ไตรภาคแห่งท้องทะเล - NRP Sagres เยือนประเทศไทย

น่านน้ำแห่งนี่คือที่เดียวกับที่เมื่อ 500 ปีก่อนที่กองเรือสินค้าของโปรตุเกสเข้ามาเปิดความสัมพันธ์และทำการค้าขายกับชาวอยุธยา พวกเขาถือเป็นชาวตะวันตกชาติแรกที่มีความสัมพันธ์ในเชิงการค้าและการฑูตกับสยาม พร้อมกับทิ้งมรดกทางวัฒนธรรมให้กับสยาม และหลายอย่างยังคงยั่งยืนมาจนถึงทุกวันนี้ .... 500 ปีผ่านมา เรือของโปรตุเกสกลับมาเยือนในที่แห่งเดิมอีกครั้ง ที่ซึ่งโลกตะวันตกมาพบกับโลกตะวันออก โดยมีเรือ NRP Sagres ซึ่งเปรียบเสมือนฑูตแห่งกาลเวลาที่ทำให้เราตระหนักว่า เพื่อนเก่าแก่ของเราคนนี้ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยมิตรภาพไม่เคยเปลี่ยนแปลง

แม้โปรตุเกส จะเป็นชาติตะวันตกชาติแรกที่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการฑูต กับราชอาณาจักรอยุธยามาเป็นเวลาเกือบ 500 ปี เป็นชาติตะวันตกที่มีความสัมพันธ์ นำพามาซึ่งเทคโนโลยี และวัฒนธรรม หลายสิ่งหลายอย่างได้กลมกลืนไปกับสังคมชาวสยามอย่างแนบแน่นสืบต่อมาถึงราชอาณจักรไทยในปัจจุบัน โดยไม่เคยมีความขัดแย้งเกิดขึ้นต่อกัน แต่ปัจจุบันภาพจำของมิตรประเทศเก่าแก่ของเราจะเป็นรู้จักกันแค่ คริสเตียนโน้ โรนัลโด้และฝอยทองเท่านั้น..!

วันที่ 9 ถึง 14 ตุลาคมที่ผ่านมา ท่าเรือคลองเตย OB ได้เป็นสถานที่ต้อนรับเรือจากมิตรประเทศอีกครั้งหนึ่ง และครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่กองทัพเรือโปรตุเกส ได้เลือกประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดแวะของภารกิจการเดินทางรอบโลกของเรือซากรีส ( NRP Sagres ) นับว่าเป็นโอกาสที่ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นเรือใบสามเสาขนาดใหญ่ ที่ยังออกท่องทะเลได้เช่นนี้ในโลกยุคปัจจุบัน

นี่เป็นครั้งแรกของเรือลำนี้ที่จะแวะจอดเทียบท่าที่ท่าเรือแห่งนี้ เช่นเดียวกับลูกเรือส่วนใหญ่บนเรือ แม้ว่าจะเป็นเรือของกองทัพ แต่ซากรีสมีฐานะเป็นเรือครู และเรือฑูต ที่จะนำมาซึ่งสัญลักษณ์แห่งมิตรไมตรี พร้อมทั้งเป็นตัวแทนแห่งความภาคภูมิใจในการเป็นชาติผู้บุกเบิกเส้นทางการเดินเรือโลก การมาเยือนในครั้งนี้ กองทัพเรือโปรตุเกส จึงได้เชื้อเชิญและเปิดกว้างให้ประชาชนชาวไทยได้ขึ้นชมเรืออย่างใกล้ชิดตลอดช่วงเวลาที่เรือจอดเทียบท่า

TAF จึงมีโอกาสเช่นเดียวกับประชาชนท่านอื่น ๆ ที่ได้เยี่ยมชมเรืออย่างใกล้ชิด ในวันที่เราได้เดินทางมายังท่าเรือคลองเตย เป็นวันสุดท้ายของการให้ขึ้นชมเรือ เนื่องจากในวันที่ 14 จะเป็นวันที่เรือจะต้องเตรียมการออกจากท่าเรือ จึงมีจำนวนผู้เข้ามาชมเรือกันจำนวนมาก ทุกเพศ ทุกวัย จนทำให้เรือใบขนาดใหญ่ที่มีความยาว 30 เมตร คราคร่ำไปดูด้วยผู้ชมตลอดทั้งลำเรือ การขึ้นเรือไม่มีการตรวจสิ่งของ หรือต้องเซ็นชื่อแจ้งความจำนงค์แต่อย่างใด ผู้ที่มาถึงสามารถเดินขึ้นเรือได้เลย เป็นการขึ้นเรือรบที่ไม่มีบรรยากาศของความเครียดขึงอยู่เลย



