|

ระบบ วิทยุสนามของ ทบ. โดย FW190 27 December 2009
ชุดวิทยุ VHF/FM
วิทยุระบบ FM ข้อดีคือ เสียงชัด ใช้งานง่าย ข้อเสียคือ ระยะการติดต่อสั้น
1. ชุดวิทยุ AN/PRC25 และ AN/PRC77 เป็นชุดวิทยุ VHF/FM สองตัวนี้เราคงจะคุ้นหน้าคุ้นตากันบ่อยๆ เรียกได้ว่าเป็นพระเอกของหนังสงครามยุคเวียดนาม เป็นระบบวิทยุขนาดเบา น้ำหนักประมาณ 10 กก. มีนิกเนมว่า ปิ๊ก ยี่สิบห้า และ ปิ๊ก เจ็ดเจ็ด เจ้า ปิ๊ก ซาวห้า กับ เจ็ดเจ็ด นั้น ถ้าดูรูปทรงภายนอกแถบไม่แตกต่างกัน จุดที่แตกต่างกันคือ ภายในครับ เจ้า ซาวห้า ภายในยังคงใช้หลอดสุญญากาศ ส่วนเจ้า เจ็ดเจ็ด มีวงจรเป็น Transister ล้วนๆ ครับ
- ใช้งานในระดับ มว.-พัน.ร. - ย่านความถี่ อยู่ระหว่าง 30.00 - 75.95 MHz. - การตั้งความถี่ เป็นระบบอนาล็อก มีก้านบิดหมุนเอาเลย มี 2 ก้านใหญ่ คือ บิดเลือกแบนด์(มี2 แบนด์คือ แบนด์ A กับ B) พูดง่ายๆคือ ย่านต่ำ กับ ย่านสูง ส่วนอีกก้านสำหรับบิดตั้งความถี่ครับ ดังนั้นในทางปฏิบัติมันสามารถตั้งล่วงหน้าได้ 2 ช่อง โดยการหมุนบิดก้านเลือกแบนด์ครับ การพูดก็ใช้ชุดปากพูด หูฟัง(มันชื่ออะไรหว่า ลืม) - กำลังออกอากาศ 1.5 - 4 W. - กำลังไฟ 24 VDC. ส่วนแหล่งกำเนิดไฟนั้นตามแต่ละแบบดังนี้ แมนแพดหรือสะพายหลัง แบตเตอรี่ BA-386(เจ้าตัวนี้คือสุดยอดแบตครอบจักรวาลดัดแปลงใช้ทำอะไรได้หลายอย่าง ส่องกบยันชาร์จมือถือ) ติดตั้งบนยานยนต์ แบตเตอรี่ยานยนต์ 24 VDC.(มีชุดควบซึ่งชื่อเรียกระบบวิทยุจะเปลี่ยนไป วิทยุนั้นทุกชิ้นมีรหัสชื่อเรียก สายไฟหนึ่งเส้นยังมีชื่อ แค่เปลี่ยนนู่นเพิ่มนี่ ชื่อเรียกวิทยุก็เปลี่ยนไปแล้วละครับ) ติดตั้งประจำที่ PP-2953 (หม้อแปลงไฟจากไฟบ้านให้เป็น 24 VDC .) - ระยะการติดต่อ ตรงนี้ในความเป็นจริง มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น กำลังออกอากาศ สภาพอากาศ ภูมิประเทศ และ สายอากาศ เป็นต้น ครับ ดังนั้น ระยะที่ผมจะบอก ก็โดยประมาณนะครับ แต่ถ้าใช้ในการวางแผน แบบเผื่อเหนียวคือ 8 กม.
-ชนิดของสายอากาศ 1. AT-892 หรือที่เรียกกันว่าเสาใบข้าว ลักษณะ เป็นโลหะแบนๆ สามารถพับงอได้(แต่ต้อง งอให้ถูกทางนะครับ ผิดทาง หักได้) ยาว 3 ฟุต เวลาแบกขึ้นหลัง สามารถพับเสาอากาศมาข้างหน้า หรือในทิศที่ไม่ทำให้เกะกะในการเคลื่อนที่ (ต้องใช้ร่วมกับ ข้อต่อ แบบข้อต่ออ่อน พับงอได้ จึงจะหมุนบิดได้ดี) แต่ตามทฤษฎีแล้ว เวลาออกอากาศ ต้องปล่อยสายอากาศให้ตรงครับ อย่างอ เสาแบบนี้ เหมาะในการใช้งานขณะเคลื่อนที่(เดิน) ครับ ระยะการติดต่อ ประมาณ 6-8 กม. 2. AT-271 หรือเสาอากาศแบบ 7 ท่อน ลักษณะเป็น โลหะทรงกระบอก เป็นข้อๆ ต่อกัน มี 7 ท่อน ภายในเป็นเชือกอีลาสติก กันหลุดแยกจากกันและง่ายในการต่อ แต่ละท่อนสามารถถอดออกจากกันแล้วมัดรวมกันได้ เสาอากาศแบบนี้ไม่เหมาะกับการใช้งานขณะเคลื่อนที่ เพราะเวลาใช้ ต้องเอามาต่อกันแล้วกางให้สุดจะยาว 10 ฟุต ระยะการติดต่อ ประมาณ 10-12 กม. 3. AT-912 ติดตั้งบนยานยนต์ หรือที่เรียกกันว่าเสา วิป (Whip) เป็นท่อ 2 ท่อน ต่อแล้วยาว 10 ฟุต เสาแบบนี้ตรงฐานโคนเสาจะมี แมทชิ่ง สำหรับเลือกให้แมทกับย่านความถี่ คือ ย่านสูง ย่านต่ำ บางที ตั้งวิทยุไว้ย่านสูง แต่ที่โคนเสาแมทชิ่งเป็นย่านต่ำ พอติดต่อไม่ดี โทษเครื่องมืออีก ส่วนมากถ้ามีปัญหาปุ๊บ ผมจะถามก่อนจนติดปากว่า มันเป็นที่คนหรือเครื่อง(มือ) ระยะการติดต่อประมาณ 10-12 กม. 4. RC-292 ติดตั้งประจำที่(เสานี้เป็นพระเอกในระบบ FM เลยละครับเพราะจะติดต่อได้ไกลสุด ซึ่งจะกล่าวโดยละเอียดต่อไป) ถ้าขึ้นด้วยเสา RC 292 จะติดต่อได้ไกลเกือบ 24 กม. ครับ
