RENAMED: รถเกราะล้อยาง BTR-3E1 ในกองทัพบกไทย

พูดคุยทุกเรื่องราวเกี่ยวกับกองทัพบกไทย รถถัง ปืนใหญ่ หน่วยรบพิเศษ ฯลฯ

Re: BTR-3E1 งานเข้า: เยอรมันยังไม่ขายเครื่องยนต์ให้

Postby AAG_th1 » 11 Jul 2010 09:28

โดยรวมการจัดหารถงวดที่2น่าจะมีจำนวนอยู่ 120คันขึ้นไปครับ ซึ่งร่วมทั้งรถของกองทัพบกและนาวิกโยธินด้วยกัน
แต่ความเห็นต่างๆก็ตามที่เคยกล่าวในข้างต้นครับ
User avatar
AAG_th1
TAF Marshal
 
Posts: 10760
Joined: 19 Jan 2009 09:06
Location: Thailand

Re: BTR-3E1 งานเข้า: เยอรมันยังไม่ขายเครื่องยนต์ให้

Postby Zepia » 11 Jul 2010 10:58

ผู้จัดการ จับแพะชนแกะได้สุดยอดจริงๆ :lol:
ว่าแต่ล๊อตสองเซ็นแล้วจริงๆ หรือนี่ ข่าวดูเงียบมากเลยครับ
User avatar
Zepia
Experienced Officer
 
Posts: 582
Joined: 19 Jan 2009 08:55

Re: BTR-3E1 งานเข้า: เยอรมันยังไม่ขายเครื่องยนต์ให้

Postby Kevlar » 11 Jul 2010 17:01

นั่นสิครับ เห็นไม่มีแถลงอะไรเลย ผมว่ารอดูทางหนังสือพิมพ์อื่นๆ ก่อนดีกว่านะครับ
จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา
ชาติเกียรติวินัยกล้าหาญอดทน
User avatar
Kevlar
TAF Marshal
 
Posts: 1032
Joined: 02 Jul 2010 21:06

Re: BTR-3E1 งานเข้า: เยอรมันยังไม่ขายเครื่องยนต์ให้

Postby e21cye » 12 Jul 2010 12:36

มีข่าวว่าจะส่งมาตั้งแต่เมษาฯ ไม่รู้มาละยัง
ใครเห็นเงาของเจ้านี่ก็ช่วยบอกด้วย

แต่มีข่าวว่าสตง.กำลังจ้องจะเล่น ฐานผิดสัญญา
เรื่องการเปลี่ยนเครื่องยนต์ ยังไม่เห็นข่าวว่าไปถึงไหน
e21cye
TAF Marshal
 
Posts: 1319
Joined: 09 Mar 2009 09:30

Re: BTR-3E1 งานเข้า: เยอรมันยังไม่ขายเครื่องยนต์ให้

Postby Kevlar » 14 Jul 2010 17:59

แล้วถ้าเปลี่ยนเคร่องยนต์ จะเกิดผลเสียยังไงต่อตัวรถหรอครับ
จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา
ชาติเกียรติวินัยกล้าหาญอดทน
User avatar
Kevlar
TAF Marshal
 
Posts: 1032
Joined: 02 Jul 2010 21:06

Re: BTR-3E1 งานเข้า: เยอรมันยังไม่ขายเครื่องยนต์ให้

Postby coffeemix » 14 Jul 2010 22:57

Kevlar wrote:แล้วถ้าเปลี่ยนเคร่องยนต์ จะเกิดผลเสียยังไงต่อตัวรถหรอครับ


อาจจะไม่มี หรือ อาจจะดีกว่าก็ได้ครับ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าผลเสียหรือผลดีต่อตัวรถคืออะไร

ปัญหาคือ ทำสัญญาซื้อเครื่องยี่ห้อหนึ่ง เวลาของมาส่งก็ต้องส่งของยี้ห้อที่ัสั่ง ครับ

ไม่ใช่โทรสั่ง Pizza Hut แต่เอา Pizza Company มาส่ง
User avatar
coffeemix
TAF Supreme Commander
 
