• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
[icy_cmu] บทวิเคราะห์ ว่าที่รถถังหลักแบบใหม่ของกองทัพบกไทย ตอนแรก PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Sunday, 24 July 2011 16:33

วันนี้จะนำเสนอบทวิเคราะห์ ว่าที่รถถังใหม่ทบ. หรือที่รู้จักกันในชื่อออปลอต(Oplot) ซึ่งรายละเอียดปัจจุบันยังไม่มีการเปิดเผยว่าจะมีคุณลักษณะอย่างไร แต่การวิเคราะห์ในบทความนี้ เป็นการคาดการณ์จากรถถังแบบล่าสุดของอูเครน คือ BM Oplot โปรดใช้วิจารณญาณในการพิจารณา รายละเอียดสเป็คของทบ.เองอาจจะต่างไปจากนี้ ไม่มีใครทราบได้ เพราะฉะนั้น ไม่ควรชื่นชมหรือก่นด่าไปก่อนที่ทบ.จะประกาศอย่างเป็นทางการ

บทความนี้จะแบ่งเป็น 2 ตอน คือ ประวัติต้นแบบของออปลอตคือที-80ยูดี ตอนที่สองจะเป็นการกล่าวถึง การพัฒนาก่อนหน้าจะมาเป็นบีเอ็ม ออปลอต คือ ที-84/ยู/ออปลอต/ยาตากัน และการชำแหละ BM Oplot กันทุกส่วน

ในที่นี้ขอกล่าวถึงการอ้างอิงข้อมูลต่างๆก่อน ข้อมูลทั้งหมดและรูปภาพ ได้นำมาใช้ในเงื่อนไข Fair use Policy เพราะฉะนั้น ผู้ใดต้องการนำภาพและข้อมูลอ้างอิงนำไปใช้เพื่อการค้า กรุณาติดต่อแหล่งข้อมูลเหล่านั้นเพื่อขอใช้ให้ถูกต้องตามกฎหมายลิขสิทธิ์ และตัวบทความนี้ ถ้าต้องการนำไปใช้ในทางการค้า กรุณาขออนุญาตและให้เครดิต และ บทความนี้ไม่ถือเป็นแหล่งอ้างอิงเนื่องจากบทความนี้มีข้อคิดเห็นส่วนตัว ซึ่งอาจไม่เป็นกลาง หรือข้อมูลที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ

แหล่งอ้างอิง
http://www.morozov.com.ua/eng/body/oplot_mbt.php
https://picasaweb.google.com/malakhov.v.a/KMDBOplotMBT
http://andrei-%20bt.livejournal.com/tag/%D0%9E%D0%BF%D0%BB%D0%BE%D1%82
http://www.battlefront.com/community/showthread.php?t=90432
http://en.wikipedia.org/wiki/T-84
http://daarmy.npage.eu/t-84_series_7659460.html
Steven J Zaloga and Tony Bryan (2009).T-80 standard tank The Soviet Army’s Last Armored Champion.UK :Osprey publishing ltd. ISBN 978-1-846038655.
Steven J Zaloga and David Markov (2000). Russia's T-80U Main Battle Tank. Hong Kong: Concord. ISBN 962-361-656-2.
Zaloga, Steven (1992), T-64 and T-80, Hong Kong: Concord, ISBN 962-361-031-9.

T-80s : The Oplot’s Ancestors

ที-80 : เหล่าบรรพบุรุษของออปลอต


ถ้าจะกล่าวถึงออปลอต จะไม่กล่าวถึงที-80คงเป็นไปไม่ได้ เพราะออปลอตจริงๆแล้วมีพื้นฐานมาจากที-80(แม้จะถูกดัดแปลงจนแทบไม่เหลือเค้าแล้วก็เถอะ) จุดเริ่มต้นของที-80 คงต้องย้อนไปถึงที-64อีกทีหนึ่ง