ปกตินั้นถ้าเป็นการเดินเท้าคือสะพายติดหลังไปด้วยถ้าให้ดีควรเอาเสา 2 แบบติดไปด้วยคือ เสาใบข้าว และเสา 7 ท่อน ใบข้าวใช้ขณะเคลื่อนที่ 7 ท่อน เอาไว้กางใช้ตอนหยุดหน่วย เมื่อต้องการระยะส่งที่ไกลขึ้น นอกจากนี้ยังมีสายอากาศอีกชนิดซึ่งเป็นการดัดแปลงแสวงเครื่องเอา ดังนั้นเราเรียกมันว่า สายอากาศแสวงเครื่อง หลักการนั้นเป็นการเลียนแบบเสา RC 292 หลักคือ เราต้องนำตัวรับสัญญาณ และ สายสัญญาณ ติดตัวไปด้วย เวลาใช้ จะ ตัดไม้ แล้วมามัดเป็น สามเหลี่ยม(แทนกราวด์และถ่วงน้ำหนัก) แล้วต่อตัวรับสัญญาณและสายกราวด์ ให้เป็นทรงพีรามิด แล้วต่อสายสัญญาณ มายังเครื่องรับส่ง เวลาใช้งานจะชักแขวนกับต้นไม้ หรือที่สูง เลิกใช้ก็เก็บลงมา เอาติดตัวไปเฉพาะตัวรับสัญญาณและสายสัญญาณ ตัวไม้ทิ้งไป ไปหาเอาใหม่ข้างหน้า สายแสวงเครื่อง มีระยะการติดต่อที่ไกลกว่า เสาใบข้าวและเสา 7 ท่อน(ต้องเลือกภูมิประเทศด้วยนะครับ ลงไปอยู่ใน หุบ ก็จบเหมือนกัน) ถ้าเลือกที่ดีระยะจะพอๆกับเสา RC 292
ที่กล่าวมาข้างต้น เป็น ชุดวิทยุ ระบบFM ของประเทศ สหรัฐอเมริกา ที่เรามีใช้งานหลักๆครับ แต่ปัจจุบันเรา มีชุดวิทยุ FM ของ บริษัท ทาดิลาน อิสราเอล ซึ่งเป็นระบบใหม่อีกหลายชุดครับ ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป
1. ชุดวิทยุ AN/PRC 624 เป็นชุดวิทยุ VHF/FM เป็นชุดวิทยุใช้งานระดับ หมู่ ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ประมาณ 1 กก. นำเข้า จาก บริษัท ทาดิลาน ของ อิสราเอล การใช้งานสามารถกดพูดที่ตัวเครื่องได้โดยตรง หรือ ใช้ชุด ปากพูดหูฟัง(แต่จะให้ดีควรใช้ ชุด ปากพูดหูฟัง) และมีชุด เฮด เซ็ต(แต่ไม่ค่อยมีของหรือไม่นำมาใช้ก็ไม่ทราบได้) ระบบภายในของ 624อยู่ภายใต้การควบคุมของไมโครคอมพิวเตอร์ มีหน้าจอแสดงผล สามารถ ตั้งความถี่ล่วงหน้าได้ 10 ช่อง รวมถึงการตั้งกำลังออกอากาศ โหมทการพูดปกติหรือโหมทกระซิบ(พรางเสียง) ทั้งหมดสามารถตั้งได้ล่วงหน้าใน 10 ช่องดังกล่าว และสามารถถ่ายข้อมูลระหว่างเครื่องได้
- ย่านความถี่ 30.00 - 87.975 MHz. - กำลังออกอากาศ มี High และ Low (อีกแล้วครับท่าน) High ประมาณ 2 W Low ประมาณ 1 W - กำลังไฟ 12 VDC. แหล่งพลังงาน BA 624 แบต Nicd แบตลิเธียม ชาร์จได้ แบตอัลคาไลน์ (10 ก้อน) สายอากาศ มาตรฐานแบบ AT-624 หรือเสาใบข้าว(เพราะมันทรงแบบเดียวกับปิ๊ก 77 นั้นแหละครับ) ยาว 70 ซม. ระยะการติดต่อประมาณ 6-8 กม. แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นชุดสายอากาศของปิ๊ก 77 ก็เอามาใช้งานร่วมกันได้
2. ชุดวิทยุตระกูล CNR 900 เป็นชุดวิทยุ VHF/FM เป็นชุดวิทยุแบบใหม่(ของเรา) วิทยุตระกูล CNR 900 ได้รับการออกแบบในระบบโมลดูลล่า ภายในจะเป็นการ์ด ออกแบบให้ง่ายในการซ่อมและส่งกำลังคือ การ์ดไหนเสีย ก็ถอดเปลี่ยนยกการ์ด(แต่บางประเทศ ที่เงินน้อย รสนิยมสูง หรือ การส่งกำลังห่วยแตก ข้อดีตรงนี้ จะทำให้ยิ่งกลายเป็นข้อเสียไป คือ แทนที่จะเปลี่ยนการ์ดเลย กลับต้องถอดการ์ดที่เสีย แล้วมาตรวจหา IC ที่เสีย แล้วเปลี่ยน IC เอา ช้ากว่าเดิมอีก) มีหน้าจอแสดงผลรวมถึงมีโหมทให้ใช้งานหลายแบบ สามารถสแกนเพื่อเฝ้าฟังได้หลายข่ายพร้อมกัน รวมถึงมีระบบการเข้ารหัส และความถี่ก้าวกระโดดสำหรับป้องกันการแจมมิ่ง สามารถรับ ส่ง ได้ทั้ง คำพูด(Voice) และข้อมูล (Data) ตั้งช่องสัญญาณล่วงหน้าได้ 10 ช่อง น้ำหนักของตัวแมนแพดประมาณ 10 กก. -ใช้งานระดับ มว. จนถึงกองพล(เมื่อประกอบกับชุดเพิ่มแล้วมีชื่อเรียกอีกหลายแบบ ตัว RT เรียกว่า RT 7330) - ย่านความถี่ 30 - 87.975 MHz. - กำลังออกอากาศ มี 3 ระดับ คือ ต่ำ กลาง สูง(เริ่มเข้าเค้า 555) ตัวแมนแพดกับติดรถระยะใกล้ ต่ำประมาณ 0.25 W กลาง กับ สูง เท่ากันคือ 4 W ตัวติดรถระยะไกล ต่ำ 0.25 W กลาง 4 W สูง 50 W - มีโหมท 3 โหมทใหญ่ คือ Clear หรือในชื่อไทยๆว่า เสียงกระจ่าง (ใครแปลหว่า) โหมทนี้ก็คือรับ ส่ง กันเพรียวๆ ความถี่ตรงกันก็คุยกันรู้เรื่อง Secure อันนี้เข้ารหัส เครื่องในข่ายต้องคีย์ค่าให้ตรงกัน ถึงจะคุยกันรู้เรื่อง ถ้าไม่ได้คีย์ค่าให้ตรงกัน หรือ คีย์ไม่ได้ ถึงความถี่เดียวกัน ก็คุยกันไม่ได้ เพราะจะไม่ได้ยินเครื่องที่เข้ารหัสขณะออกอากาศ Anti-Jamming เป็นการเข้ารหัสและความถี่ก้าวกระโดด เครื่องในข่ายต้องคีย์ค่าให้ตรงกัน รวมถึงต้องตั้งวันเดือนปีและเวลาให้ตรงกัน เวลาต้องคลาดเคลื่อนไม่เกิน 3 นาที เวลาใช้งาน มันจะเปลี่ยนความถี่ไปๆมาๆพร้อมกัน อัตราเปลี่ยนหรือ Hop มากกว่า 100 Hop ต่อ วินาที - กำลังไฟ แมนแพด 12 VDC แบตเตอรี่ NiCd, อัลคาไลน์ หรือลิเธียม ปกติ แมนแพดจะมี แบตมาให้ชุดละ 2 ก้อน ชาร์จไฟได้(จะมีปัญหาตอนแบตเสื่อม หากการส่งกำลังห่วยแตก) ติดรถยนต์ สเตปเดิม ใช้ไฟ 24 VDC จากหม้อแบตฯรถ และเช่นเดียวกัน หากจะติดตั้งอยู่กับที่ ก็ สเตปเดียวกับซีรี่ VRC 12 - สายอากาศ ตัวแมนแพด มี 2 แบบ คือ แบบ AT-980 ทรงใบข้าว ระยะติดต่อประมาณ 6-8 กม. กับแบบ AT-290 7 ท่อนเหมือนเดิม ระยะติดต่อประมาณ 10-12 กม. ใช้งานร่วมกับ ปิ๊ก 77 624 ได้ จนบางทีก็เริ่ม งงๆ ติดรถยนต์ สเตปเดิม เสา Whip ติดรถ หรือ RC 292 ตัวใหญ่ออกอากาศ 50 W จะไปได้ไกลกว่าซีรี่ VRC12 ถ้าใช้ RC292 ระยะการติดต่อ 40-50 กม. น่าจะพอได้ มาถึงจุดของความมันส์และความงงกันต่อคือการประกอบชุดแล้วเรียกชื่อ ผมสรุปง่ายๆสั้นๆนะครับ ตัว แมนแพด เรียก PRC 730 ออกอากาศ High ที่ 4 W ติดตั้งประจำที่ GRC 1600 ออกอากาศ High ที่ 4 W ติดรถยนต์ส่งระยะใกล้ VRC 742 ออกอากาศ High ที่ 4 W ติดรถยนต์ส่งระยะไกล VRC 745 ออกอากาศ High ที่ 50 W ติดยานเกราะ VRC 750 ออกอากาศ High ที่ 50 W 745 กับ 750 คล้ายๆกันต่างกันที่ แท่นฐาน ครับ แต่ในทางปฏิบัตินั้น จะติดรถหรือประจำที่ เราสามารถแปลงใช้งานได้หมด หมายถึงจะติดรถก็ได้หรือตั้งประจำที่ก็ได้ ชื่อรุ่นมันเลยชวนงง เพราะบางทีก็จำสับสน เช่น ใช้งานจริง บางที ก็เอา GRC 1600 ไปติดรถ เพราะวิทยุไม่พอก็มีครับ หรือ เจ้า 745 จะติดรถ หรือ ยกลงมาตั้งประจำที่ก็ได้ครับ ในการทำชุดวิทยุส่งต่อนั้น ยิว ฉลาด พวกไม่ได้ใช้แค่เอา สายรีทรานส์มาเชื่อม RT 2 ตัวแล้วใช้ได้เลยเหมือนของไอ้กัน ยิว เล่นทำมาเป็นแท่นและฐานเฉพาะ หรือ พูดง่ายๆ ต้องซื้ออีกชุดถ้าจะทำรีทรานส์ รีทรานส์ระยะใกล้(4 W) VRC 1460 รีทรานส์ระยะไกล(50 W) VRC 1465 แต่ก็ไม่พ้นมือพี่ไทย ยิว เล่นแบบนี้ เราก็แปลงโลด เอาสาย MK 456 ของ ปิ๊ก 77 มาแปลงทำรีทรานส์สบายใจ(เคยทำใช้ปฏิบัติงานจริงที่บันนังสตาร์ ปี 49)
ปัจจุบันตัวใหม่ล่าสุดที่เราจัดหามาใช้คือ ตระกูล CNR900(T) ก็คล้ายๆ กับ ตระกูล CNR900 เดิม ที่แตกต่างคือ ปุ่มต่างๆที่หน้าเครื่องจะลดลง จะเป็นหน้าจอแบบหลายบรรทัด แทน (คล้ายๆระบบวิทยุ AM ของ ทาดิลาน ในตระกูล ซี่รี่ 6000 ซึ่งจะกล่าวถึงในโอกาสต่อไป) ดูสวยดี แต่ผมว่า มันใช้งานยากจนเกินความจำเป็นครับ หมายถึง ระบบหน้าจอหลายบรรทัดนะครับ เพราะกว่าจะกดลูกศร เพื่อเลือกข้อมูล เสียเวลาครับ แบบเดิม บิดหมุนได้เลยครับ ตัวนี้เท่าที่เห็นคือ ติดตั้งมาในรถ REVA ครับ
สายอากาศ RC 292 RC 292 เป็นสายอากาศแบบใช้ดินเทียม (Ground Plane) ใช้งานเอนกประสงค์(โครตๆ) ใช้เพิ่มระยะการติดต่อของวิทยุระบบ FM จะเพิ่มระยะได้ประมาณ 2 เท่า ของชุดวิทยุนั้นๆที่ใช้เสา Whip RC 292 จะมี ส่วนประกอบหลักๆคือ ชุด สายอากาศ สายดิน ชุดหัวกะโหลก(สำหรับเสียบสายอากาศ สายดิน และจะมีหัวสายสัญญาณสำหรับเสียบสายสัญญาณ) ชุดเสา(แบ่งเป็นท่อนๆ มี 12 ท่อน) ชุดยึดตรึง จะมี หมุดปักเสา แผ่นสำหรับสวมเสาและคล้องเชือก และสมอบก สำหรับยึดเชือก ขั้นตอนการกลางนั้น ความจริงเพื่อความเร็วจะแบ่งหน้าที่กันเพื่อประกอบส่วนต่างๆ แต่เอาตามลำดับคือ ประกอบสายอากาศและสายดิน ซึ่งจะแบ่งมาเป็นท่อนๆ เช่นเดียวกัน แต่ละท่อนมีชื่อเรียก จำนวนท่อนที่ใช้จะต้องแมทกับย่านความถี่ ทางตำราเค้าแบ่งมา6 ย่านใหญ่ แต่เพื่อความง่ายในการใช้งานจริงส่วนมากเอาแค่ 3 พอ คือ ต่ำ กลาง สูง (อีกแล้ว หุหุ) แต่ถ้าง่ายกว่านั้น เอามัน หก สี่ เอี่ยว สิบเอ็ดไฮโล เอ๊ย ย่านกลางมันโลด กางคลุมไปเลย ไม่ต้อง เก็บเสามาเปลี่ยนสายอากาศ สายดิน แล้วกางใหม่ ตามสเตป คน ขี้เกียจ เอ๊ย ไม่ใช่ เพื่อความง่ายและอ่อนตัว เพราะต้องสามารถเคลื่อนย้ายได้รวดเร็ว เมื่อประกอบต่อท่อนเสร็จแล้ว จะมี สายอากาศ 1 ท่อน สายดิน 3 ท่อน (ข้อสังเกต ความถี่สูง สายอากาศสายดินจะสั้น ความถี่ต่ำ สายอากาศสายดินจะยาว) ได้ที่ก็เอาไปหมุนเข้ากับหัวกะโหลก โดยสายอากาศตั้งโด่เด่ อยู่ตรงกลาง สายดิน จะแฉกแบบเฉียงๆลงด้านล่าง 3 ทิศ เสร็จแล้วเอามันไปสวมกับท่อนเสา 1 ท่อน(เป็นท่อนบนสุด) เอาสายสัญญาณมาเสียบที่หัวกะโหลก พร้อมตบแต่งด้วยเทปดำพันสายไฟ(นึกอะไรไม่ออก พันเทปดำนำไปก่อน เทปดำช่วยท่านได้) ประกอบท่อนเสา พร้อมสวมแผ่นยึด(จะยึด 2 ระดับ) ตอกสมอบกเตรียมไว้(ตอก 3 ทิศ) เอาสายยึดมายึดตามจุด รวมถึงวัดระยะโดยประมาณ(วัดกับเสาที่ต่อท่อนครบนั้นแหละครับ มีวิธีอยู่) เสร็จเรียบร้อยเอาท่อนบนที่มีหัวกะโหลกพร้อมสายอากาศ สาย ดิน ระโยงรยางค์ มาสวมบนสุด ต่อไปเป็นขั้นตอนการชักเสาให้โด่ตั้งขึ้น เชือกจะโยง 3 ทิศ 2 ระดับ เราจะยึดตรึงไว้ก่อน 2 ทิศ เหลือ 1 ทิศ เอาไว้ชัก(เสา)ให้โด่ตั้ง ถ้าเป็นที่โล่งไม่มีปัญหา แต่ถ้าในภูมิประเทศต้องจินตนาการภาพในการชัก(เสา)ให้ดี ต้องเลือกมุมชัก(เสา)ให้ถูก ไม่งั้นเสามันจะโด่ตั้งไปฟาดโดนกิ่งไม้ แทนที่จะโด่ตั้ง มันจะเหี่ยว เอ๊ย โค่นลง พังเสียหายได้ ได้มุม และท่าทางการชัก(เสา) เสร็จแล้ว อ้อ ลืม บอก การชัก(เสา) นั้นใช้คน 2 คน คนหนึ่งชัก(เสา) อีกคนช่วยประคองหัวกะโหลก พอได้จังหวะ หนึ่ง สอง สาม คนชักก็ชัก(เสา)ขึ้นมา คนประคองหัวกะโหลก ก็ปล่อยหัวกะโหลกให้มันตั้งขึ้น พอมันตั้งได้ที่ ก็ยึดตรึงจุดที่เหลือ ต่อไปก็เป็นขั้นตอนการจัดปรับ จะผ่อนจะตรึงเชือกเส้นไหน เพื่อให้เสาพร้อมหัวกะโหลกมันตั้งโด่ตรงเด่อย่างสวยงาม แต่ถ้าไม่ซีเรียส จะปล่อยให้มันเบี้ยวซ้าย เบี้ยวขวา ก็ว่ากันไป เสร็จแล้วค่อยเอาสายสัญญาณไปต่อเข้า เครื่อง(RT) อีกที ตรงสายสัญญาณนี่ต้องดูให้ดี บางทีเริ่มต่อกับหัวกะโหลก ชัก(เสา)เสร็จเรียบร้อยตั้งสวยงาม ต้องล้มลงมาต่อสายและชักขึ้นไปใหม่ เสียเวลาทำมาหากินหมด เสา RC 292 เมื่อตั้งขึ้นสุดสูงประมาณ 40 ฟุต