Posts: 3964
Joined: 19 Jan 2009 21:54
Location: กรุงเทพมหานคร

Re: BTR-3E1 งานเข้า: เยอรมันยังไม่ขายเครื่องยนต์ให้

Postby e21cye » 15 Jul 2010 09:13

ลูกเล่นของคนสั้งซื้อของเพื่อเพิ่มราคาให้มันสูงขึ้น
แต่ประสิทธิภาพ ดีขึ้นหรือเลวลงยังไม่มีใครพิสูจน์ได้
e21cye
TAF Marshal
 
Posts: 1319
Joined: 09 Mar 2009 09:30

Re: BTR-3E1 งานเข้า: เยอรมันยังไม่ขายเครื่องยนต์ให้

Postby terdkiet » 15 Jul 2010 09:18

coffeemix wrote:
Kevlar wrote:แล้วถ้าเปลี่ยนเคร่องยนต์ จะเกิดผลเสียยังไงต่อตัวรถหรอครับ


อาจจะไม่มี หรือ อาจจะดีกว่าก็ได้ครับ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าผลเสียหรือผลดีต่อตัวรถคืออะไร

ปัญหาคือ ทำสัญญาซื้อเครื่องยี่ห้อหนึ่ง เวลาของมาส่งก็ต้องส่งของยี้ห้อที่ัสั่ง ครับ

ไม่ใช่โทรสั่ง Pizza Hut แต่เอา Pizza Company มาส่ง

เสริมป๋าปืนครับ....สตง.ไม่สนหรอกครับว่าในแง่เทคนิคจะดีขึ้นหรือไม่ สนแต่ว่าถ้าสเปคแตกต่างจากที่ขอไว้แต่แรก ราคาแพงกว่าเดิมหรือเปล่า? ถ้าแพงกว่าก็จ่ายเท่าเดิม แต่ถ้าถูกกว่า เงินส่วนต่างไปไหน เท่านั้นเอง
The journey of a thousand miles must begins with a single step…..Lao Tsu
User avatar
terdkiet
TAF Marshal
 
Posts: 1391
Joined: 19 Jan 2009 10:24
Location: Ram 21

Re: BTR-3E1 งานเข้า: เยอรมันยังไม่ขายเครื่องยนต์ให้

Postby Penguin » 16 Jul 2010 09:46

ปกติเวลามีการทำสัญญาจัดซื้อ จะมีการระบุ กำหนดระยะเวลาการส่งมอบสิ่งของ ภายใน.....วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา หากผู้ขายไม่สามารถส่งมอบสิ่งของได้ตามกำหนด จะมีการระบุการปรับเงิน ตามแต่ตกลงกันหรือตามที่ผู้ซื้อกำหนด...
กรณี BTR-3E1 ไม่แน่ใจว่า กองทัพระบุในสัญญาหรือไม่ว่าจะปรับหากส่งมอบไม่ตรงกำหนด เห็นสั่งซื้อมานานแล้ว เงินส่วนหนึ่งรัฐบาลก็ชำระแล้วแต่ยังเงียบๆกันอยู่ น่าจะเลยกำหนดเวลาส่งมอบนานแล้ว กองทัพบกจะปรับเงินหรือไม่ครับ ( ผลประโยชน์ของประเทศทั้งนั้น ) หรือว่าไม่สามารถหาเรื่องปรับเงินได้ เพราะปัญหาเกิดจากทางกองทัพเอง ที่มีเหตุปกติที่ต้องเปลี่ยนเครื่องยนต์ หรืออาจเกิดจากยังไม่สามารถชำระเงินงวดสุดท้ายได้ ทั้งๆที่เขาพร้อมส่งมอบตั้งนานแล้ว เพราะหาคนเซ็นจ่ายและเซ็นรับของไม่ได้ครับ ( ในกรณีที่ต้องมีคนเซ็นจ่ายและเซ็นรับของจากหน่วยงานอื่นด้วย )
User avatar
Penguin
General of Forum
 
Posts: 839
Joined: 03 May 2009 14:01

Re: BTR-3E1 งานเข้า: เยอรมันยังไม่ขายเครื่องยนต์ให้

Postby Kevlar » 21 Jul 2010 19:54

กมธ.ทหารแฉพบพิรุธอื้อซื้อ"กริพเพน" เครื่องเปล่าไร้เขี้ยวเล็บ กองทัพเล็งรถเกราะยูเครนอีก 121 คัน

