dịch vụ seo hcm v cc sản phẩm khc của cng ty chng ti l dịch vụ seo tphcm hay cng ty seo hcm v dịch vụ seo tphcm dịch vụ seo hcm
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
TAF Article

รวบรวมบทความซึ่งเขียนขึ้นโดยทีมงานและสมาชิก TAF

สำหรับบทความที่เขียนขึ้นโดยสมาชิกหรือบทความภายนอกนั้น
ลิขสิทธิ์บทความเป็นของผู้เขียนบทความ ผู้ผลิตต้นฉบับ



10 อย่างที่ห้ามพลาดในงาน 100 ปีการบิน ณ ดอนเมือง PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Wednesday, 20 June 2012 19:57


ภาพขอขอบคุณ แฟนเพจนิตยสาร aerospace

ในระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน - 2 กรกฏาคม 2555 นี้ ณ พื้นที่อาคารคลังสินค้า ท่าอากาศยานดอนเมือง (ที่เดียวกับที่จัดงานวันเด็ก) กองทัพอากาศ และหน่วยงานราชการทั้งภาครัฐและเอกชนจะร่วมกันรำลึกถึงคำสั่งกระทรวงกลาโหมเมื่อวันที่ 2 กรกฏาคม แต่ในเป็นเมื่อ 100 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นจุดกำเนิดที่ทำให้การบินของสยามก้าวหน้ามาจนถึงทุกวันนี้ ถือว่าประเทศไทยได้มีโอกาสฉลอง 100 ปีการบินในเวลาที่ไล่เลี่ยกับประเทศมหาอำนาจหลายประเทศในโลกนี้

ภายในงานนอกจากอากาศยานจากหลากหลายหน่วยงานแล้ว ยังมีนิทรรศการและกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย รับรองว่ายิ่งใหญ่กว่างานวันเด็กที่เราเคยไปสัมผัสกันหลายเท่า ด้วยอากาศยานกว่าร้อยลำที่เข้าร่วมงาน งานนี้จึงพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

ThaiArmedForce.com จึงขอนำ 10 อย่างที่ทุกท่านต้องไม่พลาดเพื่อที่จะได้ร่วมชมงานนี้มาฝากกันครับ

Last Updated on Wednesday, 20 June 2012 21:03
 
[สรศักดิ์ สุบงกช] TAF Trip #1 - หนึ่งวันกับโรงเรียนการบิน และ Blue Phoenix PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Thursday, 03 May 2012 22:43

สรศักดิ์ สุบงกช
sosak@me.com

ผมถูกเชิญแกมบังคับจากน้องๆในเว็บไซต์ www.thaiarmedforce.com ล่วงหน้าหนึ่งเดือน ก่อนจะไปเยือนโรงเรียนการบินของกองทัพอากาศที่กำแพงแสน นครปฐม ในฐานะคนคุ้นเคยกัน หน้าที่ของผมในคณะคือเป็นวิทยากรเพื่อแนะนำเรื่องการเขียนบทความในฐานะนักเขียนและนักแปลอาชีพ แต่เมื่อไม่มีใครสนใจจะเขียนบทความ ทุกคนมุ่งหวังแต่จะได้ภาพการบินผาดแผลงกลับไปชื่นชม ผมก็ดีใจที่จะได้ไม่ต้องเหนื่อยเพราะจะได้ถ่ายรูปอย่างเดียวโดยไม่ต้องพูด แต่ที่ดีใจมากกว่าคือการได้กลับไปพบกับเพื่อนสนิทสองคนที่ไม่ได้เห็นหน้ากันมานาน ทั้งคู่เป็นครูการบินที่นั่นโดยคนหนึ่งเป็นผู้บังคับฝูงบินฝึก CT-4 ส่วนอีกคนเป็นนักบินฝูงบินผาดแผลง "บลู ฟีนิกซ์"  ความดีใจที่จะได้เจอเพื่อนมีมากกว่าการเอากล้องไปถ่ายรูป  เพราะครั้งนี้เราไปกันเป็นคณะยี่สิบกว่าคน ทุกคนมีกล้องแต่ใช่ว่าทุกคนจะมีเพื่อนเป็นครูการบิน ซึ่งจริงๆแล้วความเป็นครูการบินยังสำคัญน้อยกว่าความเป็นเพื่อนที่ทั้งคู่มอบให้ผม เขาอาจจะเป็นใครก็ได้เพียงแค่บังเอิญมาเป็นครูการบินเท่านั้นเอง