ปกติการชักเสา 292 ที่กล่าวข้างต้นนั้น มันเป็นการชักแบบมาตรฐาน ในทางปฏิบัติมันมีเทคนิคเพิ่มเติมทางยุทธวิธีอีกหลายแบบครับ ผมขอแบ่งใหญ่ๆ 2 แบบ(แบ่งเอง เมื่อกี่นี้เอง) 1 การชักประณีตbr> 2 การชักเร่งด่วน( การชักประณีต นี่เป็นการรบร่วมกันระหว่างร้อยวิทยุและศูนย์ข่าวกับร้อยสายและวิทยุไข่ทอด เอ๊ย วิทยุถ่ายทอด โดยไปยืมเสา TAM 18 (เสาของระบบวิทยุถ่ายทอด) มาใช้ สูงตั้ง 18 เมตร ส่งได้ไกลครับ โดยมีชุดแปลงที่หัวเสา ทำเป็นท่อนสองแฉก เอาไว้เสียบหัวกะโหลก 292 ได้ 2 หัว(คล้ายๆเขาควาย เลยช่วยกันตั้งชื่อว่า เครื่องช่วยเสียบ เขาขวาย เอ 1) อันนี้ต้องช่วยกันรุมสะกรัมกันหลายคนเพราะเสามันใหญ่ แต่พอกางเสร็จแล้ว สูงได้ใจครับ ติดต่อไกลขึ้น ได้ 2 ข่าย ในเสาเดียว การชักเร่งด่วน โดยปกติ 1 ชุดวิทยุจะมีรถ 1 คัน คือเจ้า อยู่ในหมอก(ยูนิม็อค) และเช่นกันเพื่อความคล่องตัวสุดๆ 1 คัน จะมี FM 2 ชุด(ทำรีทรานส์ได้) และ AM 1 ชุด(AM ไกลแค่ไหนก็ถึง ชัวร์สุด เอาไว้ติดต่อกันเวลาเซ็ตระบบ FM เพื่อประหยัดค่าโทรศัพท์มือถือ แต่ปกติพนักงานวิทยุประจำหน้าเครื่องมักจะหาโปรดีๆ เพราะเอาไว้เช็ตวิทยุ) แน่นอน FM จะกาง 292 เป็นหลัก ส่วน AM ใช้สาย ลองไวด์(จะพูดถึงในโอกาสต่อไป) ลักษณะเป็นเส้นโลหะยาวๆ FM 2 ตัว ต้องชัก 292 2 ต้น ถ้าชักมาตรฐานเสียเวลา(เพราะบางที เปลี่ยนที่บ่อย) ทีนี้ จากชัก เลยเปลี่ยนเป็นแทง(เสา) แทน คือ ใช้รถเป็นจุดยึด ข้างรถ ซ้าย ขวา ประกอบชุดหัวกะโหลก สายอากาศ สายดิน แล้วต่อท่อนบนสุด เชือกยึดไม่ต้อง เอาสาย ลองไวด์ของ AM นี่แหละ ขึงแบบ วี เชป ยึด สองจุดพอดี(จุดยึดอีกจุดมัดเสากับตัวรถเอา) ประกอบชุดสายอากาศเสร็จทั้ง FM และ AM ก็ค่อยๆช่วยกัน คนหนึ่งประคองเสา คนหนึ่งเอาท่อนเสามาต่อแล้วดันแทงเสาขึ้นไปข้างบนเรื่อยๆทีละท่อนจนครบ อีกคนคอยจับสาย ลองไวด์ เพื่อช่วยประคองเสา พอครบท่อนก็มัดกับรถ เป็นอันจบพิธี ทำทั้ง ซ้ายและขวา(ของตัวรถ) เสาอาจจะตั้งไม่สวยแต่ไวและใช้ได้ทุกระบบในการขึ้นเสาครั้งเดียว ขอแค่ลมมันอย่าแรงเท่าพายุ ดีเปรชชั่น ละกัน
ชุดวิทยุ HF/AM
ระบบ วิทยุ HF/AM นั้น มีข้อดีคือ ระยะการติดต่อที่ไกลกว่าระบบ VHF/FM มาก เรียกได้ว่าค่อนข้างชัวร์ในเรื่องของการติดต่อว่ายังไงก็สามารถติดต่อกันได้ หากใช้ HF/AM แต่ข้อเสียคือ ความชัดเจนของสัญญาณ จะไม่ค่อยชัดเจน และจะมีเสียงแทรกตลอดครับ และขั้นตอนการใช้งานที่ออกจะยุ่งยากกว่าระบบ VHF/FM เล็กน้อยครับ แต่ตรงนี้ส่วนตัวถือว่าไม่ใช่ปัญหาครับ เพราะสามารถแก้ได้ด้วยการฝึกครับ
ระบบวิทยุ HF/AM นั้นส่วนมากจะใช้งานในระดับ กรม ขึ้นไปครับ ระบบวิทยุ HF/AM การออกอากาศถ้าเรียกด้วยศัพท์ง่ายๆนั้นจะแบ่งเป็น 2 คลื่นใหญ่ๆคือ คลื่นดิน กับคลื่นฟ้า ครับ คลื่นฟ้านั้นมันจะไปสะท้อนที่ชั้นบรรยากาศ(ถ้าจำไม่ผิด สตาร์โตสเฟียร์) ซึ่งคลื่นฟ้าเป็นคลื่นที่ทำให้ระยะการติดต่อไกล ครับ ผมขอไล่จากระบบเก่าไปหาใหม่ครับ
1. ชุดวิทยุ AN/GRC-106 และ AN/GRC-106 A AN/GRC-106 เป็นวิทยุแบบ HF / SSB (Single Side Band) กำลังปานกลาง ออกแบบไว้เพื่อติดตั้งบนยานพาหนะ หรือติดตั้งประจำที่ ครับ เจ้านี่ถือเป็นม้างานหลักเมื่อสมัยก่อนครับ การใช้งานถือว่าค่อนข้างยาก เพราะต้องมีการหมุนปรับจูน หลายที่ครับ และที่สำคัญใครทุกคนที่เคยสัมผัสมัน ต้องแหยงๆ เรื่องไฟ ครับ เพราะในขณะออกอากาศนั้น หากไปโดนจุดที่ไม่ควรโดนแล้ว จะกลายร่าง เป็น มนุษย์ไฟฟ้าทันที ระดับหน่วยที่ใช้งานนั้นใช้งานในระดับ กรม - กองพล ส่วนประกอบสำคัญ เครื่องรับ - ส่ง RT-662(AN/GRC 106) กับ RT-834 (AN/GRC 106 A) และก็เครื่องขยาย AM-3349น้ำหนัก ประมาณ 130 ปอนด์ การใช้งานนั้น ใช้งานได้ทั้ง คำพูด, CW(รหัสมอส) และใช้ประกอบกับเครื่องโทรพิมพ์(ระบบชุดวิทยุโทรพิมพ์ ปัจจุบันถือว่าเก่าแล้ว และแถบไม่ใช้งาน ปัจจุบันจะแทน ด้วย เมสเซส เทอร์มินอล MT(Message Terminal) หรือ เครื่องเข้ารหัสปลายทางความเร็วสูง ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไปครับ)