ที-64 จุดเริ่มต้นของที-80
โครงการที-64นั้น เกิดมาจากการที่กองทัพสหภาพโซเวียต(ต่อไปจะกล่าวในชื่อกองทัพแดง) ต้องการรถถังแทนที-54 โดยกำหนดให้มีประสิทธิภาพทุกด้านเหนือกว่า ทั้งก อำนาจการยิง การป้องกันตัว การเคลื่อนที่ โดยที่น้ำหนักและขนาดยังไม่มากไปกว่าที-54มากนัก ด้วยความอัจฉริยะภาพของนาย Alexandr Morozov แห่งสำนักออกแบบ Kharkov Malyshev ในอูเครน (หรือ KMDB ซึ่งสำนักนี้เคยออกแบบรถถังกระฉ่อนโลกอย่างT-34มาแล้ว) จึงออกแบบมาเป็น Objekt 430 ที่มีขนาดและน้ำหนักไม่ต่างจากT-54มากนัก แต่มีประสิทธิภาพมากกว่าT-54 ในด้านเกราะที่เป็นแบบหลายชั้นและ ความคล่องแคล่ว ด้วยเครื่องยนต์5TDที่มีขนาดเล็กแต่แรง และมีลูกเรือ3นาย โดยแทนที่พลบรรจุด้วยระบบป้อนกระสุนอัตโนมัติ


objekt 430

แต่Objekt430ยังมีข้อบกพร่องเรื่องปืน ซึ่งตอนแรกใช้ขนาด100ม.ม.D-54TS ซึ่งไม่พอเพียงเพราะขณะนั้นรถถังนาโต้ได้ใช้ปืนยอดนิยมL7ขนาด105ม.ม.กันบ้างแล้ว จึงมีการปรับปรุงติดปืน 115ม.ม.แบบD-68 และเปลี่ยนชื่อเป็นObjekt 432 และเมื่อเข้าสู่สายการผลิต จึงกลายมาเป็นT-64 อย่างไรก็ดี T-64ยังมีข้อบกพร่องหลายประการ ทั้งเครื่องยนต์5TDที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะมีค่าMTBF(Mean Time Between Failure ค่าเฉลี่ยเวลาที่เครื่องจักรจะทำงานผิดพลาดหรือค่าระหว่างความผิดพลาดครั้งก่อน และ ครั้งล่าสุด)ที่300ชม.เท่านั้น และยังมีปริมาตรห้องโดยสารน้อยมาก เมื่อเทียบกันกับรถถังที่มีเกราะหนาพอๆกันอย่างM60A1 (T-64 11.5ลบ.ม. และ M60A1 18.4ลบ.ม.) อีกทั้ง ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงยังสูงมากอีกด้วย




T-64


Objekt 219 ความฝันแห่งสุดยอดรถถังของกองทัพแดง
หลังจากโครงการT-64 นั้นมีปัญหามากมาย (แต่ก็แก้ปัญหาได้ในรุ่นA) กองทัพแดงจึงต้องการรถถังระดับพรีเมี่ยม มาใช้งานคู่กับT-72 ตามนโยบาย ของถูกคู่ของแพง จะขอกล่าวข้ามเรื่องการพัฒนาและการแข่งขันระหว่างสำนักออกแบบออกไป เนื่องจาก กลัวจะยาวเกินพอดี
Objekt 219 SP1 คือต้นแบบรถถังที่ Leningradskiy Kirovskiy Zavod หรือLKZ ออกแบบเพื่อสนองความต้องการรถถังพลังเครื่องยนต์แก๊สเทอร์ไบน์ โดยนำเครื่องยนต์แก๊สเทอร์ไบน์GTD-1000T(ขนาด1000แรงม้า)ไปไว้ในโครงรถถังT-64ดัดแปลง แต่ก็ยังแสดงศักยภาพไม่เต็มที่ เพราะชุดเกียร์และระบบช่วงล่างยังไม่รองรับความแรงของเครื่องยนต์แก๊สเทอร์ไบน์


ต่อมาจึงมีการสร้างรถต้นแบบObjekt 219 SP2 ขึ้นมา60คัน โดยทดสอบระบบช่วงล่างและชุดเกียร์ที่สามารถรีดประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ออกมาให้มากที่สุด และยังมีการทดลองติดตั้งกระโปรงข้างทำจากยาง และระบบกรองฝุ่นที่เครื่องยนต์ เพื่อช่วยลดปัญหาการอุดตันของเครื่องยนต์ จนในปี1973 การทดสอบในสนามจริงออกมาได้อย่างน่าพอใจ ยกเว้นที่เครื่องยนต์ กินน้ำมันมากกว่าT-64ถึง1.8เท่า และยังซ่อมบำรุงยาก จึงมีค่าMTBFไม่เกิน300ชั่วโมง และเพื่อจะให้มีระยะทำการถึง450กม.จึงต้องทำการติดตั้งถังน้ำมันภายนอก แม้กระทั่งต้นแบบสุดท้ายอย่างObjekt 219 sp8 (หลายเซอร์วิสแพ็คเหลือเกิน) ก็ยังแก้ปัญหาไม่ตก จึงเป็นเหตุให้ นายพล Andrei Grechkoซึ่งเป็นรมว.กลาโหมขณะนั้น ไม่นำObjekt 219เข้าสายการผลิตเนื่องจากผลาญน้ำมันแต่อำนาจการยิงหรือเกราะป้องกันไม่ได้ดีกว่าT-64ซักเท่าไหร่ ชะตาชีวิตObjekt 219 คงจบอยู่แค่นั้นหากอีกตาGrechko ไม่ด่วนจากไปเสียก่อน รมว.กลาโหมคนใหม่ Dmitriy Ustinov จึงเข้ารับตำแหน่งแทน อีตาUstinovนี้ เป็นคนที่คลุกคลีกับวงการอุตสาหกรรมอาวุธมายาวนานตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่2 พออีตานี่ดำรงตำแหน่ง คงเดาไม่ยากว่าจะเกิดอะไรขึ้น Objekt 219 ถูกนำขึ้นสายการผลิตในวันที่6สิงหาคม 1976 และเปลี่ยนชื่อเป็นT-80 อีตาUstinov นั้น ชอบT-80มากๆ เพราะตนเองก็เป็นคนหนึ่งที่ผลักดันแนวคิดติดตั้งเครื่องยนต์แก๊สเทอร์ไบน์ให้รถถังมาตลอด จนปัญหาด้านการกินน้ำมันมโหฬารของT-80นั้นถูกมองข้ามไป

โรงงานที่ประกอบT-80นั้นได้แก่LKZ หยุดสายการผลิตT-64A แล้วมาผลิตT-80แทน โรงงานOMSKหมายเลข13 จากเดิมจะผลิตT-72แทนT-55 ก็ถูกปรับให้โรงงานของOMSKทั้งหมดมาผลิตT-80 โรงงานที่KharkovมาผลิตT-80 ภายหลังจากที่นายMorozov เกษียณออกไป โดยผลิตแทนT-64 นายUstinov ไม่ชอบโครงการT-72 เอาเสียเลย แต่ทำอย่างไรได้ ตามนโยบายของถูกคู่ของแพง T-72 จะแทนที่รถถังเก่าของกองทัพแดงทั้งหมด จึงทำให้T-72 ยังอยู่ต่อ แต่ก็ไม่มีการพัฒนาให้ทันสมัยมากมาย เหมือนกับT-80
อย่างไรก็ดีT-80ยุคแรก มันก็คือT-64Aติดเครื่องแก๊สเทอร์ไบน์นี่เอง แต่ราคาแพงกว่าT-64Aถึง3เท่า และยังล้าหลังกว่าT-64B รุ่นล่าสุดในแง่ระบบควบคุมการยิง (กล้องวัดระยะโดยใช้ภาพซ้อนของT-80 กับ ระบบวัดระยะด้วยเลเซอร์ของT-64B) หรือ จรวดยิงจากปืนถ.ของT-64B ที่T-80ไม่มี T-80จึงผลิตน้อยมาก ไม่เกิน200คัน และผลิตเพียง2ปี ก็หยุดผลิต หันไปผลิตรุ่นใหม่กว่าอย่างT-80B แทน


T-80 รุ่นแรก สังเกตจากระบบวัดระยะแบบภาพซ้อนด้านข้างขวาของป้อม V-Shape ด้านหน้ารถ(คล้ายT-72) และ ล้อกดสายพานแบบเหล็กล้วนไม่มียางรอง