“กมธ.การทห.” สอบพบพิรุธซื้อ “กริพเพน” ได้แต่เครื่องเปล่าไร้เขี้ยวเล็บ

ผู้สื่อข่าว “มติชน” รายงาน ว่า เมื่อเร็วๆนี้ คณะกรรมาธิการ(กมธ.)การทหาร สภาผู้แทนราษฎร ที่กำลังติดตามโครงการการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ ยาส 39ซี/ดี กริพเพน (JAS 39C/D Gripen) จากประเทศสวีเดน ของกองทัพอากาศ ได้จัดทำเอกสารสรุปผลการพิจารณาสอบในประเด็นต่างๆเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการดำเนินงาน ดังนี้ โครงการจัดหาในระยะแรกจำนวน 6 ลำ วงเงิน 1.9 หมื่นล้านบาท ได้ดำเนินการแล้ว โดยเหลือการจัดหาระยะที่ 2 อีกจำนวน 6 ลำ วงเงิน 1.6 หมื่นล้านบาท โดยพบว่าการจัดหาในระยะแรกประกอบด้วย เครื่องบิน Gripen (Model C นั่งได้ 1 ที่นั่ง) จำนวน 2 ลำ ราคาลำละ 1,650 ล้านบาท เครื่องบิน Gripen (Model D นั่งได้ 2 ที่นั่ง) จำนวน 4 ลำ ราคาลำละ 2,015 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ทั้งนี้ ประเด็นน่าสนใจคือเป็นเครื่องเปล่า อุปกรณ์สนับสนุนต่างๆไม่รวมอาวุธจรวดและระเบิด นอกจากนี้สิ่งที่ทางสวีเดนให้เพิ่มมาด้วยคือ เครื่องบิน Saab 340 จำนวน 1 ลำ และเครื่องบิน Saab 340 AEW อีกจำนวน 1 ลำ ซึ่งเป็นเครื่องบินที่ใช้งานมานานกว่า 10 ปี ซึ่งปัจจุบันสวีเดนได้ปลดประจำการแล้วเมื่อปี 2554 หากรับมาใช้กองทัพอากาศไทยจะต้องของบประมาณเพิ่มเติมอีกประมาณ 800 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงเครื่องบิน Saab 340 AEW ให้เป็น Saab 340 AEW/C เพื่อให้สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องบิน Gripen ที่ซื้อมาได้ สำหรับการจัดหาในระยะที่ 2 เพิ่มอีก 6 ลำ วงเงิน 1.6 หมื่นล้านบาทนั้น ได้แก่ เครื่องบิน Gripen (Model C นั่งได้ 1 ที่นั่ง) จำนวน 6 ลำ ราคาลำละ 1,715 ล้านบาท (ราคาเพิ่มขึ้น 5 เปอร์เซ็นต์) ทั้งนี้สำหรับอุปกรณ์สนับสนุนต่างๆ ยังไม่รวมอาวุธจรวดและระเบิดเช่นเดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ประเด็นความผิดปกติของโครงการที่ตรวจพบ ได้แก่ 1.การจัดหาเครื่องบิน Gripen ในระยะที่ 1 จำนวน 6 ลำ แบ่งเป็นแบบโมเดล C คือ 1 ที่นั่ง 2 ลำ และโมเดล D คือ ที่นั่งคู่อีก 4 ลำ โดยโมเดล C ในการประกอบชิ้นส่วนต่างๆของเครื่องบิน เช่น ลำตัวเครื่อง ปีก ฐานล้อ วิทยุติดต่อ เครื่องวัดต่างๆในห้องนักบิน ฯลฯ ทางสวีเดนได้นำชิ้นส่วนอะไหล่ของเครื่องบิน Gripen โมเดล A ซึ่งเป็นรุ่น 1 ที่นั่งเช่นเดียวกับโมเดล C แต่ได้ปลดประจำการไปแล้ว เช่น ลำตัวเครื่อง ปีก ฐานล้อ วิทยุติดต่อ เครื่องวัดต่างๆในห้องนักบิน ฯลฯ และชิ้นส่วนอะไหล่อีกหลายรายการมาประกอบรวมกับอะไหล่ใหม่ให้กับกองทัพอากาศไทย