- ย่านความถี่ 2-29.999 MHz - กำลังไฟที่ใช้ 24 VDC ตามสเตปเดิมครับ ติดกับรถก็ใช้จากไฟหม้อแบตฯ รถ ถ้าติดตั้งอยู่กับที่ก็ต้องใช้เจ้า PP ครับ - กำลังออกอากาศ CW และ โทรพิมพ์ ประมาณ 200 W ส่วนคำพูด ประมาณ400 W - สายอากาศมี 2 แบบ คือ เสา วิป(Whip) และ ทรับเบต (AN/GRA 50) เจ้า แอนกล้า ห้าสิบนี่ ถือเป็นพระเอกของเจ้า AM เฉกเช่น RC 292 ใน FM ครับ - ระยะการติดต่อ คลื่นดิน ประมาณ 80 กม. คลื่นฟ้า ประมาณ 160-2400 กม. - สายอากาศนั้น ส่วนมากแล้วจะใช้เจ้า แอนกล้า 50 เป็นหลักครับ สาย วิป ไม่ค่อยชัวร์ ครับ แต่บางครั้ง สำหรับ AM นั้น ถ้าอยู่ใกล้กันมากๆ จะติดต่อไม่ได้ เพราะเป็นจุดที่คลื่นมันกระโดดข้ามไป หรือ เรียกกันว่า สคลิป โซน ครับ
2. ชุดวิทยุ AN/GRC 122 และ AN/GRC 142 เจ้านี่ก็คือ AN/GRC 106 ที่ประกอบร่างเพิ่ม จนกลายเป็นชุดวิทยุโทรพิมพ์ ครับ ใช้งานระดับกองพล(พัน.ส.) เคยเห็น รถฮัมวี่ ที่มี เชลเตอร์ ด้านหลังไหมครับ(ของ พัน.ส.) นั้นแหละครับคือ รถวิทยุโทรพิมพ์ที่ติดตั้งเจ้านี่อยู่ แต่ปัจจุบันแถบไม่ได้ใช้งานแล้วละครับ เพราะถือว่าเป็นระบบเก่าล้าสมัยไปแล้ว ความแตกต่างระหว่าง 122 กับ 142 คือ เจ้า 122 จะใช้ RT 2 ตัว ครับ
3. ชุดวิทยุ PRC/VRC-610 เครื่องวิทยุแบบนี้เป็นวิทยุแบบ HF/SSB เป็นแบบ แมนแพด(สะพายหลัง) ,ติดตั้งบนรถ หรือติดตั้งประจำที่ มีลักษณะพิเศษ คือ สามารถถอดชุดควบคุมออกจากตัวเครื่องขณะใช้งานอยู่ก็ได้เพื่อความสะดวกในการ ใช้งานขณะกำลังสะพายหลัง น้ำหนักประมาณ 10 กิโลกว่าๆ สามารถตั้งความถี่ล่วงหน้าได้ 10 ช่องครับ
- การใช้งาน ใช้ได้ทั้ง คำพูด และ CW ระดับหน่วยใช้งานคือ กองร้อย-กรม.ร. - ย่านความถี่ 1.6 - 29.9999 MHz. - กำลังไฟ 15 VDC - แหล่งไฟ แมนแพด จาก แบตเตอรี่แห้ง ถ้าติดรถ หรือ ประจำที่ ต้องใช้ PP - กำลังออกอากาศ ประมาณ 4 – 20 W - สายอากาศ สาย วิป (Whip) , ไดโพล (Dipole) และ ลองไวน์ (Longwire) ซึ่งแน่นอนครับ แอนกล้า 50 ได้แน่ๆ - ระยะการติดต่อ วิป ประมาณ 20 กม. ขึ้น ลองไวน์จะได้หลายร้อยกิโล สำหรับ 610 นั้นปัจจุบันก็ถือว่าเก่าครับ แต่ก็ยังพอมีให้เห็นบ้างครับ ในคลังเครื่องมือสื่อสารของผมมีแต่ไม่ได้เอาออกมาใช้งานนานแล้วละครับ
4. ชุดวิทยุ PRC-1099 ชุดวิทยุ PRC-1099 เป็นวิทยุ HF/SSB(USB/LSB) แบบ แมนแพด(สะพายหลัง)ติดต่อสื่อสารด้วยคำพูด ,CW และ DATA มีตัวติดเพิ่มเพื่อติดตั้งประจำที่ หรือ รถ ใช้งานในระดับ กองร้อย กองพัน และ กรม
- ย่านความถี่ 1.6 - 30 MHz. - กำลังไฟ 15 VDC - แหล่งไฟ แมนแพด จาก แบตเตอรี่แห้ง ถ้าติดรถ หรือ ประจำที่ ต้องใช้ PP - กำลังออกอากาศ Low 5 W High 20 W - สายอากาศ วิป และ ลองไวน์ - ระยะการติดต่อ วิป พอๆกับ PRC 610 ลองไวน์ ได้หลายร้อยกิโล