T-80B : รถถัง T-80 ที่แท้จริง
ในปี1978โรงงานLKZได้ทำการออกแบบป้อมปืนใหม่สำหรับT-80 โดยไม่ต้องการที่จะใช้แบบแผนของป้อมปืนT-64 ของโรงงานKharkovอีกต่อไป โดยมีการติดตั้งระบบยิงจรวดนำวิถีต่อสู้รถถังแบบ9K112 Kobra system ยิงจากปืนใหญ่ 125ม.ม. โดย ลูกจรวด9M112 นั้น จะแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ ตัวจรวด และ ดินขับ ลูกจรวด9M112 นั้น นำวิถีด้วยระบบRadio Command Link โดยติดตั้งระบบCommand linkแบบ GTN-12 ที่ตัวป้อมปืนด้านขวา (เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของT-80B) โดยลูกจรวด9M112 มีระยะยิง4กม.สำหรับเป้ารถถัง และ 5กม.สำหรับเฮลิคอปเตอร์ สามารถเจาะเกราะRHA ได้600ม.ม. และยังมีการติดตั้งระบบกล้องเล็งสำหรับพลปืนแบบ1G42 และ ระบบบรรจุกระสุนอัตโนมัติแบบใหม่

นอกจากนี้ เกราะสำหรับป้อมปืนด้านหน้าของT-80B ยังมีการพัฒนาเข้าสู่เกราะหลายชั้นยุคที่3 โดยการเสริมแท่งUltra-Porcelain ซึ่งเป็นเซรามิคชนิดใหม่เข้าไประหว่างเกราะเหล็กกล้าแบบหล่อ (ในยุคแรกใช้อลูมิเนียม ยุคที่สองใช้เซรามิคแบบเป็นลูกบอลแทรกกลางเกราะเหล็กกล้าแบบหล่อ) ซึ่งทำให้มีความหนาในหน่วยRHAเท่ากับหรือมากกว่า 550ม.ม. ทีเดียว(แต่ความหนาจริงนั้นบางกว่า) ส่วนเกราะตัวรถด้านหน้านั้นใช้เหล็กกล้าหนา80ม.ม.ซ้อนกับแผ่นไฟเบอร์กลาสหนา105ม.ม. และประกบด้วยแผ่นเหล็กกล้าหนา20ม.ม.อีกชั้นหนึ่ง พร้อมกับเป็นเกราะแบบลาด ทำให้ความหนาในหน่วยRHAมากถึง500 มม.



T-80B สังเกตกล่องสี่เหลี่ยมด้านบนป้อมด้านขวาหน้าปืนกลของผบ.รถ นั่นคือระบบGTN-12 และล้อกดสายพานแบบมียางรอง

LKZเริ่มผลิตT-80B ในปี1978 เพื่อแทนT-80รุ่นแรก และภายหลังผลิตที่OMSKเพื่อทดแทนT-55Aในปี 1979(แต่ยังมีการผลิตเพื่อส่งออกอยู่) และOmsk ยังผลิตT-80BK รุ่นบัญชาการ ที่ติดตั้งระบบนำร่องและวิทยุสั่งการขั้นสูงมาด้วย T-80B ผลิตมาทั้งหมด 3,518คันรุ่นBK 217คัน รวมถึงรุ่นอัพเกรดที่จะกล่าวต่อไปคือT-80BV อีก617คัน รวมๆแล้วมีจำนวนถึง 4,352คัน นับเป็น90%ของT-80ที่ผลิตทั้งหมด

T-80BV ไม่หวั่นแม้เจอกระสุน HEAT
ในสงครามกับเลบานอนในปี1982อิสราเอลได้นำรถถังติดเกราะปฏิกิริยาแรงระเบิดหรือERA มาใช้ในสงคราม ซึ่งได้ผลดี จนทางฝ่ายโซเวียตสนใจเอามาติดบนรถถังของตนบ้าง จริงๆแล้วโครงการเกราะERAนี้มีมาตั้งแต่ยุค60 แต่พอเห็นผลงานแล้ว จึงปัดฝุ่นนำมาใช้งาน เกราะERA ที่ติดอยู่บนT-80BVนั้น เรียกว่า Kontakt-1 มีความสามารถในการลดประสิทธิภาพการเจาะเกราะของจรวดนำวิถีต่อต้านรถถังที่ยิงจากปืน125ม.ม.ได้ถึง 86% ,ลดประสิทธิภาพของกระสุนระเบิดต่อสู้รถถัง(HEAT) ถึง 58% ,ลดประสิทธิภาพของจรวดต่อสู้รถถังขนาด93ม.ม .(LAW.)ได้ถึง92% อีกทั้งยังเบากว่าและมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกราะBlazerของอิสราเอลถึง15%



Kontakt-1


M-48ติดเกราะBlazer


T-80BV



T-80BVผลิตทั้งหมด 617คัน เป็นรุ่นBV 594 คันและ รุ่นบัญชาการ BVK 23คัน

T-80A ไม่มีจริง
ในปี1976 นายUstinov ต้องการจะให้รถถังรัสเซียมีมาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช่คนละโรงงาน ก็ไม่มีความเหมือนกันเลย (ในช่วงนั้น 3โรงงานหลัก ผลิตรถถังต่างแบบกันสิ้นเชิงUralvagonzavod ผลิตT-72, KharkovผลิตT-64B. LKZและOmsk ผลิต T-80/B )

ช่วงนั้นKharkovได้ออกแบบรถถังใหม่ที่เป็นรุ่นT-64B ปรับปรุง ทั้งระบบควบคุมการยิง และเกราะที่ป้อม ในชื่อObjekt 476 นายUstinov เลยปิ๊งไอเดีย จับเอาป้อม476มาขยำรวมกับตัวรถของT-80B โดยให้สำนัก LKZ ดูแลโครงการโดยรวม และ Kharkov ดูแลเรื่องการออกแบบป้อมและอาวุธ รวมถึงยังยกเลิกสายการผลิตT-64B ของKharkov ไปผลิต T-80แทน โดยโครงการนี้มีชื่อว่า Objekt 219A โดยป้อมปืนของ Objekt 476 นั้น ได้รับการติดตั้งระบบควบคุมการยิงใหม่ แบบ1A45 และกล้องเล็งของพลปืนแบบ 1G46 และยังติดเกราะหลายชั้นแบบใหม่ ซึ่งในขณะนั้นมีอยู่สองแบบคือ แบบของT-72B ที่เป็น ป้อมปืนแบบหล่อมีช่องว่างภายในข้างในนั้นคือเกราะสองชั้น ประกอบไปด้วยโลหะที่ไม่ใช่เหล็กกล้าและชั้นของอโลหะ ส่วนป้อมของ Objekt 476 นั้น ข้างในประกอบไปด้วยเกราะหลายชั้น2ชิ้น แต่ละชิ้นประกอบไปด้วย โพลิเมอร์-เหล็กกล้า-เรซิ่น ซึ่งแพงกว่าแบบของ T-72B แต่ก็มีประสิทธิภาพมากกว่า


objekt 219A สังเกตุว่าไม่มีระบบควบคุมการยิงแบบGTN-12แล้ว

นอกจากจะมี Objekt 219Aที่เป็นT-80Bติดตั้งป้อมปืนของ Objekt 476แล้ว ยังมี Objekt 219V ที่ติดตั้งระบบควบคุมการยิง1A45 ,กล้องเล็งของพลปืนแบบ 1G46รวมถึงเครื่องยนต์ที่แรงขึ้นและยังติดตั้งจรวดนำวิถีต่อสู้รถถังแบบใหม่ชื่อว่า9M119 Refleks ที่นำวิถีด้วยเลเซอร์ซึ่งติดตั้งในกล้องเล็งแบบ1G46 9M119 มีระยะยิงเพิ่มเติมจาก9M112 Kobra จากเดิม4กม. เป็น5กม. และยังเจาะเกราะเพิ่มมากกว่าเดิมเป็น700ม.ม.(RHA) ทั้ง Objekt 219A และ Objekt 219V ได้รับการติดตั้งเกราะERAแบบKontakt-1 เหมือนกัน จึงมีคนสับสนและเรียกเป็นT-80A ทั้งๆที่ทั้งสองแบบไม่เคยได้รับการเข้าสู่สายการผลิต ได้แต่ผลิตเพื่อทดสอบจำนวนน้อยเท่านั้น และไม่เคยถูกตั้งชื่อว่าT-80A