ซากรีสเป็นเรือที่ถูกสร้างมาเพื่อเป็นเรือครูโดยเฉพาะ เธอถูกต่อขึ้นที่อู่ต่อเรือ Blohm& Voss เป็นเรือลำดับที่ 515 ที่ต่อขึ้นที่อู่แห่งนี้ เพื่อส่งมอบให้กับกองทัพเรือเยอรมันในปี ค.ศ.1938 ได้รับชื่อ "Albert Leo Schlageter" เมื่อเยอรมันแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 เรือลำนี้ถูกสหรัฐอเมริกายึด และขายต่อให้กับกองทัพเรือบราซิลในปี ค.ศ. 1947 ต่อมาในปีค.ศ.1961 จึงถูกขายต่อให้กับโปรตุเกส โดยเป็นเรือลำที่สาม ที่ได้รับการตั้งชื่อนี้

เรือใบลำนี้เป็นหนึ่งในเรือฝึกชั้น "Gorch Foch" ถูกต่อขึ้นมารวม 4 ลำ ติดตั้งทั้งเครื่องยนต์ดีเซลและใบเรือเพื่อใช้ในการฝึกสร้างทักษะสำหรับการเป็นชาวเรือให้กับเหล่านักเรียนนายเรือ  ถูกออกแบบมาอย่างสวยงามเพื่อใช้เป็นสิ่งที่ช่วยฟื้นความภาคภูมิใจให้กับกองทัพเรือเยอรมันหลังจากต้องพบกับความพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 เรือในชั้นนี้ทั้ง 4 ลำ ได้กลายเป็นบทพิสูจน์ถึงความชำนาญการในการต่อเรือของเยอรมันได้เป็นอย่าง เพราะปัจจุบันเรือทั้ง 4 ลำ ยังสามารถทำการท่องทะเลในฐานะความภาคภูมิใจของกองทัพเรือผู้เป็นเจ้าของ

เมื่อขึ้นไปบนเรือ จะเห็นได้ว่าแม้จะเป็นเรือที่มีอายุมากกว่า 70 ปี แต่ตัวเรือยังอยู่ในสภาพดี การตกแต่งเรือในมุมขอบต่าง ๆ มีการใช้ทองเหลืองที่ได้รับการขัดแต่งเป็นอย่างสวยงาม อุปกรณ์เดินเรือในรูปแบบดั้งเดิมยังคงมีติดตั้งอยู่ เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์สำหรับการฝึกความรู้พื้นฐานในการเดินเรือ ควบคู่ไปกับอุปกรณ์เดินเรือยุคปัจจุบัน โครงสร้างหลักของเรือเป็นเหล็ก แต่ในโครงสร้างย่อยจะใช้ไม้เป็นวัสดุรอง บนดาดฟ้าจะเต็มไปด้วยตำแหน่งที่โยงยึดเชือกขนาดต่างๆ ที่แต่ละเส้นจะมีหน้าที่ความสำคัญเช่นเดียวกับที่เคยมีมาหลายร้อยปี การมาเดินอยู่บนดาดฟ้า ทำให้เรารู้สึกได้เหมือนกับเดินอยู่บนพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต ที่เราพอจะเข้าใจความรู้สึกของเหล่านักเรียนนายเรือที่จะมาบ่มเพาะทักษะความเป็นชาวเรือบนเรือลำนี้

แต่เอ่อ ... ตอนนี้ไม่มีเหล่านักเรียนนายเรืออยู่  เพราะพวกเขาลงไปจากเรือเพื่อไปทำการเรียนต่อภาควิชาการที่โปรตุเกสหลายเดือนแล้ว ในหนึ่งปีพวกเขาจะใช้ชีวิตอยู่บนเรือลำนี้ครั้งละ 3 เดือน ที่อยู่บนเรือในประเทศไทยจึงเป็นลูกเรือประจำของซากรีสที่จะทำหน้าที่ท่องทะเลรอบโลกที่จะกินเวลาถึงเดือนธันวาคม ที่พวกเขาจะได้กลับไปฉลองคริสต์มาสกับครอบครัว

บรรยากาศของการชมเรือเป็นไปอย่างคึกคัก ด้วยความสนใจของประชาชนชาวไทยที่เราจะได้เห็นเด็ก ๆ วิ่งเล่นอุปกรณ์ต่าง ๆ บนเรืออย่างสนุกสนาน นี้คงเป็นเรือแจ็กสแปร์โรว์ของพวกเขา สำหรับผู้ใหญ่ก็ได้ดื่มด่ำกับความสวยงามของเรือลำนี้ในมุมมองต่างๆ แม้กระทั่งคู่บ่าวสาวที่ขึ้นมาถ่ายภาพเวดดิ้งกันบนเรือ..! เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงบรรยากาศแห่งมิตรภาพระหว่างชาวไทยและชาวโปรตุเกสได้เป็นอย่างดี ก่อนที่จะลงจากเรือ เรายังได้เห็นคุณอาท่านหนึ่งนำขนมหวานของไทยที่ได้รับอิทธิพลมาจากโปรตุเกสมามอบให้กับต้นหนเรือ เพราะตัวคุณอาท่านนี้เป็นลูกหลานที่มีเชื้อสายของชาวโปรตุเกสที่มาตั้งรกรากในประเทศไทยมาหลายชั่วอายุคนแล้ว ยิ่งทำให้ลูกเรือซากรีสมีความประทับในการมาเยือนครั้งนี้เป็นอย่างมาก

