ที่บ้านหรืออยู่ในพื้นที่ได้

นอกจากนั้นคนในครอบครัวยังเชื่ออีกว่า คนอย่างมะรอโซแบกรับภาระการเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีต่างๆมากมายทั้งๆที่บางคดีพวกเขาเชื่อว่าคนของตัวเองไม่เกี่ยวข้อง หมายจับจำนวนมากก็อาจไม่มีหลักฐานมากมายและกลายเป็นสิ่งที่ทำหน้าที่สร้างเงื่อนไขให้เกิดอาการ “จนตรอก” ในเรื่องนี้สิทธิพงษ์ จันทรวิโรจน์ ประธานมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมซึ่งเข้าร่วมการเสวนาในวันเสาร์ที่ 23 กพ.ที่มอ.ปัตตานีก็กล่าวถึงเช่นกันโดยตั้งข้อสังเกตุให้วงเสวนาให้ผู้เกี่ยวข้องมองปัญหาการออกหมายจับของเจ้าหน้าที่ พร้อมเสนอให้ตรวจสอบ ว่าใช้หลักฐานที่แน่นหนาพอหรือไม่ เพราะจากประสบการณ์ของการต่อสู้คดีความมั่นคง

ในพื้นที่มายาวนานเขาพบว่า การออกหมายจับและการสั่งฟ้องจำนวนมากอาศัยหลักฐานที่มาจากการซัดทอดรวมทั้งหลักฐานอื่นๆที่ถึงที่สุดแล้วไม่มีน้ำหนัก สิทธิพงษ์ชี้ว่าผลของการออกหมายจับจำนวนมากที่อาจไม่มีน้ำหนักนี้ทำให้คนที่ถูก “หมายหัว” อย่างเช่นมะรอโซหมดหนทางในอันที่จะสู้คดีเพราะเมื่อรวมกันเข้าแล้วอาจต้องใช้เกินเวลาทั้งชีวิตในคุก หรือหากไม่ต้องการเช่นนั้นก็ต้องจำใจยอมรับในความผิดที่ตัวเองไม่ได้ก่อแล้วขอมอบตัวเข้าสู่หนทางของการใช้มาตรา 21 ของพระราชบัญญัติความมั่นคง ที่เจ้าหน้าที่

กำลังผลักดันอย่างแข็งขัน คือการนิรโทษกรรมคนที่ “กลับใจ” ซึ่งสำหรับคนที่ฆ่าได้หยามไม่ได้ หนทางเช่นนี้อาจไม่ต่างไปจากการยอมรับความตาย วงเสวนาอย่างเช่นที่มอ.ปัตตานีพบว่าหลายคนในพื้นที่ที่มีประเด็นร่วมกับมะรอโซโดยเฉพาะกรณีตากใบพยายามหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อผลักดันให้เจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการ “สาง” ความผิดพลาดในอดีต มีบางรายเสนอให้หยิบคดีตากใบขึ้นมาหาทางปัดฝุ่นใหม่ ในขณะที่คนหนุ่มสาวที่เข้าร่วมวงการเสวนาร่วมอภิปรายกันอย่างคึกคัก บ้างมีข้อเสนอที่ค่อนข้างไปไกลกว่า เช่นให้มีการลงประชามติว่าคนในพื้นที่ต้องการหนทางในการแก้ปัญหาอย่างไร

ต้องยอมรับว่าคนหนุ่มสาวและนศ. จำนวนมากได้รับแรงบันดาลใจจากความตายของมะรอโซและพวกอย่างไม่ต้องสงสัย เนื่องจากหลายต่อหลายคนในกลุ่มนี้มีประสบการณ์ร่วมกับคนอย่างมะรอโซ เพราะการถูกตั้งข้อสงสัย ถูก “เชิญตัว” ไปสอบปากคำและเป็นเป้าของการลงไม้ลงมือจนกระทั่งถูกติดตาม ข่มขู่ด้วยวิธีนานัปการ จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะพยายามนำเสนอปัญหาของความไม่เป็นธรรม การนำเสนอของเหล่านี้แน่นอนว่า ท่วงทำนองอาจดุเดือดเลือดพล่านและแรงจนถึงขั้นนำระบุว่ามะรอโซและพวกคือวีรบุรุษของชาวบ้านจนทำให้คนส่วนหนึ่งในสังคมไทยยากเปิดใจแม้แต่จะรับฟัง แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าก็คือ การนำเสนอปัญหาอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้โดยกลุ่มคนที่ปกติเกรงกลัวเจ้าหน้าที่อย่างมากถือเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นมาก่อน ในด้านหนึ่งอาจจะนับได้ว่าเป็นความก้าวหน้าอย่างสำคัญของการถกเถียงปัญหาในพื้นที่ซึ่งเดิมทีเต็มไปด้วยความเงียบ หลายคนในพื้นที่เองก็อยากเห็นการถกเถียงเช่นนี้โดยเฉพาะให้ไปไกลถึงขั้นร่วมกันพิจารณาถึงสิ่งที่ทำให้คนจำนวนหนึ่งเลือกใช้ความรุนแรง ทั้งนี้เพื่อหาทางแก้ปัญหาที่ยั่งยืน การพูดคุยจริงจังที่ทำท่าว่ากำลังจะเกิดแม้ว่าอาจฟังดูแรงแต่ถ้าให้เวลาอาจถือได้ว่ายังมีโอกาสที่จะเป็นการถกเถียงที่ใช้สติได้ ทว่าการถกเถียงพูดคุยเหล่านี้กำลังถูกบีบให้เงียบลงด้วยกระบวนการที่นำไปสู่การติดยี่ห้อ (อีกครั้ง) ว่าคนที่นำเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาพูดคือคนของขบวนการ ไม่ต้องสงสัยว่าเหตุใดเสียงเรียกร้องของคนหนุ่มสาวในพื้นที่หลายคนหลังการนำเสนอรายงานของไทยพีบีเอสชิ้นนี้จึงดังออกมาว่า “อย่าผลักเรา”