โดยเมื่อทำการตรวจรับและส่งมอบเครื่องบินในประเทศไทยแล้ว จะทำการตรวจสอบชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆของเครื่องบินได้ยาก และจะทำได้ก็ต่อเมื่อเครื่องบินครบอายุการตรวจ(Phase Inspection) ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2-4 ปี ดังนั้นกว่าจะถึงเวลาดังกล่าวจึงเป็นข้อสังเกตุว่า เครื่องบิน Gripen โมเดล C ที่ทอ.ไทยซื้อมาลำละ 47 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ จะมีราคาที่แท้จริงซึ่งใช้ปีกและอะไหล่มือสองดังกล่าวหรือไม่ เพราะราคาที่แท้จริงน่าจะอยู่ที่ 20-25 ล้านดอลล่าร์สหรัฐเท่านั้น (มีเงินส่วนต่างจำนวน 50 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ) และหากมีการเซ็นสัญญากับบริษัท Gripen ในการจัดหาระยะที่ 2 สำหรับ โมเดล C อีก 6 ลำ จะทำให้เงินส่วนต่างหายไปอีกประมาณ 210 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรืออาจมากกว่านั้น

ปลัดกลาโหมบอกเตรียมสั่งซื้อ “รถเกราะยูเครน” เพิ่ม 121 คัน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 กรกฎาคม ที่โรงเรียนกลาโหมอุทิศ พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวกรณีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ขอกระทรวงกลาโหมทำเรื่องลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทรถหุ้มเกราะล้อยางประเทศยูเครนว่า กองทัพบกได้ชี้แจงในรายละเอียดทางสตง.ไปแล้ว เชื่อว่าสามารถตรวจสอบบริษัทดังกล่าวที่ประเทศยูเครนได้ ในเรื่องเครื่องยนต์กองทัพบกได้ชี้แจงว่าเครื่องที่เปลี่ยนมีคุณลักษณะที่ดีกว่าเครื่องเดิม โดยมีหลักการเปลี่ยนว่าคุณสมบัติต้องไม่ด้อยกว่าของเดิมคือเท่ากันหรือดีกว่า

เมื่อถามว่า มีข่าวว่าได้มีการเร่งอนุมัติซื้อรถหุ้มเกราะล้อยางรอบ 2 จำนวน 121 คัน พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ไม่ได้มีการเร่งรัดอนุมัติการดำเนินการจัดซื้ออีก 121 คันตามที่สอบถาม แต่ในหลักการเมื่องบประมาณยังมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้อนุมัติให้ดำเนินงานตามแผนงานแผนเงินที่มีอยู่แค่นั้น ยังไม่ได้มีการอนุมัติให้จัดซื้อ

รายงานข่าวแจ้งว่า ในการจัดซื้อรถหุ้มเกราะล้อยางจากยูเครนในล็อต 2 จำนวน 121 คัน กองทัพบกกำลังดำเนินการขอจัดซื้อเพิ่มเติม โดยเตรียมที่จะทำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า เพื่อขออนุมัติในหลักการ ทั้งนี้ โครงการจัดซื้อรถหุ้มเกราะล้อยางล็อตแรก จำนวน 96 คัน งบประมาณ 4,600 ล้านบาท ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนในการจัดซื้อ เพราะติดปัญหาในการจัดหาอะไหล่ของประเทศยูเครน ไม่ตรงตามสเปค ทำให้การจัดซื้อยังไม่คืบหน้า ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสังเกตว่าเหตุใดกองทัพบกจึงเร่งจัดซื้อรถหุ้มเกราะล้อยางล็อต 2 ในเวลานี้ โดยเฉพาะในช่วงที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) จะเกษียณอายุราชการในสิ้นเดือนกันยายนนี้

http://www.matichon.co.th/news_detail.p ... =00&catid=
จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา
ชาติเกียรติวินัยกล้าหาญอดทน
User avatar
Kevlar
TAF Marshal
 
Posts: 1032
Joined: 02 Jul 2010 21:06

Re: BTR-3E1 งานเข้า: เยอรมันยังไม่ขายเครื่องยนต์ให้

Postby Kevlar » 21 Jul 2010 21:26

โพส link ที่มาด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้นอาจจะจำเป็นต้องลบทิ้งครับ เพราะถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของเจ้าของข่าวครับ ขอบคุณครับ


ขออนุญาติลบ ขอบคุณครับ
จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา
ชาติเกียรติวินัยกล้าหาญอดทน
User avatar
Kevlar
TAF Marshal
 
