|
[sertja] กำลังทางอากาศจะถูกใช้เมื่อใด? |
|
|
|
|
Written by Administrator
|
|
Wednesday, 27 April 2011 09:31 |
|
บทความจากสมาชิก TAF คุณ sertja อธิบายคุณลักษณะของกำลังทางอากาศ การใช้กำลังทางอากาศ และตอบคำถามเกี่ยวกับการใช้กำลังทางอากาศในสถานการณ์ปัจจุบัน คณะทำงาน TAF ขอขอบคุณคุณ sertja มา ณที่นี้ครับ
นอกนากนั้น ท่านที่สนใจพูดคุยในเนื้อหาเกี่ยวกับบทความนี้ สามารถร่วมพูดคุยได้ที่กระทู้ในเว็บบอร์ด
http://www.thaiarmedforce.com/distribution/viewtopic.php?f=7&t=2373
อันดับแรกมาดูกันก่อน เกี่ยวกับคุณลักษณะของกำลังทางอากาศ ลักษณะกำลังทางอากาศ มีจุดเด่นดังนี้
1. ความเร็ว 2. ความอ่อนตัว 3. รัศมีปฏิบัติการที่ไกล 4. ความแม่นยำ
ความเร็ว: พูดถึงเรื่องบินรบแล้วนั้น ผมว่าทุกคนน่าจะพอรู้กันแล้วนะครับว่ามันมีความเร็วมาก ทำให้เข้าไปทิ้งระเบิดหรือทำอะไรได้เร็ว และหนีออกมาได้เร็ว ลดความเสี่ยง รวมถึงทันใจอีกต่างหาก
ความอ่อนตัว: คือการที่สามารถปฏิบัติภารกิจได้หลายอย่าง
รัศมีปฏิบัติการ: เครื่องบินสามารถบินเข้าไปโจมตีเป้าหมายได้ไกลหลายร้อยกิโลเมตรแล้วกลับออกมาที่สนามบินเดิม ซึ่งนอกจากไปได้ไกลแล้ว หากรวมกันคุณลักษณะข้อแรกในเรื่องความเร็วแล้ว อาจใช้เวลาในการบินออกไปโจมตีเป้าหมายที่ห่างออกไป 300 กม. แล้วกลับมาฐานนั่งจิบกาแฟเพียงแค่ 30 นาที
ความแม่นยำ: อาวุธของเครื่องบินนั้น ด้วยเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน ทำให้มีความแม่นยำสูง และมีอำนาจการทำลายที่สูงมาก (มากกว่าการยิงด้วยปืนใหญ่หลายเท่า) ซึ่งเดี๋ยวผมจะเปรียบเทียบให้ฟัง
อาวุธของเครื่องบินนั้นแบ่งออกเป็นใหญ่ๆ 2 ประเภท คืออาวุธ อากาศ-สู่-อากาศ และ อากาศ-สู่-พื้น
เขียนแบบนี้อาจงง ถ้าภาษาชาวบ้านก็คือ อาวุธยิงเครืองบิน กับ อาวุธทำลายเปาหมายบนพื้นนั่นแหละครับ
- อาวุธอากาศ-สู่-อากาศ ก็พวกจรวดนำวิถี ยิงออกไป แล้วติดตามเครื่องบินเป้าหมาย
- อาวุธอากาศ-สู่-พื้น ที่เห็นกันบ่อยๆ ก็ระเบิดไงครับ มากมายหลายแบบ หรือจะเป็นจรวดนำวิถีต่างๆ ก็ด้วยนะครับ
แล้วทำไมผมถึงบอกว่ามันรุนแรงละ มาดูกัน ผมจะยกตัวอย่างจากของที่เรามีใช้ละกันนะครับ อย่างแรก ระเบิดที่ติดตั้งได้กับเครื่องบิน F-16 ที่มีอำนาจการทำลายสูงสุดคือระเบิด MK-84 ขนาดของระเบิดคือ 2,000 ปอนด์ (เกือบๆ 1 ตัน) จากข้อมูลที่หาได้ตามอินเตอร์เน็ตทั่วไป มันบรรจุดินระเบิดหนัก 900 ปอนด์ ชนิด Composition H6 (ไม่ต้องสนใจชื่อมัน จริงๆมีอีก 3 แบบ แล้วแต่กรณีจะเลือกใช้)