9M119

T-80U ของดีราคาถูกไม่มีในโลก
หลังจากกองทัพแดงได้เร่งรีบติดตั้งเกราะ ERAแบบ Kontakt-1 ให้กับรถถังแบบT-80B จนกลายเป็นรุ่นBV แต่จริงๆแล้วเหล่าบรรดานักออกแบบไม่ใคร่จะชอบKontakt-1เท่าไหร่เพราะมันไปเพิ่มน้ำหนักให้รถถังอีก 1.2ตัน และป้องกันได้เพียงกระสุนHEAT ในขณะที่นาโต้ได้เริ่มใช้กระสุนแบบAPFSDS (Armor-Piercing Fin-Stabilized Discarding Sabot หรือ กระสุนเจาะเกราะสลัดครอบทิ้งรักษาการทรงตัวด้วยครีบ) ซึ่งKontakt-1ไม่สามารถป้องกันได้ หลังจากที่โซเวียตได้รับตัวอย่างกระสุนM111 APFSDS ขนาด105 ม.ม. จากซีเรียที่ยึดได้ในสงครามเลบานอนแล้ว หลังจากทดสอบ จึงได้มีมาตรการชั่วคราวคือเสริมเกราะลำตัวด้านหน้าของT-80Bโดยใช้เหล็กกล้าเพิ่มอีก20ม.ม. และหลังจากการวิจัย จึงได้ผลิตเกราะERA รุ่นที่สองออกมาในชื่อKontakt-5 ซึ่งมีความสามารถในการลดประสิทธิภาพของกระสุนแบบ APFSDSได้25-30% โดยการใช้ระเบิดแรงสูงขึ้น และใช้การเคลื่อนตัวของบรรจุภัณฑ์ในทิศตรงกันข้ามอย่างรวดเร็วเพื่อทำการสร้างแรงเฉือนอันมหาศาลเพื่อตัดตัวลูกดอกของกระสุนแบบ APFSDS หรือลำกระแสโลหะเหลวของกระสุนHEAT แต่อย่างไรก็ดี Kontakt-5 ต้องติดตั้งในมุมที่ถูกต้อง ถึงจะมีประสิทธิภาพ ดังนั้นไม่ใช่นึกจะติดตรงไหนก็ติดได้แบบ Kontakt-1 อีกต่อไป เพราะฉะนั้นจึงมีการออกแบบรถถังใหม่โดยให้ Kontakt-5 มีประสิทธิภาพสูงสุด ร่วมกับแบบแผนของ Objekt 219A และV คือ ระบบควบคุมการยิงใหม่ จรวดนำวิถีต่อสู้รถถังแบบRefleks ,เครื่องยนต์GTD-1000TF(ขนาด1100แรงม้า)และ ป้อมปืนแบบใหม่


T-80U


Kontakt-5

จนได้มาเป็น Obiekt 219AS ในปี1983 และเข้าสู่สายการผลิตได้ชื่อว่าT-80Uในปี1985 โดยมีพลังการป้องกันที่ป้อมด้านหน้าดังนี้ (ในหน่วยRHA) 780ม.ม.เมื่อเจอ APFSDS และ 1320 ม.ม.เมื่อเจอกระสุนHEAT แต่อย่างที่จั่วหัวไว้ ของถูกและดีไม่มีในโลก T-80U มีราคาเป็น3เท่า เมื่อเทียบกับT-72B จึงได้รับการผลิต เพียง410คัน (รวมT-80UD ที่ผลิตภายหลังอีกจำนวนหนึ่ง) ที่น่าสนใจคือ T-80UและT-72B นั้นได้รับการทดสอบจากสหรัฐ(น่าจะซื้อมาโดยวิธีการบางอย่าง)หลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลาย สหรัฐได้ค้นพบว่าT-80U และT-72Bเจาะได้ยากกว่าที่คิด ไม่เหมือนกับMonkey Modelที่พบเจอในสงครามอ่าวครั้งที่1 ซึ่งต้องทำให้สหรัฐต้องหาทางแก้โดยการผลิตกระสุนแบบใหม่อย่างM829A2และA3 เพื่อให้เจาะเกราะรถถังที่ติด ERAแบบ Kontakt-5ได้ ยังไม่รวมถึงกระสุนรถถังที่ส่งออกให้อิรักยังด้อยกว่าที่โซเวียตใช้เองมากนัก