เป็นที่รู้กันว่าเจ้าหน้าที่ความมั่นคงไม่ต้องการให้มีการเจรจากับฝ่ายตรงข้าม ทางเลือกที่พวกเขาเสนอคือการปราบและกดดันให้สมาชิกมอบตัวยอมรับผิดและขอนิรโทษกรรมผ่านการใช้มาตรา 21 ส่วนการคลี่คลายปัญหาที่เป็นเงื่อนไขความรุนแรงโดยเฉพาะเรื่องความไม่เป็นธรรมหลายกรณีที่มาจากจนท.รัฐกลับไม่ได้รับการส่งเสริมให้คืบหน้ายกเว้นความพยายามของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่ใช้เงินนำในการเข้าไปเยียวยาจิตใจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเองได้แต่ตอกย้ำประเด็นว่า คนที่เข้าร่วมขบวนการตกเป็นเหยื่อของการชักจูงถูกผลักให้เป็นเบี้ยของการเดินเกมของขบวนการเพื่อให้ภาพประกอบว่ารัฐไทยอ่อนหัดในด้านการปกครองและสร้างเงื่อนไขไม่เป็นธรรมซ้ำซากเพื่อดึงคนที่เป็นเหยื่อให้เข้าสู่เกมการต่อสู้และเข้าสู่ขบวนการ

การใส่ยี่ห้อคนของขบวนการให้กับคนบางกลุ่มที่กำลังเริ่มเปิดปากและทำให้พวกเขาเงียบเสียงลงจึงเท่ากับว่า แทนที่จะเปิดเวทีสามัคคีคนหลายฝ่ายทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงให้พูดคุยถึงปัญหาอย่างเปิดใจ ถือว่าเป็นการเปิดแผลเก่าออกล้างทำความสะอาดใหม่ แต่สังคมเลือกที่จะปิดมันต่อไปพร้อมกับปล่อยให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคงแก้ปัญหาด้วยวิธีการของตนเองซึ่งหลายเสียงบ่นมาเนิ่นนานแล้วว่าไมได้ผล

รายงานข่าวชิ้นนี้ของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จึงกลายเป็นทัพหน้าของการเดินเกมของฝ่ายความมั่นคง มันทำหน้าที่ส่งเสียงเตือนแทนเจ้าหน้าที่ไปยังกลุ่มนศ.และคนหนุ่มสาวที่กำลังพลุ่งพล่านด้วยแรงบันดาลใจจากมะรอโซให้เงียบเสียง เป็นเสียงเตือนให้คนที่พยายามจะมองหาความเป็นเหยื่อของมะรอโซและพวกให้เพื่อหาทางออกให้กับปัญหาอย่างยั่งยืนต้องเว้นระยะห่างจากการกระทำดังกล่าว พร้อมกับปล่อยให้เจ้าหน้าที่แก้ปัญหาด้วยวิธีการเดิมๆของตัวเองต่อไป

http://www.khaosod.co.th/view_newsonlin ... sectionid=
kenshin
TAF Marshal
 
Posts: 1429
Joined: 24 Apr 2010 03:03

Re: สถานการณ์3จังหวัดชายแดนใต้

Postby kenshin » 28 Feb 2013 00:31

“ทูตสุรพงษ์” เชื่อ “ปู” คุยมาเลย์สมประโยชน์พวกพ้อง-เตือน “เสือเหลือง” แผ่อำนาจคลุม 3 จชต.

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 กุมภาพันธ์ 2556 18:52 น.