ซึ่งข้อมูลที่ได้มา มีความรุนแรงมากกว่าดินระเบิด TNT นิดหน่อย
และลองมาดูลูกกระสุนปืนใหญ่ 155 มม. นะครับ ด้วยข้อมูลที่ได้มา มันบรรจุดินระเบิด TNT ขนาดประมาณ 6-7 กิโลกรัม ต่อ ลูกกระสุนปืน 1 ลูก
เปรียบเทียบง่ายๆแบบเด็กอนุบาล ระเบิด MK-84 จำนวน 1 ลูกมีอำนาจการทำลายเท่ากันการยิงปืนใหญ่ 155 มม. ลงจุดเดิมด้วยจำนวนประมาณ 130 ลูก ...... เป็นไงละครับ เห็นถึงความรุนแรงหรือยัง
เท่านั้นยังไม่พอ เครื่องบิน F-16 1 เครื่อง สามารถติดตั้งระเบิด MK-84 ได้ 4 ลูก เท่ากับว่า ถ้าทิ้งมันลงเป้าหมายพร้อมกัน 4 ลูกเนี่ย เหอะๆ แค่คิดก็มันส์แล้วละครับ...... แต่ครับแต่ การทำภารกิจเนี่ยครับ อย่างน้อยต้องประกอบด้วยเครื่องบิน 2 เครื่องขึ้นไป
 จากภาพเป็นการระเบิดของระเบิด MK-84 จะเห็นได้ว่าในกรอบสีแดงนั้นคือเขตของรัศมีลูกไฟของการระเบิด จากการวิเคราะของผมเองด้วยขอบของคันนาน่าจะเป็นพื้นที่ประมาณ 1 สนามฟุตบอล ซึ่งในเขตนี้ ทุกสิ่งจะถูกทำลายเกือบทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น อาคาร บ้านเรือน สิ่งปลูกสร้างต่างๆ และรัศมีของแรงระเบิดที่ทำให้บุคคลถึงแก่ชิวิตนั้นน่าจะอยู่ที่รัศมี 400 เมตรจากจุดศูนย์กลางของแรงระเบิด และแรงระเบิดอาจทำให้คนที่อยู่ห่างออกไป 1 กม. ได้รับบาดเจ็บ
เริ่มมองอะไรออกบ้างรึยังครับ ทำไมเค้าถึงบอกว่าใช้เครื่องบินรบไปโจมตีประเทศที่ไม่มีอะไรเลยมันเหมือนเป็นการรังแกเด็ก
พูดถึงความน่ากลัวของอาวุธไปแล้ว คราวนี้ ผมจะไปว่ากันต่อในประเด็น เราจะใช้กำลังทางอากาศเมื่อใด
จากที่กล่าวมาจะเห็นว่า กำลังทางอากาศนั้นมีความรุนแรงมาก มันเหมือนเป็นอาวุธที่ใช้ในการรบแบบบุก (Offensive) มากกว่าตั้งรับ (Defensive) แต่มันก็ใช้ในการตั้งรับได้เหมือนกัน แต่เป็นกรณีไป
การปฏิบัติการทางอากาศประกอบไปด้วย การปฏิบัติการทางอากาศยุทธศาตร์ และการปฏิบัติการทางอากาศยุทธวิธี ซึ่งมีรายละเอียดเยอะมาก ผมไม่ขอพูดถึง เพราะมันลึกเกินไปกว่าคนทั่วไปจะเข้าใจ เอาเป็นว่า คร่าวๆ คือ ยุทธศาสตร์เป็นเป้าหมายที่มีความสำคัญสูงที่มีผลต่อประเทศนั้นๆ เช่น กองบัญชาการกองทัพต่างๆ ทำเนียบรัฐบาล หรืออะไรก็ตามที่เสียหายแล้ว ย่อมมีผลกระทบอย่างสูง ส่วนยุทธวิธีก็หมายถึงเป้าหมายพวกที่ตั้งทางทหารต่างๆ ที่อยู่ในสนามรบ
กำลังทางอากาศผมพูดได้เต็มปากว่า เป็นกำลังที่สร้างมาเพื่อใช้ในการบุกจริงๆ เช่น เราจะบุกยึดพื้นที่อำเภอ XXX ซึ่งมีกองพันทหารข้าศึกตั้งอยู่ เราก็ส่งเครื่องบินไปบอมบ์มันเลย ตัดกำลังได้ส่วนหนึ่ง แล้วก็ส่งทหารราบภาคพื้นดินเข้าไปยึด จะเห็นได้ว่าความสูญเสียของฝ่ายเรานั่น ย่อมจะน้อยกว่าการเอาทหารเข้าไปตีแบบตัวต่อตัวอย่างเห็นได้ชัด