Posts: 1032
Joined: 02 Jul 2010 21:06

Re: BTR-3E1 งานเข้า: เยอรมันยังไม่ขายเครื่องยนต์ให้

Postby terdkiet » 21 Jul 2010 22:55

อ้อ..ตกลงเครื่องเป็น MTU ของเบนซ์และเกียร์เป้นของอัลลิสัน เอ๊ย เอดิสัน :mrgreen:
The journey of a thousand miles must begins with a single step…..Lao Tsu
User avatar
terdkiet
TAF Marshal
 
Posts: 1391
Joined: 19 Jan 2009 10:24
Location: Ram 21

Re: BTR-3E1 งานเข้า: เยอรมันยังไม่ขายเครื่องยนต์ให้

Postby topza » 22 Jul 2010 08:48

ข่าวข้างบนใช่มาจากที่นี่เปล่าครับ http://www.parliament.go.th/news/news_d ... rid=263992
topza
Newly Recruited
 
Posts: 38
Joined: 02 Mar 2010 09:56

Re: BTR-3E1 งานเข้า: เยอรมันยังไม่ขายเครื่องยนต์ให้

Postby Praetorians » 22 Jul 2010 12:58

ข่าวจากคมชัดลึกครับ

http://www.komchadluek.net/detail/20100722/67398/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99.html

คมชัดลึก :" ประวิตร"บอกอย่าตกใจทบ.ขออนุมัติจัดซื้อ“รถหุ้มเกราะ”ล๊อต 2 ยันทุกอย่างทำตามขั้นตอนแจงล๊อคแรกส่งมอบช้าเพราะมีปัญหาเครื่องยนต์จริง ย้ำอีกครั้งโยกย้ายทหารเดือนสิงหาฯเรียบร้อยแน่

(22ก.ค.) เวลา 09.00 น.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม กล่าวกรณีกองทัพบกจะซื้อรถหุ้มเกราะล้อยาง ล๊อต สองจำนวน 121 คันว่า เป็นการเสนอมาตามขั้นตอนซึ่งอนุมัติมาตั้งแต่ปี 2550 ในเรื่องการจัดซื้อจัดหายุทโธปกรณ์ตามแผนงานของกองทัพบกในการดำเนินการปรับ ปรุงยุทโธปกรณ์ซึ่งรัฐบาลให้งบประมาณ แต่มีขั้นตอนเกี่ยวกับเรื่องเครื่องยนต์ที่เกี่ยวกับการขัดซื้อจัดหาแต่ กำลังมีการแก้ไข

ทุกอย่างดำเนินการไปเรียบร้อยและทำตามกฎหมายทุกอย่างเราไม่มีทางทำอะไร ที่นอกเหนือกฎหมายโดยเฉพาะเรื่องการจัดซื้อจัดหาเราทำตามระเบียบสำนักนายก รัฐมนตรีอย่างชัดเจนทุกเรื่อง และมีคณะกรรมการดำเนินการทุกขั้นตอน ไม่ใช่ทำคนเดียวขอให้สบายใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นห่วงว่าล๊อตแรก 96 คันก็ยังไม่ได้รับมอบเกรงว่าจะมีปัญหาตามมาหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่มีการจัดซื้อ แต่ขั้นตอนดำเนินการก็ต้องทำไป แต่ที่จะซื้อใหม่ยังไม่ได้ซื้อเป็นเพียงการอนุมัติหลักการตามความต้องการ เรื่องนี้เหล่าทัพจะพิจารณาความต้องการมาทุกขั้นตอนกระทรวงกลาโหมและสำนัก งานปลัดกลาโหมจะรวมกันพิจารณา และมีเจ้ากรมพระธรรมนูญดำเนินการตามกฎหมาย ก่อนมาถึงตน