“สุรพงษ์ ชัยนาม” อดีตทูต 5 ประเทศ เตือนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ให้มาเลเซียเป็นตัวกลางดับไฟใต้จะทำให้รัฐบาลเสือเหลืองมีอำนาจนำเหนือ 3 จังหวัดของไทย เชื่อ “รบ.ปู” ไม่ต้องการความสงบจริง แค่หวังสมประโยชน์ส่วนตัวกับฝ่ายมาเลเซีย จวกนักการเมืองไทยชอบเอาปัญหาภาคใต้ไปโฆษณาหากิน ทำให้ฝ่ายตรงข้ามอ่านเกมออก

นายสุรพงษ์ ชัยนาม อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำ 5 ประเทศ กล่าวในรายการ “สภาท่าพระอาทิตย์” ทางเอเอสทีวี วันนี้ (27 ก.พ.) ถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปขอความร่วมจากรัฐบาลมาเลเซียในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยในวันที่ 28 ก.พ.นี้ว่า ที่ผ่านมารัฐบาลมาเลเซียก็ให้ความร่วมมือกับไทยมาโดยตลอด เพียงแต่ว่ารัฐบาลมาเลเซียต้องระมัดระวัง เนื่องจากรัฐกลันตันที่อยู่ติดกับชายแดนภาคใต้ของไทยนั้นอยู่ใต้อิทธิพลของพรรค PAS ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านของมาเลเซีย เพราะฉะนั้น การให้ความร่วมมือกับรัฐบาลไทย เช่น ส่งตัวผู้ก่อความไม่สงบกลับมาให้ก็ต้องทำในทางปิด ไม่อยากโฆษณา เพราะจะมีผลกระทบทำให้พรรค PAS นำไปโจมตีว่ารัฐบาลกลางส่งพี่น้องมุสลิมมาให้รัฐไทยดำเนินการได้

นายสุรพงษ์กล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญ คือ การที่มาเลเซียบอกว่าพร้อมจะเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยระหว่างรัฐบาลไทยกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ หรือที่เรียกว่าเป็น mediator โดยมีข่าวว่าผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ของไทยไม่เห็นด้วย ซึ่งก็ถูกต้องแล้ว และอยากให้รัฐบาลมาเลเซียเป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวก หรือ facilitator คอยจัดสถานที่บรรยากาศให้เอื้อต่อการพูดคุยที่จะนำไปสู่การเจราข้อตกลง โดยไม่ต้องเข้ามานั่งอยู่ในที่ประชุมด้วยเหมือนกับการเป็นผู้ไกล่เกลี่ย

นายสุรพงษ์กล่าวต่อว่า เห็นด้วยกับท่าทีของ ผบ.ทบ. เพราะว่าผู้ไกล่เกลี่ยไม่มีวันที่จะเป็นกลางหากท่าทีของไทยขัดต่อผลประโยชน์ของมาเลเซีย เขาก็จะไปเข้าข้างอีกฝ่าย หรือถ้าข้อเสนอของอีกฝ่ายไม่เป็นประโยชน์ต่อมาเลเซีย มาเลเซียก็จะมาเข้ากับฝ่ายไทย หรือหากมีการเจรจาที่นำไปสู่ข้อตกลงได้ก็จะเป็นข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ต่อมาเลเซีย

อย่างไรก็ตาม มาเลเซียประกาศไม่สนับสนุนการแบ่งแยกดินแดน และเคารพเอกราชอธิปไตยของไทยมานานแล้ว รวมทั้งไม่สนับสนุนให้ใช้ความรุนแรงไม่ว่าฝ่ายใด แต่การที่มาเลเซียสนใจที่จะมาเป็นผู้ไกล่เกลี่ยก็เพราะเขาพิจารณาปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในแง่ภูมิรัฐศาสตร์ ที่มีผลกระทบต่อเขาทั้งทางด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และชาติพันธุ์ เพราะพี่น้องชาวมุสลิมใน 3 จังหวัดนั้นเป็นคนไทยเชื้อสายมาเลย์ เขาย่อมมองว่า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยเป็นส่วนขยายของเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรมของมาเลเซีย ไม่ต้องแบ่งแยกดินแดน พี่น้องใน 3 จังหวัดก็พูดภาษามาเลย์อยู่แล้ว เหมือนคนอีสานพูดภาษาลาว เพราะฉะนั้นถ้ามีการเจรจาระหว่างรัฐบาลไทยกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบจนถึงขั้นประสบความสำเร็จ มีการเจรจาสันติภาพ ทำสัญญาสงบศึก ก็ต้องเป็นสัญญาสงบศึกที่ทำให้มาเลเซียเป็นใหญ่ทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการเมืองของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายสุรพงษ์กล่าวต่อว่า ถึงแม้จะให้รัฐบาลมาเลเซียเป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวก ก็เป็นไปไม่ได้อยู่ดี ที่จะไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียเปรียบ เราเคยมีบทเรียนมาแล้วในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่จะให้อินโดนีเซียเข้ามาเป็นผู้อำนวยความสะดวกเรื่องไทย-เขมร ซึ่งไม่มีข้อกำหนดเงื่อนไข หรือทีโออาร์ที่ชัดเจนว่าทำอะไรได้บ้าง ทำอะไรไม่ได้บ้าง ยังดีที่ทหารไทยไม่เอาด้วย เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะให้มาเลเซียมาเป็นผู้ไกล่เกลี่ยหรือผู้อำนวยความสะดวก ก็จะทำให้มาเลเซียมีอำนาจเหนือ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ดี มันอันตรายทั้งสองอย่างถ้าเราไม่มีความเข้าใจ