หรือในกรณีที่จะบุกยึดประเทศเลยละ ตัวอย่างที่เห็นก็จากที่สหรัฐบุกยึดอีรักเนี่ยไงครับ ง่ายสุดละ สหรัฐส่งเครื่องบินบินกันเต็มท้องฟ้า ทำลายส่วนสำคัญๆของประเทศอิรัก เช่น สนามบิน โรงไฟฟ้า ที่ทำการกองบัญชาการ เรดาร์ ที่ตั้งกองพันรถถัง ผลคือ กองทัพอิรักง่อยครับ ทำอะไรไม่ได้ หลังจากนั้นนาวิกโยทินรวมทั้งกองทัพบกสหรัฐทำการรุกคืนเข้ายึดเมืองและสามารถเข้าสู่งกรุงแบกแดดได้ในเวลาไม่กี่วัน
จากตัวอย่างเห็นกันได้ชัดว่า กำลังทางอากาศเนี่ยมันมีไว้รุกรานคนอื่นชัดๆ แล้วในแง่ของการตั้งรับละ มันก็ทำได้ครับ ผมบอกแล้วไงว่ากำลังทางอากาศมีความอ่อนตัว ปรับแปลงภารกิจได้ตามต้องการ อย่างแรกในการตั้งรับ ก็คือการสกัดกันเครื่องบินของข้าศึกที่มุ่งหวังมาทำร้ายเรา "อาวุธที่ทำลายอากาศยานได้ดีที่สุด คืออากาศยาน"
หรือในกรณีที่ประเทศเราถูกรุกราน มีกองร้อยของทหารราบฝ่ายเราตั้งมั่นป้องกันกำลังข้าศึกศัตรูที่มีเป็นกองพันซึ่งกำลังบุกเข้าตีเรามา ในกรณีนี้แหละครับ กำลังทางอากาศจะมีความจำเป็นมากในการใช้ป้องกันอธิปไตย
หรืออีกกรณีหนึ่งมีการประทะกันด้วยกำลังที่สูสีแต่ห่างออกไป 30 กม. ข้าศึกกำลังมีการเสริมกำลังรถถังเข้ามาจำนวน 20 คัน หรือ BM-21 กำลังจะวิ่งมาสมทบห่างออกไป 40 กม. นี่แหละครับ กรณีนี้ กำลังทางอากาศจะถูกส่งออกไปจัดการกับกำลังเสริมพวกนี้
อันนี้เป็นการยกตัวอย่างคร่าวๆนะครับ ผมจะสรุปจากที่มีหลายๆคนถามว่า สถานการณ์ทุกวันนี้ซึ่งมีแต่คนถามผม "ทำไมถึงไม่เอา F-16 ไปบอมบ์มันซะทีให้หายซ่า" ต้องขออธิบายให้เข้าใจดังนี้
1. การประทะที่เกิดขึ้น เกิดการการยิงปืนใหญ่ข้ามไปข้ามมา ซึ่งยังไม่มีการยกกำลังขนาดใหญ่เข้ายึดพื้นที่แต่อย่างใด จะมีก็แต่กำลังพลขนาดไม่เกินกองร้อยด้วยซ้ำที่มาแหย่มาแหย่ไป แล้วก็วิ่งหนีกลับประเทศ
2. มีการขนยานเกราะ รถถังมาแล้ว อาจหวังเข้ายึดหรือป่าว ก็ไม่รู้ แต่มันโดนเราสวนกลับด้วยอาวุธของกำลังทางบกฝ่ายเราย่อยยับไปเยอะ ไม่ต้องถึงมือกำลังทางอากาศ
3. หากจะใช้กำลังทางอากาศขึ้นมาจริงๆ นั่นหมายถึง เครื่องบินจะต้องบินเข้าไปในเขตน่านฟ้าของประเทศข้าศึก ซึ่งตอนนี้เรายังไม่ได้ประกาศสงครามครับ อย่าลืม
ด้วยความคิดผมเอง ผมมองว่ายังไม่ถึงเวลาจำเป็นด้วยซ้ำที่จะใช้กำลังทางอากาศในสถาณการณ์นี้ หลายคนอาจมองว่า ทำไมปล่อยให้มันยิงก่อนอยู่ได้ ... แล้วจะให้เราเป็นฝ่ายยิงก่อนหรือครับ ผมอยากถามหลายๆคน ที่อาจอารมณ์ฉุนเฉียวอยู่ในขณะนี้ ...