T-80UD ญาติสนิทOplot
หลังจากอารัมภบทเรื่อง T-80รุ่นอื่นมาเสียยืดยาว คราวนี้มาเข้าสู่ประเด็นของพระเอกของตอนนี้คือT-80UD เสียที ใน T-80 รุ่นก่อนหน้านั้นล้วนใช้แต่เครื่องยนต์แก๊สเทอร์ไบน์ซึ่ง เป็นที่ชื่นชอบของนายUstinovมาก ทั้งๆที่ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงกว่า ซ่อมยากกว่า อายุสั้นกว่า และ แพงกว่าเครื่องยนต์ดีเซลมาก(ราคาแพงกว่ากัน10เท่า!!) ทั้งสามโรงงานที่ผลิตก็ล้วนแต่ต้องการผลิตT-80ที่ติดเครื่องยนต์ดีเซลทั้งนั้น(เพราะน่าจะขายได้มากกว่า) แต่ติดปัญหาที่ว่านายUstinovซึ่งเป็นรมว.กลาโหม และนายRomanov บอสใหญ่โรงงานLKZ เป็นผู้สนับสนุนเครื่องยนต์แก๊สเทอร์ไบน์สุดลิ่มทิ่มประตู แม้ทั้งทางกองทัพและกระทรวงกลาโหมเอง บอกว่าในแผน5ปีนับจากปี1984 โซเวียตมีเงินที่จะซื้อ รถถังT-80เครื่องดีเซล2500คันพร้อมเครื่องอะไหล่อีก6000เครื่อง หรือจะเลือกซื้อT-80ติดเครื่องเทอร์ไบน์ได้แค่1500คันพร้อมอะไหล่2000เครื่อง ถึงกระนั้น ทั้งสองนายก็ยังไม่แยแส แต่ด้วยทุกสิ่งล้วนอนิจจัง นายUstinovลาโลกไปก่อน ในเดือนธ.ค. 1984 ตามไปด้วยนายRomanovในปี1985 ทำให้ฝ่ายดีเซลอย่างKharkov ดีใจกระดี๊กระด๊า เพราะทันทีที่สองคนนี้ซี้ม่องเท่ง กระทรวงกลาโหมสั่งให้มีการผลิตT-80Uเครื่องยนต์ดีเซลอย่างเร่งด่วน หลังจากวิจัยก็เลยได้ออกมาเป็นObjekt 478B ซึ่งก็คือT-80Uติดเครื่องยนต์6TD(1000แรงม้า)


objekt478 prototype


T-80UD

แต่อย่างไรก็ดีเส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะก่อนจะเข้าสายการผลิต ฝ่ายโรงงานKharkov ต้องการที่จะใช้ชื่อT-84 ตามตำนานลงท้ายด้วยเลข4ที่บริษัทผลิตมายาวนานทั้งT-34 T-54 T-64 แต่ทางฝ่ายคนจ่ายเงิน(กลาโหม)ไม่พอใจเท่าไหร่ เพราะจะกลายเป็นว่า โซเวียตมีรถถังต่างชื่อกัน4แบบคือ T-64 T-72 T-80 T-84 โดยที่ทั้งหมดรูปร่างหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกัน แต่ต่างเพียงแค่เครื่องยนต์ แต่ต่อมาก็ตกลงกันได้โดยใช้ชื่อว่าT-80UD (U= UsovershenstvovanniyหรือImproved D= Dieselniy หรือ Diesel)อย่างไรก็ดี รัฐบาลสมัยนั้น นำโดยมิคาอิล กอร์บาชอฟ ได้ลดงบกลาโหม จึงทำให้จำนวนการสั่งซื้อลดลงจาก3,739คัน(รวมT-72ด้วย)ในปี1989เหลือเพียง1,445คันในปี1990 และสุดท้ายก่อนที่สหภาพโซเวียตจะล่มสลาย T-80UD ผลิตออกมาและเข้าประจำการเพียง500คัน อีก350ยังอยู่ที่โรงงานในKharkov และคาอยู่อย่างนั้นเพราะสหภาพโซเวียตล่มสลายเสียก่อน(บางส่วนในนี้ถูกส่งขายให้ปากีสถาน) 500คันที่อยู่ในรัสเซียนั้น ถูกจัดเข้าไปประจำการในหน่วยที่สำคัญที่สุดสองหน่วยคือ”กองพลพิทักษ์สวนดอกไม้ในเครมลิน-Kremlin Court Divisions” อันได้แก่ กองพลรถถังคานเทมิรอฟสคายาที่4 (4th Guards Kantemirovskaya Tank Division)และกองพลทหารราบยานเกราะตามานสคายาที่2ประจำกรุงมอสโคว์ (2nd Guards Taman Motor Rifle Division ) ปัจจุบันT-80UD เป็นแรร์ไอเท็มในกองทัพรัสเซีย