เมื่อถามว่าการจัดซื้อล๊อตแรก 96 คันกว่า 3 ปี ทำไมยังไม่ได้รับมอบรถ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า มีปัญหาเรื่องเครื่องยนต์ที่ไม่เรียบร้อย เพราะประเทศที่จัดหาเขาไม่ขายให้ เพราะเกี่ยวกับเรื่องสายการผลิตของเครื่องยนต์ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังไปติดตามดูให้สมบูรณ์ก่อนจะส่งมาให้ดูก่อนจำนวน 2 คันซึ่งจะต้องเป็นไปตามสเปค ตามความต้องการทุกอย่างที่คณะกรรมการไปทดสอบทุกอย่าง ถ้าไม่เป็นไปตามสเปค คณะกรรมการเขาก็ไม่ตรวจรับ ความล่าช้าที่เกิดขึ้นเป็นความล่าช้าที่ต้องดำเนินการให้ถูกต้องเพราะถือว่า เป็นภาษีของประชาชนเราต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้องสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม ตนขอยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการจัดซื้อเพิ่มแต่อย่างใด เป็นเพียงขั้นตอนการดำเนินการตามระเบียบราชการ เมื่อยังไม่ได้ซื้อยังไม่ได้จ่ายเงินก็อย่าเพิ่งตกใจ

ต่อข้อถามที่ว่า การพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี 2553 พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องนี้มีระเบียบเป็นไปตาม พ.ร.บ.การจัดส่วนราชการของกระทรวงกลาโหม โดยมีคณะกรรมการปรับย้าย ทุกอย่างทำตามระเบียบ เพราะฉะนั้นไม่มีทางที่จะทำนอกระเบียบหรือผิดกฎหมาย ขณะนี้คณะกรรมการของแต่ละเหล่าทัพก็ไปประชุมกันก่อนจะเสนอมาถึงกระทรวง กลาโหมตามห้วงระยะเวลาก็ประมาณเดือน สิงหาคม
Image
We fight, so that peace may reign. We are the Ghosts.
User avatar
Praetorians
Colonel of Battalion
 
Posts: 425
Joined: 22 Jan 2009 10:16

Re: BTR-3E1 งานเข้า: เยอรมันยังไม่ขายเครื่องยนต์ให้

Postby topza » 23 Jul 2010 00:31

อุปทูตยันยานเกราะยูเครนผลิตเองกว่า 80 ปี-ท้า สตง.บุกพิสูจน์!

คมชัดลึก :การ จัดซื้อรถหุ้มเกราะล้อยางจากประเทศยูเครนของกองทัพบก ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ จนทำให้ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ขอให้กระทรวงกลาโหมทำเรื่องขอลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทรถหุ้มเกราะล้อยาง ประเทศยูเครน

ตามโครงการจัดซื้อรถหุ้มเกราะล้อยางรุ่น BTR3-E1 จากประเทศยูเครน จำนวน 96 คัน งบประมาณเกือบ 4,000 ล้านบาท ของกองทัพบก (ทบ.) เพื่อนำมาประจำการในกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) จ.ปราจีนบุรี ในขณะเดียวกัน ทบ.กำลังจะเสนอแผนจัดซื้อรถหุ้มเกราะรุ่นดังกล่าวเพิ่มเติมอีก 121 คัน งบประมาณ 5,000 ล้านบาท

ทำให้ นายอังดรีย์ เบชตา อุปทูตสาธารณรัฐยูเครน ยืนยันถึงความคุ้มค่าของรถหุ้มเกราะล้อยางรุ่น BTR-3E1 ของประเทศตนว่า ข้อสังเกตเรื่องที่ว่ายูเครนไม่มีเทคโนโลยีในการพัฒนาเครื่องยนต์ เป็นเพียงแค่ผู้ประกอบรถเท่านั้นเอง

ประเด็นนี้นับว่า "ผิดจากความจริง" อย่างมาก เพราะสมัยที่ยูเครนเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตก็เคยร่วมกันวิจัยและ พัฒนารถหุ้มเกราะมาด้วยกัน โดยมีสถาบันที่ออกแบบ และพัฒนาที่มีอายุยาวนานมากกว่า 80 ปี

ส่วนปัจจุบัน สถาบันดังกล่าวก็ยังอยู่ในยูเครน โดยมีหน้าที่ออกแบบพัฒนารถเกราะทั้งหมด รวมถึงรถเกราะล้อยางรุ่นดังกล่าวด้วย และยังได้พัฒนาออกแบบอาวุธชนิดต่างๆ ทั้งรถถัง เรื่อยไปจนถึงเครื่องบินรบ

สำหรับรถหุ้มเกราะล้อยางรุ่น BTR-3E1 ซึ่งกองทัพบกไทยคัดเลือกในปี ค.ศ.2007 เป็นรุ่นล่าสุดของการออกแบบ และพัฒนาของทางยูเครน

"การอ้างว่ารถรุ่นนี้เป็นการเอารถยานเกราะเก่าของรัสเซีย คือรถยานเกราะล้อยางรุ่น BTR-80 มาปรับปรุงพัฒนาใหม่ ไม่มีพื้นฐานความเป็นจริงเลย รัฐบาลยูเครนได้แจ้งให้อดีตผู้นำ และอดีต รมว.กลาโหม ของไทยทราบแล้วว่ารถยานเกราะล้อยางรุ่น BTR-3E1 ไม่ใช่ของเก่า แต่เป็นของที่ทำขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่เอาของเก่ามาย้อมแมวขาย" อูปทูตยูเครน กล่าวย้ำ

อุปทูตยูเครน กล่าวอีกว่า ตามสัญญาที่ได้ลงนามกันไว้แบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ก็ระบุชัดเจนว่ายูเครนจะผลิตอุปกรณ์ทั้งหมดหลังจากเซ็นสัญญากันแล้ว และยูเครนก็เคารพในข้อสัญญาทุกอย่างว่า การผลิตต้องเป็นของใหม่ทั้งหมด

ทั้งนี้หลักฐานที่แสดงว่ารถหุ้มเกราะล้อยางรุ่น BTR-3E1 เป็นของที่ทำขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ไม่ได้พัฒนามาจาก BTR-80 ของรัสเซีย คือตัวรถของ BTR-3E1 มีความยาว และสูงกว่า BTR-80 ของรัสเซีย จึงไม่สามารถใช้อุปกรณ์ร่วมกับของรัสเซียได้

นอกจากนี้ เราก็ได้ชี้แจงไปยังสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เมื่อ 2-3 ปีที่แล้วว่า BTR-3E1 ไม่ใช่ของเก่า แต่เป็นของใหม่ทั้งหมด กระนั้นก็ยังมีข้อกล่าวหาในทางลบอยู่เรื่อยๆ ซึ่งมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

"ที่น่าแปลกใจคือ ทำไม สตง.ถึงไม่เคยติดต่อมาที่สถานทูตยูเครนเพื่อขอข้อมูล ซึ่งเราก็ไม่เข้าใจว่าข้อมูลที่ สตง.ไปรับมาจากที่ไหน ถึงมีแต่ข้อมูลทางลบอยู่ตลอดเวลา" อุปทูตยูเครน กล่าวขอความเห็นใจ

ส่วนข้อกังขาที่ว่ายูเครนส่งมอบรถช้า จากคำให้สัมภาษณ์ของ พล.ท.เอกชัย วัชรประทีป เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก ก็ได้ชี้แจงแล้วว่า เหตุผลที่ส่งช้า หลังจากประเทศเยอรมนีที่ผลิตเครื่องยนต์ไม่สามารถส่งออกเครื่องยนต์ให้ไทย ได้ เพราะไทยมีปัญหาทางการเมือง

"ความผิดเรื่องนี้ไม่ได้ผิดที่ประเทศยูเครน เพราะยูเครนก็ซื้อเครื่องยนต์ชนิดดังกล่าวให้แก่ประเทศอื่นด้วย" อุปทูตยูเครน กล่าวชี้แจง

อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น ยูเครนก็ร่วมกันแก้ปัญหากับฝ่ายไทย โดยมีการตกลงกันว่าจะคัดเลือกเครื่องยนต์มา 3 แบบ คือ 1.แคทเตอร์พิลลา 2.คัมบินสไตรเออร์ และ 3.เอ็มทียูของเบนซ์

"จากการหารือกันแล้วคิดว่าเครื่องเอ็มทียูน่าจะดีกว่า เพราะเหมือนกับเครื่องดอยช์ โดยเฉพาะในเรื่องของกำลัง และเมื่อประกอบกันแล้วความสามารถของยานเกราะก็จะดีขึ้นในบางเรื่อง" อุปทูตยูเครน การันตีสมรรถนะของเครื่องตระกูลเบนซ์