อดีตเอกอัครราชทูต 5 ประเทศกล่าวต่อว่า กรณีที่มาเลเซียเข้าไปมีบทบาทในการเจรจาสงบศึกระหว่างรัฐบาลฟิลิปปินส์กับกลุ่มกบฏโมโรนั้น ที่จริงก็สงบแค่ระดับหนึ่ง โดยมีกรอบความเข้าใจว่าถ้าจะมีสนธิสัญญาสงบศึกจะมีอะไรบ้าง ซึ่งรัฐบาลฟิลิปปินส์ก็ยอมไม่ได้ที่จะให้มีการแบ่งแยกดินแดนรัฐโมโรเป็นอิสระขึ้นมา และรัฐบาลฟิลิปปินส์ก็ยอมรับว่า บทบาทการเป็นผู้อำนวยความสะดวกของมาเลเซียมีปัญหา เพราะไม่มีทีโออาร์ที่ชัดเจน จึงได้ดึงเอานานาชาติ เช่น สหรัฐอเมริกา อียู ญี่ปุ่น ลิเบีย ซาอุดีอาระเบีย เข้ามาคานอิทธิพล ไม่พึ่งมาเลเซียอย่างเดียว

นายสุรพงษ์กล่าวอีกว่า การขอร้องให้มาเลเซียร่วมมือกับไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ และเขาก็ให้ความร่วมมือมาเป็นระยะๆ ซึ่งมันมีการเมืองภายในของเขาที่มีความละเอียดอ่อนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทั้งนี้ การขอความร่วมมือจากรัฐบาลมาเลเซียนั้น ไม่จำเป็นต้องทำหนังสือเป็นทางการ แค่พูดคุยกันเขาก็ให้ความร่วมมือ เพราะมันส่งผลกระทบถึงเขาด้วย และถ้าขอเป็นทางการจะเป็นการมัดคอตัวเอง ความยืดหยุ่นมีน้อย และเท่ากับเรายอมรับว่าอำนาจนำอยู่ที่มาเลเซีย และมาเลเซียเป็นผู้จัดการปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายสุรพงษ์ตั้งข้อสังเกตว่า การที่รัฐบาลไปเจรจากับมาเลเซียครั้งนี้ เป็นการไปหาเพื่อข้อยุติของปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จริงๆ หรือเพียงเพื่อเอามาเลเซียเป็นเครื่องมือแล้วสมประโยชน์กันทั้งสองฝ่ายกันแน่ เพราะเป็นการทำให้มาเลเซียได้มีอำนาจนำต่อปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ตามที่เขาต้องการ ขณะที่รัฐบาลก็มีเรื่องเขตปกครองตนเอง ที่มีธุรกิจและผลประโยชน์ของพรรคพวกเข้าไปเกี่ยวข้อง เป็นการสมหวังกันทั้งสองฝ่ายบนความเสียหายของประเทศไทย

นอกจากนี้ การที่รัฐบาลปล่อยให้แกนนำขบวนการแบ่งแยกดินแดนมาออกทีวีช่อง 3 สะท้อนถึงความไร้เสถียรภาพและความอ่อนแอของรัฐบาลไทยที่ไม่สามารถแบ่งแยกได้ว่าอะไรคือความมั่นคง อะไรคือประโยชน์ของชาติ อะไรคือประโยชน์ของพวกพ้อง ขณะนี้มีการเอาผลประโยชน์ชาติเป็นอันดับรอง ผลประโยชน์พวกพ้องเป็นอันดับหนึ่ง สภาพแบบนี้พอไปเจรจากับกลุ่มไหนเขาก็อ่านออก ผู้ก่อการร้ายอ่านออก รัฐบาลมาเลเซียก็อ่านออกว่าประเด็นความมั่นคงในภาพรวมไม่ใช่ประเด็นที่รัฐบาลนี้ต้องการ เขาก็กดดันเต็มที่เพื่อเอาผลงานที่เขาต้องการ