ส่วนรุ่นต่อมาที่พัฒนาต่อT-80Uนั้น ก็เป็นเพียงแค่โปรโตไทป์ที่ขายไม่ออกหลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย หลังจากนั้นโรงงานOmskก็เจ๊ง LKZก็รวมกับAlmaz-Antey เหลือแต่KMDB ที่ยังผลิตT-80(ในชื่อT-84หรืออื่นๆ)อยู่
ประเทศที่มีT-80ใช้งานนอกจากรัสเซีย ยังมี
อูเครน T-80UD/UDK
เบลารุส T-80B?
ไซปรัส T-80U/UK
เกาหลีใต้ T-80U/Uk
ปากีสถาน T-80UD(ไม่รู้จะนับดีไหม เพราะรัสเซียไม่ได้ส่งออกให้)
เยเมน T-80U?
อียิปต์ T-80U/Uk
จีน T-80U (ไม่ได้ประจำการในหน่วยรบ คงโดนชำแหละเรียบร้อย)


T-80UD สังกัดกองพลรถถังคาเทมิรอฟสคาย่าที่4 ยิงใส่Russian's White house ในเหตุการณ์วิกฤติการณ์รัฐธรรมนูญของรัสเซียในปี1993

ในบทหน้าจะกล่าวถึงพัฒนาการของT-80UD ที่อูเครนดัดแปลงให้กลายเป็นออปลอตในทุกวันนี้ สามารถติดตามได้ที่

http://www.thaiarmedforce.com/taf-article/71-icycmu/338-icy-oplot-2.html

Last Updated on Sunday, 24 July 2011 17:24
 

Comments  

 
0 #1 logieng 2011-07-24 16:53
M-48ติดเกราะBlaze r กับ T-80 ซ้ำกันครับ
 
 
+3 #2 thorn 2011-07-24 17:18
รูปแรกหล่อมากคร ับ ขอบคุณครับ
 
 
0 #3 johnny_thunders 2011-07-24 19:46
ขอเสริมเรื่องที ่มา T-80U ที่ไอ้กันเอามาป ระเมินค่าครับ โดยได้รับต่อมาจ าากอังกฤษอีกที ซึ่งได้ใช้ลูกเล ่นตั้งบริษัทนาย หน้าล่อซื้อจากร ัสเซีย โดยอ้างว่าจัดซื ้อในนาม โมร๊อคโก กว่าพี่หมีขาวจะ รู้ตัว ฝ่ายตะวันตกก็ได ้ตัวรถไปแล้ว....ที่มาจากวิกิพีเ ดียภาคภาษาอังกฤ
 
 
0 #4 monsoon 2011-07-25 01:42
ขอบคุณสำหรับบทค วามภาคแรกครับ
 
 
0 #5 Markrura 2011-07-25 19:58
ขออนุญาต นำบทความนี้ไปเผ ยแพร่ที่อื่นได้ ไหมครับ
 
 
+2 #6 skyman 2011-07-25 21:39
Quoting Markrura:
ขออนุญาต นำบทความนี้ไปเผ ยแพร่ที่อื่นได้ ไหมครับ


นำไปเผยแพร่ได้ แต่ต้องทำ link กลับมายังบทความ ต้นฉบับ และให้เครดิตผู้ เขียนคือคุณ icy_cmu ครับ
 

สมาชิกเท่านั้นจึงสามารถแสดงความเห็นได้ โปรดสมัครสมาชิกหรือติดต่อผู้ดูแลระบบ
Only registered user is able to comment. Please register or contact administrator.

Who's Online

We have 99 guests online

Comment ล่าสุด

  • งานนี้ ทอ เลือกได้หรือยัง ครับ ทราบว่า เคย เตรียมไ...
  • ไม่ทราบว่านำเคร ื่อง AV-8s ของทร.ไว้ด้วยหรือไม่ค ร...
  • สวยมากครับ เป็นเครื่องขวัญ ใจวัยเด็กของผมเ ลย
  • ขอแสดงความเสียใ จกับการตกของ Malaysia Airlines MH1...
  • ทำไมผมรู้สึงถึง Buk กับ HQ-16 นะ

ข้อมูลของผู้ใช้



QR Code for TAF

TAF Social Network



ทุกท่านสามารถติดตาม
ThaiArmedForce.com
ใน Social Network ได้ที่


กด Like TAF ใน Facebook ได้ที่นี่

Follow TAF ใน Twitter ได้ที่นี่

Instagram

กด Follow TAF ใน Foursuare ได้ที่นี่