Last Updated on Saturday, 05 May 2012 22:36
 
[Victor A Kerr/PSS] โจรสลัด – ปัญหาที่มากกว่าปัญหาในทะเล | Piracy - More Than Just a Maritime Problem PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Sunday, 18 December 2011 02:58

แปลและเรียบเรียงจากบทความของ Victor A Karr ต้นฉบับในภาษาอังกฤษอยู่ด้านท้ายของบทความ


โจรสลัดโซมาเลีย ภาพจาก http://en.wikipedia.org/wiki/File:Somali_Pirates.jpg

สถิติที่เกี่ยวกับการกระทำอันเป็นโจรสลัดทั่วโลกยังคงแสดงให้เห็นว่าการโจมตีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงการเพิ่มขึ้นของจำนวนการโจมตีที่ประสบความสำเร็จ ในไตรมาสแรกของปี 2011 เป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดเนื่องจากเกิดการโจมตีและการจับตัวประกันถึง 77 ครั้ง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นแม้ในพื้นที่ที่กองกำลังนานาชาติกำลังลาดตระเวนในพื้นที่ที่มีการจราจรทางน้ำหนาแน่น โดยพื้นที่ที่เกิดการโจมตีมากที่สุดคืออ่าวเอเดนและมหาสมุทรอินเดีย เมื่อประเมินจากพื้นที่ที่กว้างใหญ่ไพศาลในบริเวณนี้แล้ว มันเป็นการยากที่จะทำการลาดตระเวนให้เกิดประสิทธิภาพ

Last Updated on Sunday, 18 December 2011 03:34
 
[dboy] การบริหารจัดการภัยพิบัติ: องค์ความรู้และทักษะที่ต้องพัฒนา PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Tuesday, 11 October 2011 10:17

จากสถานการณ์อุกทภัยที่ผ่านมา ผลกระทบที่เกิดขึ้น ภาพของการบริหารจัดการภัยพิบัติของรัฐ ยังเป็นไปตามความคาดหมายของผมที่ติดตามการทำงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ หน่วยงานภาครัฐอื่นในการดำเนินการต่อปัญหาภัยพิบัติอย่างไร้ทิศทาง ผลก็ออกมาอย่างที่เห็น

ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นคือ

๑. ตัวองค์กรเจ้าภาพ รัฐบาล และ หน่วยราชการหลัก คือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ยังขาดความเป็นมืออาชีพ โดยเฉพาะการจัดตั้งระบบบัญชาการเหตุการณ์ บูรณาการข่าวสารข้อมูล เป็นเพราะส่วนหนึ่งมาจากข้าราชการในองค์กรดังกล่าวขาดความรู้เรื่องการบริหารจัดการภัยพับติ ผู้บริหารไม่มีระบบการติดตามสถานการณ์และรับรายงาน กว่าจะมีก็ผ่านมาหลายวันแล้ว โดยเฉพาะระบบบัญชาการเหตุการณ์ ที่ตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปี ๕๓- ๕๗ เขียนไว้ (http://61.19.100.58/public/ics/ICS_for_Senior_Officials_402_ไทย_mac.pdf และ http://61.19.100.58/public/group3/nirapai/0nirapai/ics.doc) แต่ก็คงจะเป็นที่ผู้บริหารระดับจังหวัดไม่ค่อยได้สนใจทำให้เมื่อเกิดเหตุการณ์ก็สั่งการอย่างเป็นระบบไม่ได้, ไม่สามารถปฏิบัติตามแผนได้ ซึ่งประการหนึ่ง คือ นักการเมืองที่รับผิดชอบ อาจจะขาดองค์ความรู้ที่แท้จริง หรือ ได้ที่ปรึกษาที่ไม่มีความเข้าใจระบบอย่างแท้จริงทำให้ละเลยระบบที่แผนได้เตรียมไว้
๒. ทุกส่วนไม่ได้มองปัญหาอย่างเป็นระบบ ตัวอย่างเช่น เมื่อถึงฤดูแล้งทุกคนแห่ไปไล่แจกน้ำ ไม่มีใครคิดถึงการเตรียมอ่างเก็บน้ำ การลอกคลอง ท่อ สุดท้ายพอน้ำก็เป็นอย่างที่เห็น หรือ น้ำมา ทุกคนเข้าใจว่าการกั้นน้ำ คือ ทางออก แห่กันก่อกระสอบทราย จนลืมไปว่าน้ำหลากมันกันไม่ได้แน่นอน ไม่ได้เตรียมเรื่องพื้นที่อพยพ การกำหนดจุดรวบรวบรวม การกำหนดเงื่อนไขการตัดสินใจ การบริหารจัดการพื้นที่ การจราจรในพื้นที่ภัยพิบัติ เงื่อนไขการตัดสินใจสั่งอพยพไว้ล่วงหน้า ซึ่งปัญหานี้ต้องอาศัยการเตรียมการตั้งแต่ยังไม่เกิดเหตุ (ตามนิสัยคนไทย คือ ถ้าไม่มีภัยพูดอะไรก็ไม่มีใครฟัง)  หรือ การสร้างเขื่อน หรือ การแก้ปัญหาน้ำท่วม จะวิเคราะห์พื้นที่และสาเหตุของน้ำท่วม เพราะในแต่ละพื้นที่จะมีสาเหตุ ข้อจำกัดต่างกัน แต่อย่างน้อยพื้นที่ที่ลุ่มทางน้ำไหลผ่านต้องมาประชุมร่วมกันไม่ใช่แก้กันรายจังหวัด หรือ ต่างคนต่างทำมีแต่ซื้อเครื่องสูบน้ำ, กั้นเขื่อน หรือ แห่ฮิตเอาตามใจคนส่วนใหญ่ในชุมชนโดยลืมหลักวิชาทางอุทกศาสตร์ การบริหารจัดการภาพรวม ที่คิดแก้ปัญหาตามความคิดเห็นความรู้สึก โดยไม่มีการวางแผนในภาพรวม เอาตามใจเสียงส่วนรวม ของผู้มีอำนาจโดยขาดความรู้ อาจจะถูกต้องตามระบบ แต่ผลกระทบมันมหาศาล
๓.การขาดองค์ความรู้ของประชาชนและผู้บริหารในเรื่องภัยพิบัติ ต่างว่ามีลักษณะอย่างไรและการรองรับควรทำอย่างไร อุกทกภัยโดยทั่วไปแบ่งเป็นสามแบบคือ
Traditional flood
น้ำท่วม แบบดั่งเดิม ตามวงรอบ ซึ่ง จะเป็นวงรอบ ๑ ปี สิบ ปี จนถึงร้อย ปี ซึ่งตรวจสอบได้จากสถิติตามประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้ น้ำท่วมตามฤดูกาล เช่นอยุธยา อ่างทอง เป็นต้น น้ำท่วมแบบนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องใช้การบรรเทา หรือ การรักษาพื้นที่สำคัญเท่านั้น
Swift water
น้ำท่วมแบบ กระแสน้ำแรง มักเกิดขึ้นตามพื้นที่ที่มีความต่างระดับ หรือ เกิดเมื่อน้ำมีความแรงมาก เช่นกรณีของ น้ำป่าอุตรดิษฐ์ น่าน
Coastal Flood
อุทกภัยตามแนวชายฝั่ง เช่นน้ำทะเลหนุนสูง ซึนามิ เป็นต้น
...องค์ความรู้นี้ในต่างประเทศเป็นพื้นฐานสำคัญในการรู้เท่าทันและเตรียมตัวรองรับภัยพิบัติ ซึ่งจุดอ่อนสำคัญของไทยคือเราขาดการอ่านการเรียนรู้ ใช้ความรู้สึกในการแก้ปัญหามากกว่าหารศึกษาวิจัย
ยกตัวอย่างน้ำท่วม หากท่วมที่ไม่ใช่ท่วมขัง ควรกำหนดระดับน้ำที่เป็นอันตราย และประกาศภาวะฉุกเฉิน พื้นที่ตรงนั้นต้องถูกควบคุม อพยพออกทุกกรณี เพราะถึงแม้จะห่วงของ แต่ถ้าท่วมมิดบ้าน ก็อยู่ไม่ได้ ต้องกำหนดพื้นที่ จัดจนท.เฝ้าห้าม เข้า- เพราะสุดท้ายถ้าไม่ทำก็จะมีคนตายเรื่อย ที่ผ่านมาไม่เคยมีคนอดข้าวหรืออดน้ำตาย มีแต่จมน้ำตายหรือ ถูกไฟดูด เหมือนเหตุการณ์ ทั้งที่น่าน อุตรดิษฐ์ หรือ น้ำท่วมใหญ่ในขณะนี้ 
สามข้อนี้ เป็นข้อหลัก แต่ขอให้ อ่านบทความที่ผมส่งมาด้วยจะเข้าใจ ภาพการบริหารจัดการภัยพิบัติ ที่ควรจะเป็น และประเด็นต่างๆได้เป็นอย่างดีซึ่ง บทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์ในการ สัมภาษณ์ ตรวจสอบภาครัฐในการบริหารจัดการภัยพิบัติในภาพรวม 
ผลของการขาดความรู้ คือ ภาพของความโกลาหล ด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจ,น้ำใจที่เต็มเปี่ยมของคนไทย ผมไม่อยากจะไปวิจารณ์การทำงานอะไรตอนนิ้ แต่ มันเป็นสิ่งที่ พวกเราทุกคนต้องนำไปคิดอย่างมีสติ ไม่ใช่ไฟไหม้ฟาง แบบ ที่ผ่านมา ทั้งเชียงใหม่ หาดใหญ่ สุราษฏร์ธานี  อุตรดิษฐ์ น่าน และ อื่น   แต่ สุดท้ายที่ผมมิอาจจะวิจารณ์หรือตำหนิได้คือความมีน้ำใจของคนไทย สื่อมวลชนทุกท่านทุกแขนง ขอชื่นชมและให้กำลังใจครับ