นายสุรพงษ์ให้ความเห็นอีกว่า การเจรจากับกลุ่มก่อความไม่สงบนั้นฝ่ายเราทำมาตลอด แต่จุดอ่อนของเรา คือ เวลาไปคุยกับใครแล้วก็กลับมาคุยโว ต่างจากที่อังกฤษซึ่งเขาเจรจาลับกับกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนไออาร์เอมาตลอด 20 ปี จนยุติสงครามเย็นและกลุ่มกบฏยอมเจรจา กรณีของไทยถ้าจริงจังไม่มีวาระซ่อนเร้น ไม่จำเป็นที่จะต้องมาโฆษณาว่าจะไปคุยกับใคร เพราะในระดับผู้นำคุยกันในทางปิดก็ได้ ได้ผลเมื่อไหร่ค่อยเปิดเผย และในเบื้องต้นก็คุยกันในระดับเจ้าหน้าที่เท่านั้น จนมีความคืบหน้าค่อยยกระดับการพูดคุยขึ้น แต่นักการเมืองบ้านเราต้องการสร้างภาพตลอดเวลา เพื่อหากินทางการเมือง ทำให้เขารู้ทางเรา

อดีตเอกอัครราชทูต 5 ประเทศกล่าวในตอนท้ายว่า ถ้าจะวิเคราะห์ให้ถึงที่สุด การเจรจาแก้ไขปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้จะมีความคืบหน้าได้เราต้องปฏิบัติการภายในก่อน การเมืองภายในต้องมั่งคง ไม่ใช่ให้นักการเมืองทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านเอาไปเป็นประโยชน์ทางการเมืองหมด ตอนนี้รัฐบาลมาเลเซียเขาอ่านเกมเป็น เขารู้ว่าความต้องการจริงๆ ของรัฐบาลนี้ไม่ได้ต้องการให้เกิดความสงบ แต่ต้องการผลประโยชน์ เขาจึงเอาไปกดดันเพื่อให้วิน-วินทั้งสองฝ่าย

http://www.manager.co.th/Politics/ViewN ... 0000025010
kenshin
TAF Marshal
 
Posts: 1429
Joined: 24 Apr 2010 03:03

Re: สถานการณ์3จังหวัดชายแดนใต้

Postby masaaikirado » 28 Feb 2013 00:41

เห็นข่าวแต่ละข่าวเหนื่อยแทนครับ ทั้งคนไทยด้วยกันเอง ทั้งไทยกับเขมร ประเทศชาติถ้าจะล่มสลายก็คงจะเป็นคนไทยด้วยกันเองทีทำ ประวัติศาสตร์ก็มีมาให้จดจำแล้ว :cry:
-"๑"- ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ -"๑"
masaaikirado
Caption Wannabe
 
Posts: 296
Joined: 10 Mar 2012 14:27
Location: Surin ,Thailand

Re: สถานการณ์3จังหวัดชายแดนใต้

Postby rnp » 28 Feb 2013 08:53

นี่ไงครับ การเมืองนำการทหาร :( :( :(
rnp
Caption Wannabe
 
Posts: 183
Joined: 08 Jul 2012 15:49

Re: สถานการณ์3จังหวัดชายแดนใต้

Postby littlesly » 28 Feb 2013 13:08

Thailand signs peace talks deal with Muslims militants ไทยเซ็นสัญญาเจราจาสัติภาพกับโจรใต้

Thailand's government has signed its first-ever peace talks deal with Muslim rebels aimed at ending a decades-long conflict in the south.

The deal was signed in Malaysia by the National Revolution Front (BRN), one of several groups operating in Thailand.

More than 5,000 people have been killed since the conflict reignited in the Muslim-majority region in 2004.

Malaysian PM Najib Razak and his Thai counterpart Yingluck Shinawatra are to meet in Kuala Lumpur later on Thursday.

Their annual meeting is expected to include talks on the insurgency in the south as well as cross-border trade, said the Bangkok Post newspaper on Wednesday.

Malaysia has been acting as a facilitator for the negotiations between the Thai government and the Muslim rebels and is likely to host any peace talks.
'Do our best'

The document signed in Malaysian capital, Kuala Lumpur, will begin a "dialogue process", said officials.

More details of the agreement will be made public after the two prime ministers meet, Malaysian officials were quoted by Associated Press news agency as saying.

Correspondents say it marks a major breakthrough in efforts to bring an end to the violence, which has escalated in recent months.

However, they add that it is only a first step, noting the splintered nature of the insurgency and the possibility that the various rebel leaders may limited influence over their fighters.

The secretary-general of Thailand's National Security Council Paradorn Pattanatabutr, who signed the deal, said it was "another attempt by the government to tackle the unrest" and did not mean an immediate end to the conflict, Bangkok Post reports.

Hassan Taib, who signed the document for the BRN, told reporters: "Thank Allah we will do our best to solve the problem. We will tell our people to work together to solve the problems."

BRN, or Barisan Revolusi Nasional in Malay, is just one of several rebel groups in the south.

The rebels in mostly Muslim southern provinces are thought to be fighting for greater autonomy from Buddhist-majority Thailand.

Malaysia also brokered a framework peace agreement between the Philippines and its largest Muslim rebel group last year.

http://www.bbc.co.uk/news/world-asia-21 ... print=true
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อ่านไม่ค่อยเข้าใจ และไม่ได้ให้รายลัเอียดของสัญญาแต่ เนื่อข่าวบอกว่า ไทยได้เป็นเซ็นสัญญาเจรจาสัติภาพ กับ โจรใต้ ที่มาเลเรียบร้อยแล้วครับ เซ็นโดย เลขา สมช ข่าวโดย BBC ไม่น่ามั่วครับ
littlesly
 

Re: สถานการณ์3จังหวัดชายแดนใต้

Postby kenshin » 28 Feb 2013 15:12

เลขาสมช. ลงนามครั้งประวัติศาสตร์กับแกนนำกลุ่ม "บีอาร์เอ็น" หนุนสันติภาพดับไฟใต้

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 เวลา 13:35 น. ข่าวสดออนไลน์


ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อเวลา 10.00น. วันที่ 28 ก.พ. พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสมาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. พร้อมด้วยพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ท.สุรวัฒน์ บุตรวงษ์ ผู้แทน กอ.รมน. พล.ต.ท.สฤษดิ์ชัย เอนกเวียง ผบช.สันติบาล และผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส เป็นผู้แทนฝ่ายไทย

ขณะที่ฝ่ายมาเลเซียประกอบด้วย ดาโต๊ะมูฮัมหมัด ทาจูดดิน บินอับดุลวาฮับ เลขาธิการสมาภาความมั่นคงแห่งชาติมาเลเซีย พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย ผู้บริหารระดับสูงของมาเลเซีย

สองฝ่ายร่วมพิธีลงนามความร่วมมือในกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ ระหว่างเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติของไทยกับมาเลเซีย และนายฮาซัน ตอยิบ หัวหน้าฝ่ายประสานงานต่างประเทศขบวนการบีอาร์เอ็น โคออร์ดิเน็ท ผู้รับมอบอำนาจพร้อมแกนนำอีก 5 คน ซึ่งการลงนามดังกล่าว ทางการมาเลเซีย ได้อำนวยความสะดวกในเรื่องของสถานที่และประสานงาน

ทั้งนี้ การลงนามดังกล่าวจะส่งให้เกิดการพูดคุยเพื่อสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

พล.ท.ภราดรพัฒนถาบุตรเลขาธิการสมาความมั่นคงแห่งชาติหรือ สมช. กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้ เป็นดำเนินการต่อเนื่อง จากการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีของไทยและมาเลเซีย ซึ่งได้มอบหมายให้ สมช.ของ 2 ประเทศ ร่วมกันหาทองออกเพื่อสันติภาพ และประเทศไทยได้ดำเนินการตามนโยบายภายใต้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งขณะนี้มีกลุ่มเห็นต่างๆ ในหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มบีอาร์เอ็น ได้เข้ามาร่วมหารือเป็นกลุ่มแรก ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในขณะนี้ และเชื่อมั่นว่าจะมีอีกหลายกลุ่มเข้ามาหารือในลักษณะนี้ ดังนั้นเมื่อเกิดการพูดคุยแล้วมั่นใจว่า บรรยากาศสันติภาพในพื้นที่จะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการพูดคุยกับผู้แทนกลุ่มบีอาร์เอ็นยังไม่มีเงื่อนไขต่อรอง และจะมีการพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง โดยภายใน1-2 สัปดาห์ ก็จะมีการพูดคุยกับอีกหลายกลุ่ม ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นและเกิดความชัดเจน โดยเฉพาะในเรื่องการพัฒนาพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ทางรัฐบาลมาเลเซียพร้อมที่จะเข้ามาสนับสนุน เพื่อให้เกิดสันติภาพโดยเร็ว

ด้านนายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า การดำเนินการในลักษณะดังกล่าว เชื่อว่าจะทำให้สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ดีขึ้น หากแกนนำของกลุ่มที่เคลื่อนไหว จะช่วยส่งสัญญาณให้บุคคลที่ยังเคลื่อนไหวยุติการสร้างความวุ่นวาย เพื่อนำไปสู่การสร้างความปรองดอง สงบและสันติ ทั้งนี้อยากให้เรียกร้องให้กลุ่มคนที่ก่อความไม่สงบกลับบ้าน ยุติการกระทำและออกมาพูดคุย เพื่อนำไปสู่ความปรองดองสร้างสันติสุขในพื้นที่ โดยทางจังหวัดพร้อมเข้าไปดูแลครอบครัวของกลุ่มคนเหล่านี้อย่างเต็มที่

http://www.khaosod.co.th/view_newsonlin ... &subcatid=
kenshin
TAF Marshal
 
Posts: 1429
Joined: 24 Apr 2010 03:03

Re: สถานการณ์3จังหวัดชายแดนใต้

Postby thipbm » 28 Feb 2013 21:29

คุณเสริมสุข พูดใน ที่นี่ Thai PBS ชัดมากในบทบาทของมาเลเซีย :? :? :?
thipbm
Experienced Officer
 