5. ชุดวิทยุ HF 2000 ชุดวิทยุ HF 2000 เป็น วิทยุ HF/SSB(USB/LSB) ของบริษัท ทาดิลาน ประเทศ อิสราเอล เป็นชุดวิทยุที่ถือได้ว่าใหม่ สำหรับเรา ติดต่อสื่อสารด้วย คำพูด , CW และ DATA มีโหมทฟังก์ชั่นให้เลือกใช้ หลายแบบ เช่น Auto-call เลือกความถี่ที่ดีที่สุดให้อัตโนมัติ ก่อนจะออกอากาศ หลังตั้งความถี่ ตั้งโหมทต่างๆแล้ว ต้องกด PTT แล้วเครื่องจะรัน เพื่อจูนให้อัตโนมัติ(Learn On) จนกว่าหน้าจอจะขึ้น Ready ถึงจะสามารถทำการติดต่อสื่อสารได้ มีโหมท Clear , Secure และ Anti-Jamming เช่นเดียวกับ วิทยุ VHF/FM ตระกูล CNR 900 การตั้งค่าตามโหมทต่างๆก็คล้ายๆกัน ตัว RT เรียกว่า RT 2001 ใช้งานในระดับ กองร้อย – กองพล มี 3 แบบหลักๆคือ PRC 2200 (แมนแพด สะพายหลัง) VRC 2020 (ติดตั้งยานยนต์กำลังส่งเท่ากับแมนแพด) และ VRC 2100 (ติดตั้งยานยนต์กำลังส่งสูง) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็สามารถติดตั้งประจำที่ได้เช่นเดียวกัน โดยใช้อุปกรณ์เพิ่มตามสเตปเดิมๆ
- ย่านความถี่ 1.6 - 29.9999 MHz. - กำลังไฟ แมนแพด ประมาณ 15 VDC ติดตั้งรถ ประมาณ 24 VDC - แหล่งไฟ แมนแพด จาก แบตเตอรี่แห้ง ติดรถ จากไฟรถ(แปลงไฟที่แท่นติดตั้ง) ประจำที่ ใช้ PP ตามสเตป - กำลังออกอากาศ PRC 2200 กับVRC 2020เท่ากันคือ Low 5 W Mediem 10 W High 20 W - VRC2100 Low 20 W Mediem 50 W High 100 W - สายอากาศ วิป ไดโพล และ ลองไวน์ แต่ใช้งานหลักคือ แอนกล้า 50
ระยะการติดต่อ วิป ตัวแมนแพด กับติดรถกำลังส่งต่ำ จะพอๆกับ 610 และ 1099 แต่ถ้าขึ้นลองไวน์ จะได้เป็นร้อยกิโล ตัวกำลังส่งสูง ถ้าใช้วิป ได้ร้อยกิโลกว่าๆ แต่ถ้า ลองไวน์ ประมาณถึง พัน กิโล ได้
6. ชุดวิทยุ HF 6000 ชุดวิทยุ HF 6000 จะคล้ายๆกับ HF 2000 แตกต่างหลักๆคือ ตัวหน้าตาของ RT ปุ่มต่างๆจะน้อยลง แต่จะมีหน้าจอแบบหลายบรรทัดเข้ามาแทนที่ ทำนองเดียวกับ CNR 900 (T) ของ FM การเรียกชื่อแบบของ แมนแพด ติดตั้งยานยนต์ ก็คล้ายๆกับ HF 2000 แค่เปลี่ยนเลขตัวหน้าสุดจาก 2 เป็น 6
7. ชุดวิทยุ Racal เจ้า ลาคอล เป็น AM แบบ แมนแพด ผลิตโดย ไทย ครับ ตัวนี้ผมมีอยู่ในคลัง แต่ไม่เคยใช้งาน แต่เห็นบอกว่า เป็นตัวปราบเซียน ครับ ใช้งานยาก ไม่ชัวร์ จนทุกคนตกลงพร้อมใจกันแล้วว่าจะตั้งชื่อให้มันใหม่ว่า “ลาก่อน” ครับ
สำหรับชุดวิทยุระบบ HF/AM คงมีเท่านี้ครับ หากตกหล่นตัวไหนใครทราบก็บอกได้ครับ ต่อไปจะว่าด้วยชุดเสริมอื่นๆครับ
Message Terminal เครื่องเข้ารหัสปลายทางความเร็วสูง
เจ้า เมสเซส เทอร์มินอล เป็นอุปกรณ์ช่วยในการ รับ-ส่ง ข่าวสาร แบบ DATA คือ ไม่ต้องพูด แล้วจดกันให้เหมื่อยมือ ลักษณะเป็นกล่องสีเขียวๆ มีหน้าจอ แท่นพิมพ์สำหรับพิมพ์ข่าว(แต่การวางปุ่มจะไม่เหมือนกับคีย์บอร์ดของ คอมพิวเตอร์ ดังนั้น พิมพ์ยากพอสมควร เพราะมันจะขัดๆ กับการพิมพ์คอมฯทั่วๆไปที่เราชิน) และพอร์ท สำหรับต่อสายต่างๆ มีใช้งานระดับ กองพัน กรม และ กองพล การใช้งานนั้น เราจะต่อเจ้า MT กับ ชุดวิทยุ เวลาส่งข่าว ต้องเตรียมข่าว คือ พิมพ์ลงใน MT พอส่งผ่านชุดวิทยุ ก็จะไปขึ้นที่ MT ปลายทางครับ แต่ถ้าง่ายและเร็วขึ้น จะต่อ ปรินเตอร์ เข้าไปครับ ส่งปุ๊บ จะไปพิมพ์เป็นกระดาษข่าว ที่คู่สถานีเลย(ต้องมี MT เหมือนกัน) สำหรับใน พัน.ส. นั้นการใช้งานMT จะพิเศษ กว่า คือ จะมี คอมพิวเตอร์ และ ซอฟแวร์เข้ามาช่วย คือ ต่อคอมฯเข้ากับ MT อีกที และพิมพ์ข่าวผ่านโปรแกรม ในคอมฯ แล้วส่งผ่าน MT และชุดวิทยุ ไปพิมพ์ออกที่ปลายทางครับ ทำให้รวดเร็วขึ้นมาก แต่ซอฟแวร์ ดังกล่าว มันติดลิขสิทธิ์ กับ บริษัท ที่กองทัพจ้างครับ ดังนั้นผมไม่สามารถลงโปรแกรมให้หน่วยระดับ กรม ได้ ของผมเองถ้าโปรแกรมเจ๊ง หรือ ต้องลงวินโดว์ใหม่ ยังต้องไปง้อบริษัทให้เขาช่วยลงโปรแกรมให้ใหม่เลย
เครื่องควบคุมระยะไกล