เขาชี้ว่าขั้นตอนในการหารือเพื่อคัดเลือกเครื่องยนต์ใหม่ทำให้ต้องเสีย เวลาส่งมอบไปนานเกือบ 1 ปี ซึ่งเมื่อเปลี่ยนเครื่องยนต์ก็จะต้องมีการแก้ไขสัญญา

"ถ้ารัฐบาลไทยแก้ไขสัญญาได้เร็ว รัฐบาลยูเครนก็จะสามารถส่งของให้ครบถ้วนได้ในปี 2554" อุปทูตยูเครน กล่าวยืนยัน

เมื่อถามว่ารัฐบาลยูเครนเจ็บปวดหรือไม่ที่ถูกกล่าวหาว่าเอาของเก่ามา ย้อมแมวขาย เขาตอบว่า การจัดซื้อครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศ ประเทศยูเครนคงไม่เสี่ยงเอาชื่อเสียงของรัฐบาลมาทำธุรกิจแบบนี้

"ข้อแรกในสัญญาความร่วมมือทางทหารระหว่างไทยกับยูเครน คือจะไม่หลอกลวงกัน ซึ่งยูเครนจะพยายามดำเนินการให้ตรงตามสัญญา เพราะยูเครนเป็น 1 ใน 10 ประเทศที่มีชื่อเสียงทั่วโลกเรื่องการส่งออกอาวุธ ซึ่งเรื่องของชื่อเสียงในธุรกิจนี้มีความสำคัญมาก โดยเกือบทั้งหมดของอุตสาหกรรมนี้จะอยู่ภายใต้การควบคุม และเป็นเจ้าของโดยกระทรวงกลาโหมยูเครน และการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์จะต้องผ่านการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบคุณภาพ ของกระทรวงกลาโหมยูเครน"

อุปทูตยูเครน ชี้แจงด้วยว่า เมื่อปี 2007 มีผู้แทนกองทัพบก กองทัพเรือ และผู้แทนกระทรวงกลาโหม เดินทางไปดูโรงงานผลิตมาแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการเชิญ สตง.ไปดูโรงงานที่ยูเครน ซึ่งเป็นโอกาสดีที่จะได้ต่อสู้กับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องที่ปรากฏอยู่ในเวลานี้

ส่วนเหตุผลที่กองทัพบกเตรียมจัดซื้อยานเกราะล้อยางลอตที่ 2 อีก 121 คัน อุปทูตยูเครน เชื่อว่า ทบ.ไทยน่าจะเห็นว่ายานเกราะจะสะดวกต่อการใช้งานถ้าเป็นรถจากประเทศเดียวกัน เพราะเรื่องการส่งกำลังบำรุงรักษาแบบเดียวกันถือว่ามีความเหมาะสม

"เราหวังว่าลอตที่ 2 คงจะได้เซ็นสัญญากันในเร็วๆ นี้ หรือก่อนสิ้นเดือนกันยายน โดยการจัดซื้อลอตที่ 2 เป็นการจัดซื้อโดยตรง โดยที่ไม่ผ่านการซื้อแบบรัฐต่อรัฐ และยืนยันว่าไม่มีเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน" อุปทูตยูเครน กล่าว

อุปทูตยูเครน กล่าวด้วยว่า หลังจากไปนี้หวังว่าโครงการความร่วมมือทางด้านการทหารระหว่างไทยกับยูเครนจะ ดำเนินการต่อไป โดยยูเครนยังมีอาวุธที่ขึ้นชื่ออีกมากมาย เช่น รถยานเกราะล้อยาง เครื่องบินขนส่งทางทหาร เครื่องมือสื่อสาร ฯลฯ

ส่วนการที่ได้รับการคัดเลือกก็เนื่องจากยานเกราะล้อยางของยูเครนมีจุด เด่นที่ "อำนาจการยิง" และ "ระบบทางเทคนิค" ที่มีเทคโนโลยีอันทันสมัย จึงหวังว่าหลังจากการเชิญ สตง.ไปพิสูจน์ในครั้งนี้คำถามในเชิงลบต่างๆ คงไม่เกิดขึ้นมาอีก

ปัญญา ทิ้วสังวาลย์
ที่มา http://www.komchadluek.net/detail/20100 ... 9%8C!.html
topza
Newly Recruited
 
Posts: 38
Joined: 02 Mar 2010 09:56

PreviousNext

Return to Royal Thai Army | กองทัพบกไทย

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 1 guest