Last Updated on Tuesday, 11 October 2011 10:54
 
[กองเรือดำน้ำ] บทสัมภาษณ์ พล.ร.ต.สุริยะ พรสุริยะ ผู้บัญชาการกองเรือดำน้ำ เนื่องในวันเรือดำน้ำ 4 กันยายน 2554 PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Sunday, 04 September 2011 11:02


เรือดำน้ำชุดแรกของไทยในพิธีปล่อยเรือลงน้ำที่เมืองท่าโกเบ ประเทศญี่ปุ่น

จุดเริ่มต้นของการมีเรือดำน้ำในประเทศไทย เริ่มมาจากโครงการจัดสร้างกำลังทางเรือ พ.ศ. 2453 โดยโครงการนี้มีคณะกรรมการประกอบด้วย นายพลเรือตรี พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ นายพลเรือตรี พระยาราชวังสรรค์ และ นายพลเรือตรี พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่น สิงหวิกรมเกรียงไกร ซึ่งทรงยศในเวลานั้น ได้จัดทำโครงการขึ้นถวาย สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงนครสวรรค์วรพินิจ เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ซึ่งได้ทรงนำทูลเกล้าฯ ถวาย พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 18 มกราคม ร.ศ. 129 (พ.ศ.2453) โดยในรายงาน ได้เสนอความต้องการ เรือ ส. จำนวน 6 ลำ แต่ เนื่องจากว่าสภาวะเศรษฐกิจของไทย หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 นั้น ไม่เอื้ออำนวยให้กองทัพเรือจัดซื้อหรือสร้างเรือดำน้ำมาไว้ใช้ในราชการได้

ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ความฝันของกองทัพเรือที่จะได้มีเรือดำน้ำไว้ใช้ในราชการจึงเป็นจริง โดยสภาผู้แทนราษฎรขณะนั้นได้อนุมัติพระราชบัญญัติบำรุงกำลังทางเรือ พ.ศ. 2478 โดยในพระราชบัญญัตินี้ ได้กำหนดให้กองทัพเรือต่อเรือดำน้ำจำนวน 6 ลำ โดยในที่สุดแล้วไทยได้ทำสัญญาว่าจ้างต่อเรือกับ บริษัท มิตซูบิชิ ประเทศญี่ปุ่นให้ต่อเรือดำน้ำ ขนาด 370 ตัน จำนวน 4 ลำ เป็นเงินลำละ 820,000 บาท และได้รับพระราชทานชื่อในภายหลังว่า ร.ล.มัจฉาณุ (หมายเลข 1) , ร.ล.วิรุณ (หมายเลข 2) , ร.ล.สินสมุทร (หมายเลข 3) และ ร.ล.พลายชุมพล (หมายเลข 4) โดย ร.ล.มัจฉาณุ และ ร.ล.วิรุณ สร้างเสร็จสมบูรณ์ และได้ขึ้นประจำการในวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2480 และด้วยเหตุการณ์ดังกล่าวกองทัพเรือ จึงได้ถือเอาวันที่ 4 กันยายนของทุกปี เป็น “วันเรือดำน้ำ”

แม้ว่าภายหลังกองทัพเรือจะต้องปลดประจำการเรือดำน้ำทั้ง 4 ลำไป และไม่ได้รับงบประมาณในการจัดหาเรือดำน้ำเลยเป็นเวลากว่าครึ่งศรวรรษหลังจากเรือดำน้ำปลดประจำการไป แต่กองทัพเรือก็ยังคงจัดพิธีรำลึกถึงวันเรือดำน้ำ เพื่อเป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับกำลังพลเรือดำน้ำที่ล่วงลับไป และเป็นการพบปะแลกเปลี่ยนระหว่างผู้สนใจในศาสตร์ของเรือดำน้ำเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้กำหนดจัดที่ห้องชมวัง อาคารราชนาวิกสภา ระหว่างเวลา 9.00 - 13.00 น. ในวันที่ 6 กันยายนนี้

ในปีนี้ กองทัพเรือได้มีคำสั่งยกฐานะสำนักงานกองเรือดำน้ำขึ้นเป็นกองเรือดำน้ำ และกำลังดำเนินการจัดหาเรือดำน้ำชั้น Type-206A เข้าประจำการในกองทัพเรือ ซึ่งถือเป็นความพยายามในการสร้างพลังอำนาจใต้สมุทรให้กลับมายังกองทัพเรือ และถือเป็นวาระครบรอบ 100 ปี (ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงวันขึ้นปีใหม่ จึงทำให้ปีนี้เป็นวาระครบรอบ 100 ปีแทนปี 2553) หลังจากครงการจัดสร้างกำลังทางเรือที่ นายพลเรือตรี พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ นายพลเรือตรี พระยาราชวังสรรค์ และ นายพลเรือตรี พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่น สิงหวิกรมเกรียงไกรได้ร่างนำขึ้นถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวอีกด้วย ในโอกาสนี้  พล.ร.ต.สุริยะ พรสุริยะ ผู้บัญชาการกองเรือดำน้ำ ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุทหารเรือเกี่ยวกับความสัมพันธ์และความเป็นมาของเรือดำน้ำกับกองทัพเรือ และเหตุผลที่กองทัพเรือกำหนดให้วันที่ ๔ กันยายน ของทุกปี เป็นวันเรือดำน้ำ

Last Updated on Tuesday, 13 September 2011 21:31
 


Page 2 of 6

Who's Online

We have 51 guests online

Comment ล่าสุด

  • อยากให้จัดหาMI-17 มาใช้อย่างน้อยส ัก24เครื่องครับ ...
  • เมื่อเปรียบเทีย บกับ oplotm และ t90 จะเป็นอย่างไรบ...
  • ตอนนี้ไม่น่าห่ว งครับ มีสายการบินพาณิ ชย์เอาไปใช้...
  • เป็นประโยชน์ต่อ การบินไทยแน่เพร าะขายได้เงินแต่ จะ...
  • ดำน้ำมาเงียบยิ่ งกว่าเรือดำน้ำเ สียอีกถ้าอุปกรณ ์ห...

ข้อมูลของผู้ใช้



QR Code for TAF

TAF Social Network



ทุกท่านสามารถติดตาม
ThaiArmedForce.com
ใน Social Network ได้ที่


กด Like TAF ใน Facebook ได้ที่นี่

Follow TAF ใน Twitter ได้ที่นี่

Instagram

กด Follow TAF ใน Foursuare ได้ที่นี่