เป็นชุดรีโหมท สำหรับควบคุมชุดวิทยุ AM/FM ระยะไกล มี 2 แบบคือ AN/GRA 6 และ AN/GRA 39 หลักการทำงานคือ เครื่องควบคุม 1 ระบบ จะมี ตัวสำหรับเชื่อมต่อ 2 ตัว(เรียกว่า C ) ตัวหนึ่งจะอยู่กับชุดวิทยุ อีกตัวจะอยู่ที่ปลายทาง(ที่ๆผู้ใช้จะอยู่)ที่ปลายทางจะมีปากพูด หูฟัง เชื่อมต่อกันด้วย สายโทรศัพท์สนาม ดับบลิวดีหนึ่งทับสองที :WD 1/TT ระยะสื่อสารไกลสุดคือ 3.2 กิโลเมตร หรือ 2 ไมล์(บก) การรับส่งข่าวหรือติดต่อนั้น ทำได้ทั้งที่ตัวชุดวิทยุเอง หรือ ที่ตัวปลายทางของเครื่องควบคุมระยะไกล
AN/GRA 50
สุดยอดสายอากาศเอนกประสงค์สำหรับชุดวิทยุ AM นึกไรไม่ออกกาง แอนกล้า ห้าสิบ โลดดดดด ตัวสายอากาศจะมีส่วนประกอบใหญ่ๆคือ ตัวเชื่อมต่อกับสายสัญญาณไปยังตัวเครื่องวิทยุ สายอากาศเป็นเส้นโลหะยาวๆ คล้ายๆสายลวด(ผมจะขอเรียกว่าเส้นลวดละกันนะครับเพื่อความเข้าใจง่ายๆ) จะมีสองฝั่ง คือ ตัวเชื่อมต่อสายสัญญาณจะอยู่ตรงกลาง ตัวสายลวด จะอยู่ซ้าย ขวา ที่ปลายแต่ละด้านของสายลวด จะมีตัวเชื่อมต่อ กับ ชุด สำหรับยึดตรึง การใช้งาน ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่า คู่สถานีอยู่ทิศไหน เพราะสายอากาศแบบนี้สัญญาณจะออกดีด้านข้างของสายลวด(เสา วิป จะออกอากาศ รอบตัว นึกง่ายๆ เอามือขึ้นมาสองมือ มือซ้าย ลองชูนิ้วชี้ หรือจะนิ้วกลางก็ได้ ให้ตั้งโด่ขึ้นมา หลังจากนั้น ลองเอานิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ของมือขวาต่อกันให้เป็นรูปวงกลม แล้วเอาวงกลมมือขวาไปสวมใส่เข้าไปของนิ้วที่ตั้งโด่อยู่ของมือซ้าย อันนี้ นิ้วที่ตั้งโด่จะแทน สายอากาศแบบเสาวิป ส่วนวงกลมของมือขวาที่ไปสวมใส่อยู่ แทน คลื่นการออกอากาศครับ ต่อไป คล้ายๆกันแต่เปลี่ยนจากตั้งนิ้วให้โด่ เป็น ให้นิ้วขนานกับพื้นครับ อันนี้นิ้วแทนลักษณะของสายอากาศแบบ ลองไวน์ ส่วนวงกลมนิ้ว แทน คลื่นการออกอากาศครับ ) เราต้องรู้แนวทิศ ว่า จะ เหนือ-ใต้ หรือ ตะวันออก-ตะวันตก ต่อมาความยาวของเส้นลวด จะต้องแมทชิ่งกับ ความถี่ ซึ่งในชุดจะมีตลับเมตร อยู่ครับ ซึ่งจะมีสเกลความยาวตามความถี่ให้พร้อมเบ็ดเสร็จ ก็กางตลับเมตรและสายลวด วัดเทียบกันให้ตรงตามความถี่ที่จะใช้งาน หลังจากนั้น เมื่อได้ทิศของคู่สถานี กางสายแมทชิ่ง และต่อสายสัญญาณเข้ากับเครื่องวิทยุเรียบร้อยแล้ว ต่อไปเป็นรายการ การขึงสายอากาศครับ เราต้องเลือกทำเลที่จะขึง เช่น คาคบไม้ ในชุด มันจะมีม้วนเชือก ที่มีลูกตุ่มตะกั่วถ่วงปลายสายครับ ต้องเล็งจุดที่จะยึดดีๆแล้วเขวี้ยง(ไม่ใช่ขว้างนะครับ)ลูกตุ่มขึ้นไป ลูกตุ่มก็จะพาสายเชือกไปด้วย พอได้ที่ที่ต้องการ ก็ชักรอกสายอากาศครับ ทำทั้งสองด้านของสายอากาศ และ ต้องระวังไม่ให้สายอากาศมันแตะโดนกับสิ่งอื่นๆเช่น กิ่งไม้ ใบไม้ครับ และสำคัญต้องพยายามให้มันสูงกว่าหัวคนครับ เพราะอันตรายจากไฟฟ้าเวลาออกอากาศครับ ขึงกับต้นไม้ มดไต่ตามสายอากาศ พอกดคีย์ออกอากาศปั๊บ มดล่วงกราว ครับ แอนกร้า 50 นั้นทั้งชุดมีน้ำหนักมาก ลูกน้องผมเคยแสวงเครื่อง สำหรับใช้กับ AM แมนแพด สำหรับเดินครับ เอาสายไฟ มาแปลงแทนสายลวดมาตรฐาน แล้วขีดระยะแมทชิ่งไว้ โดยลอกมาจากของ แอนกร้า ห้าสิบ ผลคือ ลดน้ำหนักลงได้เยอะ แบกไปได้สบายๆ และ การติดต่อสู้แอนกร้าไม่ได้แต่ดีกว่า เสา วิป ประจำเครื่องเยอะครับ และข้อดีอีกอย่างคือ สายไฟมีฉนวนหุ้ม ดังนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาสายอากาศแตะโดนสิ่งกีดขวาง
จริงๆมีสิ่งที่จะเขียนอีกมากครับ แต่เอาไว้โอกาสหน้าละกันครับ ผมขอจบชุดวิทยุทางยุทธวิธี ของ ทบ. เพียงเท่านี้ครับ
|
Comments
นึกภาพบางตัวไม่ ออกครับ
RSS feed for comments to this post.