สิ่งที่เราทำคือการไม่เริ่มก่อน แต่หากเค้าเริ่มมาก็สวนกลับไปให้สาสม เหมือนที่มีคนบอกว่า เค้าสะกิด เราตบกบาลกลับ ... ผมมองว่า การที่เราวางตัวแบบจะไม่เริ่มยิงหากไม่ถูกโจมตีก่อน เป็นการวางตัวที่ดี ซึ่งทหารและกองกำลังในประเทศที่เค้าพัฒนาแล้วเค้าทำกัน (ไม่ได้รวมกับพวกไปประกาศสงครามบุกยึดประเทศอื่นนะครับ) ... จริงที่อาจเห็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ต้องอพยพกันหลายหมื่นคืนเกิดความลำบาก ซึ่งตรงนี้เองผมก็ไม่พอใจเป็นอย่างมากและไม่เห็นด้วยที่วิ่งเข้าไปขอเจรจาอยู่ตลอด และการที่ทำให้พี่น้องชาวไทยเราต้องรับกรรม แต่เป็นการถูกแล้วที่เราสั่งอพยพดีกว่าเอาประชาชนมาเป็นโล่ห์กำบังซึ่งมันดูปอดแหกพิกล .. เลยอยากให้หลายๆคนที่เป็นห่วงสถาณการณ์ในตอนนี้ใจเย็นๆลงก่อนนะครับ ผมบอกได้เลยว่า ฝ่ายเราไม่ได้อยู่เฉยๆ เรามีมาตรการตอบโต้ทุกรูปแบบด้วยศักยภาพที่มี ถ้าสั่งบุก เราบุกได้ ถึงเมืองหลวง แล้วหลังจากนั้นละครับ เราจะไปตั้งรัฐบาลให้เค้าเหมือนอเมริกาทำงั้นเหรอ เหอะๆ ไม่มีทาง เราตั้งมันอยู่ในการป้องกันอธิปไตยในรั้วบ้านเรานะดีแล้วครับ ทำตัวเป็นไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาดดีที่สุดครับ
|
|
Last Updated on Wednesday, 27 April 2011 10:06 |
สมาชิกเท่านั้นจึงสามารถแสดงความเห็นได้ โปรดสมัครสมาชิกหรือติดต่อผู้ดูแลระบบ
Only registered user is able to comment. Please register or contact administrator.
Comments
เต็มที่ครับ
ขอบคุณครับ
บางท่านที่กระเห ี้ยน กระหือรืออยู่หน ้าจอ ถ้าใช้สติคิดพิจ ารณาดีดี ก็น่าจะคิดออกว่ า สงครามมันไม่มีอ ะไรดี ไม่ว่าผู้แพ้ หรือผู้ชนะ
ซึ่งผู้ที่ไปชมท ี่ CHDY แค่ระเบิด 500 lbs สี่ลูกยังมีลม...สั่นถึงเนินคนดู เลยครับ...
เจอ 2000 lbs....ลืมไปได้เลยครับ ...ครั้งเดียวยกกอง พัน
กำลังทางอากาศถึ งมีจุดเด่น แต่จุดด้อยก็มีน ะครับ
นั้นก็คือ
ต้องพึ่งพาฐานบิ นครับ มิฉะนั้นอากาศยา นรบจะไม่ได้รับก ารสนับสนุนในด้า นการซ่อมบำรุง และอาวุธ ดังนั้นฐานบินจึ งเป็นเป้าหมายอั นดับต้น ๆ ของการถูกทำลายห ากเกิดสงครามเต็ มรูปแบบ
กับอีกข้อหนึ่งค ือ อากาศยานหากอยู่ บนพื้น จะไม่สามารถป้อง กันตัวเองได้เลย หากถูกโจมตี ในส่วนนี้ต้องจั ดกำลังภาคพื้นไว ้คุ้มครองตลอดเว ลาครับ
RSS feed for comments to this post.