Posts: 698
Joined: 30 Sep 2009 23:25

Re: สถานการณ์3จังหวัดชายแดนใต้

Postby parachutes » 28 Feb 2013 22:36

ฟังเเล้วเจ็บจี๊ดๆ
หวังจริงๆว่าจะเริ่มจิงจังจัดการให้
parachutes
Colonel of Battalion
 
Posts: 423
Joined: 06 Oct 2010 00:33

Re: สถานการณ์3จังหวัดชายแดนใต้

Postby FiTaLipz » 28 Feb 2013 22:54

เอ้าไทยไม่เจรจากับผู้ก่อการร้ายไม่ใช่หรอครับ = ='' แล้วถ้ามันขอแบ่งดินแดนหรือปกครองตนเองนี่อย่าบ้าจี้ไปล่ะ
They say before you start a war,
you better know what you're fighting for.
User avatar
FiTaLipz
Colonel of Battalion
 
Posts: 491
Joined: 11 Feb 2013 01:47
Location: pattani <3

Re: สถานการณ์3จังหวัดชายแดนใต้

Postby kenshin » 28 Feb 2013 23:39

นายกฯมาเลเซียเผย เจรจา"ไทย-บีอาร์เอ็น"จะเกิดขึ้นภายใน 2 สัปดาห์

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 เวลา 20:45:02 น.

28 ก.พ.-นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัคของมาเลเซียเผยว่า รัฐบาลไทยและขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (บีอาร์เอ็น) จะเปิดเจรจาในที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ภายในรอบ 2 สัปดาห์ เพื่อพยายามยุติเหตุไม่สงบทางภาคใต้ของประเทศ

นายกรัฐมนตรีนาจิบ กล่าวหลังจากหารือกับนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ไปเยือนในวันนี้ (28 ก.พ.) และหลังจากที่รัฐบาลไทยลงนามข้อตกลงกับกลุ่มบีอาร์เอ็นเรื่องเปิดการเจรจาสันติภาพ ว่า เขาหวังและภาวนาว่า การเจรจาจะเกิดขึ้นภายในอีก 2 สัปดาห์ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ จะให้ผลที่น่าพอใจ

ด้านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์แถลงข่าวที่เมืองปุตราจายา เมืองหลวงราชการของมาเลเซียกล่าวว่า ปรารถนาที่จะเห็นทางออกที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลจะเดินหน้าอย่างเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ และไทยปรารถนาที่จะมีส่วนร่วมในกระบวนการเจรจากับทุกฝ่ายและกลุ่มที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขในระดับรากของปัญหา ภายในกรอบการทำงานตามรัฐธรรมนูญ

นายกฯของไทยเดินทางไปมาเลเซีย เพื่อเข้าร่วมการประชุมประจำปีระหว่างไทยและมาเลเซีย (Annual Consultation) ซึ่งเป็นการหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย

ทั้งนี้ เหตุไม่สงบทางภาคใต้ของไทยที่ดำเนินมานาน 9 ปี ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 5,500 คน

http://www.matichon.co.th/news_detail.p ... catid=0600
kenshin
TAF Marshal
 
Posts: 1429
Joined: 24 Apr 2010 03:03

Re: สถานการณ์3จังหวัดชายแดนใต้

Postby kenshin » 28 Feb 2013 23:41

คุมตัว “เจะหมะ” มือบึ้มลีการ์เดนส์ หาดใหญ่ทำแผน เจอชาวบ้านตะโกนด่า (ชมคลิป)

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 กุมภาพันธ์ 2556 18:16 น.

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - คุมตัว “เจะหมะ วานิ” หนึ่งในมือบึ้มลีการ์เดนส์ หาดใหญ่ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ห้างลีการ์เดนส์ และเส้นทางที่ใช้ก่อเหตุรวม 3 จุด ทั้งใน จ.ปัตตานี และสงขลา เจอชาวบ้านตะโกนด่าด้วยคำหยาบคาย เผยมีผู้ร่วมก่อเหตุไปรับตัวมาจาก จ.ปัตตานี ก่อนเลี่ยงด่านตรวจเข้ามาก่อเหตุ และขึ้นรถตุ๊กตุ๊กหลบหนี

เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันนี้ (28 ก.พ.) พล.ต.ต.สุวิทย์ เชิญศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา พร้อม พ.ต.อ.อำพล บัวรับพร รอง ผกก.สส.ภาค 9 พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา พ.ต.อ.อดิเรก บือราเฮง ผกก.สภ.หาดใหญ่ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธร ภาค 9 หรือชุดสวาทแอดวานซ์ และกำลังตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ทั้งใน และนอกเครื่องแบบกว่า 100 นาย พร้อมอาวุธครบมือ ได้ร่วมกันควบคุม นายเจะหมะ วานิ หนึ่งในผู้ต้องหาลอบวางระเบิดโรงแรมลีการ์เดนส์ พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 31 มี.ค.2555 ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่โรงแรมลีการ์เดนส์ พลาซ่า จุดเกิดเหตุ หลังจากที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะกบดานอยู่ที่บ้านเลขที่ 128 ม.5 ต.เทพา อ.เทพา จ.สงขลา และจากการสอบสวน นายเจะหมะ วานิ ให้การรับสารภาพ

โดยเริ่มทำแผนที่โรงแรมลีการ์เดนส์ พลาซ่า เริ่มจาก นายเจะหมะ วานิ พร้อมด้วยผู้ร่วมก่อเหตุคืออีก 2 คน คือ นายเสรี แวมามุ และนายรุสลัน ใบหมะ ขับขี่รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีดำ ทะเบียน กค 6734 พัทลุง ที่ประกอบเป็นระเบิดคาร์บอมบ์ไปยังโรงแรมลีการ์เดนส์ พลาซ่า ซึ่งรถคันดังกล่าวเป็นของนายธนสร เกื้อสุข อดีตปลัด อบต. เชิงคีรี อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ที่ถูกคนร้ายลอบยิงเสียชีวิต และชิงรถคันดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 23 ต.ค.2554 โดยมีนายรุสลันเป็นคนขับ และนายเจะหมะนั่งเบาะหน้า ส่วนนายเสรีรออยู่ด้านนอก

โดยได้ขับผ่านทางช่องทางขาเข้าข้างโรงแรม และจอดแวะรับบัตรจอดรถที่จุดตรวจ ก่อนที่จะขับลงไปจอดยังชั้น B3 ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ จากนั้นทั้ง 2 คนจึงได้เดินขึ้นมาจากชั้น B3 ผ่านลานจอดรถจักรยานยนต์ชั้น B2 เดินเข้าไปภายในห้างซึ่งอยู่ชั้น B1 และขึ้นบันไดเลื่อนไปยังชั้น G จากนั้นออกไปทางประตูหน้าโรงแรม ซึ่งทั้งหมดตรงกับภาพที่กล้องวงจรปิดบันทึกไว้ได้ ก่อนที่ทั้ง 3 คนจะขึ้นรถตุ๊กตุ๊กด้านหน้าโรงแรม และเกิดระเบิดขึ้น

โดยตลอดการทำแผน มีประชาชน และนักท่องเที่ยวจำนวนมากยืนรอดูหน้า นายเจะหมะ อยู่ที่บริเวณหน้าโรงแรม และมีหญิงสาวคนหนึ่งตะโกนด่าด้วยคำหยาบคาย โดยใช้เวลาทำแผนในครั้งนี้เกือบ 1 ชั่วโมง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวไปทำแผนต่อที่มัสยิดควนลัง ม.3 ต.ควนลัง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่ทั้ง 3 คนรวมตัวกัน

สำหรับหรับการนำตัว นายเจะหมะ มาทำแผนในครั้งนี้ รวม 3 จุดด้วยกัน คือ จุดแรกที่มัสยิดกาบัง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นจุดที่ นายรุสลันขับรถไปรับ นายเจะหมะ เดินทางผ่าน อ.จะนะ จ.สงขลา โดยใช้เส้นทางริมทะเลสายนาทับ เพื่อเลี่ยงจุดตรวจบ้านควนมีดบนถนนสายเอเชีย อ.จะนะ จากนั้นจึงไปรับ นายเสรี ที่มัสยิดบ้านควนลัง ม.3 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ และขับรถเข้ามาก่อเหตุลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ที่ อ.หาดใหญ่

สำหรับการจับกุม นายเจะหมะ วานิ นั้น ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนของตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจากศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ติดตามตัวมานานกว่า 7 ปี โดย นายเจะหมะ หลบหนีไปกบดานอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย ก่อนที่จะเดินทางกลับเข้ามา

โดยเบาะแสสุดท้ายที่นำไปสู่การจับกุมคือ เจ้าหน้าที่ได้แกะรอยการติดต่อทางโทรศัพท์มือถือระหว่าง นายเจะหมะ กับนายวิทยา มูซอ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท และทราบว่าได้หนีมากบดานอยู่ที่บ้านเลขที่ 128 ม.5 ต.เทพา อ.เทพา จ.สงขลา ซึ่งเป็นบ้านของนายวิทยา จนนำไปสู่การจับกุมได้ในที่สุด

http://www.manager.co.th/South/ViewNews ... 0000025496
kenshin
TAF Marshal
 
Posts: 1429
Joined: 24 Apr 2010 03:03

PreviousNext

Return to Thai Defense & Joint Operation | ความมั่นคงและการรบร่วมของไทย

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 2 guests