ต้นเรือกับขนมของฝากจากชาวไทย หนึ่งในนั้นคือทองหยิบและฝอยทอง

เมื่อลงจากเรือ เราได้เห็นป้ายติดที่ทางออกว่า ทางผู้บังคับการเรือมีความประทับใจในการต้อนรับอย่างอบอุ่นของชาวไทย จึงขยายเวลาในการเยี่ยมชมเรืออีกหนึ่งวัน จนถึงเวลาที่เรือจะออกจากท่าในเวลา 15.00 น. และขอเชิญชาวไทยมาร่วมทำการส่งเรือ ในฐานะที่ประเทศไทยได้กลายเป็นจุดที่มีจำนวนผู้ขึ้นเยี่ยมชมเรือมากที่สุดในทวีปเอเซีย นั้นจึงเป็นเหตุผลให้เราต้องวางแผนกลับมาทำงานที่นี้อีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าเราจะได้รับข้อมูลว่าในวันพรุ่งนี้การนำเรือออกจากอ่าวไทยจะไม่มีการใช้ใบเรือ เนื่องจากการเดินเรือในร่องน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยใบเรือขนาดใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาจะใช้เครื่องยนต์ดีเซลเป็นหลัก ทำให้เราผิดหวังเล็กน้อยด้วยความคาดหวังที่จะเห็นและบันทึกภาพของเรือใบสามเสาลำนี้จะได้กางใบรับลมเพื่อแล่นออกไปยังอ่าวไทยอย่างสง่างาม

วันรุ่งขึ้น เราได้พบกับบรรยากาศอันคึกคักของจำนวนประชาชนที่เดินทางมาร่วมส่งเรือท่ามกลางพิธีการเล็ก ๆ โดยมีท่านเอกอัครราชฑูตโปรตุเกสประจำประเทศไทย เดินทางมาส่งเรือด้วยตัวเองพร้อมตัวแทนจากกองทัพเรือไทย และวงดุริยางค์กองทัพเรือที่มาร่วมบรรเลงเพลงที่ผู้บังคับการและลูกเรือซากรีส ดูจะชื่นชอบเป็นพิเศษ ในช่วงท้ายก่อนที่เรือจะถูกลากจูงออกจากท่า สิ่งที่เราไม่คาดคิดได้เกิดขึ้นเมื่อมีเสียงสั่งการลูกเรือส่วนหนึ่งได้ทำการปีนขึ้นบนเสาหลักของเรือเพื่อเริ่มกระบวนการเปิดใบเรือ นั้นหมายความว่าซากรีสจะทำการเปิดใบเรือหลักเป็นกรณีพิเศษแล้ว

ใบเรือค่อย ๆ คลี่ออกระหว่างที่เรืออยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา

 

สำหรับเราแล้วนี้เป็นโอกาสอันดีที่ได้เก็บบรรยากาศและขั้นตอนการกางใบเรือ ที่จะมีลูกเรือชุดหนึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่ปีนเสากระโดงเรือโดยเฉพาะเมื่อเรือถูกลากไปในจุดกลับลำกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ซากรีสได้เริ่มขั้นตอนการกางใบเรือ เมื่อใบเรือทุกใบถูกกางออกตราสัญลักษณ์กางเขนแห่งโปรตุเกสได้ปรากฏต่อสายตาผู้ที่มารอชม เสียงความชื่นชมได้ดังไปทั่วพื้นที่ท่าจอดเรือ พร้อมกับเสียงตะโกนอวยพรให้กับลูกเรือเดินทางโดยปลอดภัยในขณะที่ซากรีส ค่อย ๆ แล่นเรือผ่านด้วยกำลังจากใบเรือและเครื่องยนต์ ภาพที่สวยงามนี้คงแทนคำขอบคุณและแสดงออกถึงความซาบซึ้งในน้ำใจการต้อนรับของคนไทยได้ที่สุด เช่นเดียวกับคำพูดที่ผมได้รับจากลูกเรือท่านหนึ่งบนเรือที่กล่าวว่า "ผมไม่เคยรู้จักกับประเทศไทยมาก่อน แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าผมจะต้องกลับมาอีก เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ"

คณะทำงาน ThaiArmedForce.com ขอขอบคุณ

- กำลังพลของเรือ NPR Sagres ทุกคน

 

2017  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates