JAS-39C ของกองทัพอากาศสวีเดน หลังจากร่อนลงที่สถานีการบินทหารเรือ Sigonella ของ ทร.สหรัฐฯ บนเกาะ Sicily ทางตอนใต้ของอิตาลี เพื่อปฏิบัติการในลิเบีย
ปฏิบัติการแทรกแซงทางทหารต่อลิเบียเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2554 เป็นปฏิบัติการของกองกำลังนานาชาติตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ 1973 ที่ประกาศเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2554 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการจัดตั้งเขตห้ามบิน (No-Fly Zone) การใช้ทุกมาตรการที่จำเป็นในการปกป้องชีวิตของพลเรือนและพื้นที่อยู่อาศัยของพลเรือน รวมทั้งการเพิ่มความเข้มงวดของการคว่ำบาตรการขนส่งอาวุธรวมทั้งทหารรับจ้างให้แก่ลิเบีย
ปฏิบัติการนี้ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2554 เป็นต้นไป อยู่ภายใต้การควบคุมและสั่งการขององค์กรสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือหรือ NATO ภายใต้ชื่อ Operation UNIFIED PROTECTOR โดยกำลังรบที่เข้าร่วมประกอบด้วยกำลังทางอากาศ ทางเรือ และทางบกจากประเทศต่างๆ กว่า 17 ชาติ ทั้งชาติสมาชิก NATO คือ เบลเยี่ยม บัลแกเรีย แคนาดา เดนมาร์ค ฝรั่งเศส กรีซ อิตาลี เนเธอแลนด์ นอร์เวย์ โรมาเนีย สเปน ตุรกี อังกฤษ และสหรัฐฯ ชาติสมาชิกสันนิบาตอาหรับ คือ กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรต และชาติอื่นๆ คือ สวีเดน มีจำนวนอากาศยานประเภทต่างๆ รวมกันมากกว่า 220 เครื่อง และเรือรบมากกว่า 30 ลำ
สำหรับรายละเอียด ภาพ และ VDO จากของกำลังนานาชาติที่เข้าร่วมในปฏิบัติการนั้นมีดังนี้
ปฏิบัติการแทรกแซงทางทหาร (military intervention) ของกองกำลังนานาชาติต่อลิเบีย เป็นปฏิบัติการที่เป็นไปตามมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ 1973 (United Nation Security Council หรือ UNSC Resolution 1973) ที่บังคับใช้เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2554 โดยมีใจความสำคัญ 8 ข้อ ซึ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการแทรกแซงทางทหาร คือ 1. "demands the immediate establishment of a ceasefire and a complete end to violence and all attacks against, and abuses of, civilians" หรือ เรียกร้องให้มีการหยุดยิงในทันทีและยุติการกระทำรุนแรงการโจมตีหรือการละเมิดต่อพลเรือน 2. "imposes a no-fly zone over Libya" หรือ จัดตั้งเขตห้ามบินเหนือน่านฟ้าลิเบีย 3. "authorises all necessary means to protect civilians and civilian-populated areas, except for a "foreign occupation force"" หรือ อนุญาตให้ใช้ทุกมาตรการที่จำเป็นในการปกป้องชีวิตของพลเรือนและพื้นที่อยู่อาศัยของพลเรือน ยกเว้นการใช้กำลังทหารจากต่างชาิติเข้ายึดครองพื้นที่ 4. "strengthens the arms embargo and particularly action against mercenaries, by allowing for forcible inspections of ships and planes" หรือเพิ่มความเข้มงวดของการคว่ำบาตรการขนส่งอาวุธรวมทั้งทหารรับจ้างให้แก่ลิเบีย โดยอนุญาตให้ใช้กำลังเข้าตรวจค้นเรือหรืออากาศยานต้องสงสัยได้ 5. "imposes a ban on all Libyan-designated flights" หรือห้ามอากาศยานทุกชนิดบินเข้าน่านฟ้าของลิเบีย
ปฏิบัติการเริ่มตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2554 โดยเบื้องต้นในระยะที่ 1 ของปฏิบัติการจะมุ่งเป้าไปที่การกดดันหรือทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศ (suppression or destruction of enemy air defense หรือ SEAD/DEAD) เพื่อให้อากาศยานสามารถปฏิบัติการบินได้อย่างปลอดภัย เริ่มจากการโจมตีด้วยอาวุธปล่อยนำิวิุถี Tomahawk จากเรือรบผิวน้ำและเรือดำน้ำ ตามด้วยการโจมตีทางอากาศจากเครื่องบินทิ้งระเบิด เครื่องบินขับไล่/โจมตี เครื่องบินโจมตี ด้วยอาวุธประเภทต่างๆ สนับสนุนการปฏิบัติการโดยอากาศยานหลายประเภท สามารถทำลายฐานยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้น-สู่-อากาศแบบ SA-2, SA-3 และ SA-5 ได้ 20 แห่ง รวมทั้งยานยนต์ 70 คัน ซึ่งคาดว่าจะรวมถึงยานยนต์ติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีพื้น-สู่-อากาศแบบ SA-6 และ SA-8 ด้วย ปฏิบัติการในระยะที่ 1 ใช้กองกำลังจากเบลเยี่ยม แคนาดา เดนมาร์ค ฝรั่งเศส อิตาลี นอร์เวย์ สเปน อังกฤษ และสหรัฐฯ ส่วนการปฏิบัติการในระยะที่ 2 จะเป็นการบินลาดตระเวนรบรักษาเขต (combat air patrol หรือ CAP) โดยปฏิบัติการส่วนนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของ NATO ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2554 ที่ผ่านมา โดยจะมีกองกำลังจากกรีซ เนเธอแลนด์ สวีเดน ตุรกี กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตเข้ามาสมทบด้วย ทั้งหมดนี้เพื่อให้การจัดตั้งเขตห้ามบินตามมติข้อที่ 2 ประสบผลสำเร็จ
การปฏิบัติการระยะที่ 2 ยังมีการปิดล้อมทางทะเล (naval blockade) โดยใช้กำลังทางเรือ อากาศยานประจำเรือ ร่วมกับอากาศยานตรวจการณ์ทางทะเลจากฐานบินบนฝั่ง เพื่อบังคับใช้มติข้อที่ 4 โดยการปฏิบัติการส่วนนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของ NATO เช่นกัน
นอกจากนี้ตั้งแต่วันแรกของปฏิบัติการยังมีการโจมตีต่อเป้าหมายภาคพื้นดินต่างๆ เช่น รถถัง รถสายพานลำเลียงพล รถหุ้มเกราะ รถยนต์บรรทุกติดอาวุธ ปืนใหญ่อัตราจร จรวดหลายลำกล้องอัตราจร ที่กองกำลังลิเบียใช้เพื่อปราบปรามกลุ่มกบฎ ทั้งนี้อาจจะถือว่าเป็นมาตรการทางทหารเพื่อปกป้องพลเรือนตามมติข้อที่ 2 ได้้เช่นกัน โดยในส่วนนี้จะมีเฉพาะกำลังทางอากาศจากเบลเยี่ยม แคนาดา เดนมาร์ค ฝรั่งเศส อิตาลี นอร์เวย์ สเปน อังกฤษ และสหรัฐฯ ที่เข้าร่วมปฏิบัติการ และไม่ขึ้นอยู่ในการควบคุมของ NATO แต่นับตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2554 ที่ผ่านมา ปฏิบัติการส่วนนี้ได้เข้าไปอยู่ในการควบคุมของ NATO เช่นกัน หลังจากสหรัฐฯ ประกาศจะลดบทบาทของตัวเองลงไปสู่ภารกิจสนุบสนุนให้มากขึ้น โดยเฉพาะภารกิจปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ การเติมเชื้อเพลิงในอากาศ การหาข่าวกรอง/เฝ้าตรวจ/ค้นหาเป้าหมาย/ลาดตระเวน การค้นหากู้ภัย เป็นต้น
ปฏิบัติการครั้งนี้มีชื่อเรียกโดย NATO ว่า Operation Unified Protector (ส่วนกองทัพอื่นๆ ก่อนหน้าที่จะย้ายการปฏิบัติการมาอยู่ภายใต้ NATO จะมีชื่อต่างออกไป เช่น กองทัพสหรัฐฯ เรียกว่า Operation Odyssey Dawn ซึ่งมีกองกำลังจากอีกหลายประเทศเข้าร่วมด้วย เช่น เดนมา็ร์ค อิตาลี เนเธอแลนด์ นอร์เวย์ สเปน และกาตาร์ กองทัพอังกฤษ เรียกว่า Operation Ellamy กองทัพฝรั่งเศส เรียกว่า Operation Harmattan กองทัพแคนาดา เรียกว่า Operation Mobile หรือกองทัพเบลเยี่ยม เรียกว่า Operation Freedom Falcon เป็นต้น) โดยมีกำลังรบในสังกัดกองบัญชาการ Allied Command Operations (ACO) ของ NATO เข้าร่วม รวมกับกำลังจากประเทศนอก NATO
ACO มีที่ตั้งหลักอยู่ที่กองบัญชาการกองกำลังผสมยุโรป (Supreme Headquaters Allied Powers Europe; SHAPE) ในเมือง Mons ประเทศเบลเยี่ยม โดยมี พล.ร.อ.James G. Stavridis (ทร.สหรัฐฯ) ผู้บัญชาการกองกำลังผสมยุโรป (Supreme Allied Commander Europe; SACEUR) เป็นผู้บัญชาการ กองบัญชาการย่อยของ ACO ที่มีหน้าควบคุมการปฏิบัติการในพื้นที่ยุโรปตอนใต้ คือ กองบัญชาการ Allied Joint Force Command (JFC Naples) ในเมือง Naples ประเทศอิตาลี ที่มี พล.ร.อ.Samuel J. Locklear (ทร.สหรัฐฯ) เป็นผู้บัญชาการ จะเป็นผู้ดูแลการปฏิบัติการครั้งนี้ ซึ่งทาง JFC Naples ได้แต่งตั้งให้ พล.อ.ท.Charles Bouchard (ทอ.แคนาดา) ผู้ช่วยผู้บัญชาการ JFC Naples เป็นผู้บัญชาการปฏิบัติการทั้งหมด โดยจะแบ่งความรับผิดชอบเป็น 2 ส่วน คือ ปฏิบัติการทางอากาศควบคุมโดยกองบัญชาการ Allied Air Component Command Izmir (CC-Air Izmir) ประเทศตุรกี ที่มี พล.อ.ท.Ralph J. Jodice II (ทอ.สหรัฐฯ) เป็นผู้บัญชาการ และปฏิบัติการทางเรือควบคุมโดยกองบัญชาการ Allied Maritime Component Command Naples (CC-Mar Naples) ประเทศอิตาลี ที่มี พล.ร.ท.Rinaldo Veri (ทร.อิตาลี) เป็นผู้บัญชาการ
กองกำลังนานาชาติประกอบด้วยอากาศยานประเภทต่างๆ วางกำลังที่ฐานบินในประเทศบริเวณรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน คือ สเปน ฝรั่งเศส อิตาลี กรีซ ตุรกี และไซปรัส รวมทั้งบนเกาะอังกฤษ และเรือรบประเภทต่างๆ ที่ลอยลำอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ปัจจุบันอากาศยานของกองกำลังนานาชาติปฏิบัติการไปแล้วกว่า 1,600 เที่ยวบิน โดยเป็นภารกิจที่ใช้อากาศยานจากกองทัพสหรัฐฯ ถึง 60%
กำลังทางอากาศ 1. องค์กรสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติคเหนือ (NATO) - กองกำลังนาโต้ : 3 x เครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ E-3A - ทอ.เบลเยี่ยม : 6 x เครื่องบินขับไล่ F-16AM - ทอ.แคนาดา : 6 x เครื่องบินขับไล่/โจมตี CF-188A (สำรอง 1), 2 x เครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล CP-140 Aurora, 2 x เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงในอากาศ CC-150 Polaris, 2 x เครื่องบินลำเลียง CC-177 Globemaster III, 2 x เครื่องบินลำเลียง CC-130J Hercules, 1 x เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล CH-124 Sea King - ทอ.เดนมาร์ค : 6 x เครื่องบินขับไล่ F-16AM, 1 x เครื่องบินลำเลียง C-130J-30 - ทอ.ฝรั่งเศส : 8 x เครื่องบินขับไล่/โจมตี Rafale B/C, 6 x เครื่องบินขับไล่ Mirage 2000-5, 6 x เครื่องบินขับไล่/โจมตี Mirage 2000D, 2 x เครื่องบินลาดตระเวนถ่ายภาพทางยุทธวิธี Mirage F1CR, 1 x เครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ E-3F, 1 x เครื่องบินลาดตระเวนทางอิเล็กทรอนิกส์ C-160G Gabriel, 6 x เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงในอากาศ C-135FR, 2 x เฮลิคอปเตอร์ค้นหาและกู้ภัย EC725 Caracal, 1 x เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง SA330 Puma - ทร.ฝรั่งเศส : 10 x เครื่องบินขับไล่/โจมตี Rafale M, 6 x เครื่องบินโจมตี Super Etendard, 2 x เครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ E-2C, 2 x เฮลิคอปเตอร์อเนกประสงค์ AS365 Dauphin, 2 x เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป Alouette III - ทอ.กรีซ : 4 x เครื่องบินขับไล่ F-16C blk.52, 1 x เครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ ERJ-145 AEW&C, 2 x เฮลิคอปเตอร์ค้นและกู้ภัย AS332C1 Super Puma - ทอ.อิตาลี : 4 x เครื่องบินขับไล่ Typhoon, 4 x เครื่องบินขับไล่ F-16A ADF, 2 x เครื่องบินขับไล่/โจมตี Tornado IDS, 4 x เครื่องบินปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ Tornado ECR, 1 x เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงในอากาศ KC-130J - ทร.อิตาลี : 8 x เครื่องบินโจมตี AV-8B+, 3 x เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล AW101, 2 x เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล AB212 - ทอ.เนเธอแลนด์ : 6 x เครื่องบินขับไล่ F-16AM, 1 x เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงในอากาศ KDC-10 - ทอ.นอร์เวย์ : 6 x เครื่องบินขับไล่ F-16AM, 1 x เครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล P-3C/N, 2 x เครื่องบินลำเลียง C-130J-30 - ทอ.สเปน : 4 x เครื่องบินขับไล่/โจมตี EF-18M, 1 x เครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล CN-235 MPA, 1 x เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงในอากาศ B707-331B - ทอ.ตุรกี : 6 x เครื่องบินขับไล่ F-16C - ทอ.อังกฤษ : 10 x เครื่องบินขับไล่/โจมตี Typhoon FGR.4, 8 x เครื่องบินขับไล่/โจมตี Tornado GR.4, 3 x เครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ Sentry AEW.1, 1 x เครื่องบินเฝ้าตรวจและลาดตระเวนภาคพื้นดิน Sentinel R.1, 1 x เครื่องบินลาดตระเวนทางอิเล็กทรอนิกส์ Nimrod R.1, 2 x เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงในอากาศ VC10 K.4, เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงในอากาศ TriStar K.1, เครื่องบินลำเลียง C-17A, เครื่องบินลำเลียง Hercules C4/C5 - ทร.อังกฤษ : 1 x เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล Merlin HM.1, 2 x เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล Lynx HMA.8 - ทอ.สหรัฐฯ : 3 x เครื่องบินทิ้งระเบิด B-2A, 2 x เครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B, 10 x เครื่องบินขับไล่/โจมตี F-15E, 8 x เครื่องบินขับไล่ F-16CJ, เครื่องบินขับไล่ F-16CG, 6 x เครื่องบินโจมตี A-10C, 2 x เครื่องบินโจมตี AC-130U, 3 x เครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ E-3C, 3 x เครื่องบินเฝ้าตรวจและลาดตระเวนภาคพื้นดิน E-8C, 1 x เครื่องบินปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ EC-130H, 1 x เครื่องบินลาดตระเวนถ่ายภาพ U-2S, อากาศยานไร้คนขับลาดตระเวนถ่ายภาพ RQ-4, 1 x เครื่องบินลาดตระเวนทางอิเล็กทรอนิกส์ RC-135V/W, 1 x เครื่องบินปฏิบัติการจิตวิทยา EC-130J, เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงในอากาศ KC-135R, 2 x เฮลิคอปเตอร์ค้นหาและกู้ภัย HH-60G - ทร.สหรัฐฯ : 5 x เครื่องบินปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ EA-18G, 1 x เครื่องบินลาดตระเวนทางอิเล็กทรอนิกส์ EP-3E, 4 x เครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล P-3C UII/AIP, 4 x เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทะเล MH-60S - นย.สหรัฐฯ : 6 x เครื่องบินโจมตี AV-8B+, 2 x เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงในอากาศ KC-130J, 12 x อากาศยานใบพัดกระดกจู่โจม MV-22B, 4 x เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง MH-53E, 4 x เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1W, 4 x เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป UH-1N 2. สันนิบาตอาหรับ (Arab League) - ทอ.กาตาร์ : 6 x เครื่องบินขับไล่ Mirage 2000-5EDA, 1 x เครื่องบินลำเลียง C-17A - ทอ.สหรัฐอาหรับเอมิเรต : 6 x เครื่องบินขับไล่ F-16C/D blk.60, 6 x เครื่องบินขับไล่ Mirage 2000-9/2000-9D 3. ประเทศอื่นๆ - ทอ.สวีเดน : 8 x เครื่องบินขับไล่ JAS-39C (สำรอง 2), 1 x เครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนทางอากาศ S-100D AEW-300, 4 x เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงในอากาศ Tp-84
กำลังทางเรือ - ทร.เบลเยี่ยม : เรือล่าทำลายทุ่นระเบิด BNS Narcis (M-923, Tripartite class) - ทร.บัลแกเรีย : เรือฟริเกต BGS Drazki (F-41, Drazki class) - ทร.แคนาดา : เรือฟริเกต HMCS Charlottetown (FFH-339, Halifax class) - ทร.ฝรั่งเศส : เรือฟริเกต Forbin (D-620, or Horizon frigate ) เรือฟริเกต Jean Bart (D-615, Cassard class) เรือบรรทุกเครื่องบิน Charles de Goulle (R-91) เรือฟริเกต Dupleix (D-641, Georges Leygues class) เรือฟริเกต Aconit (F-713, La Fayette class) เรือดำน้ำนิวเคลียร์โจมตี Améthyste (S-605, Rubis class) เรือส่งกำลังบำรุง Meuse (A-607, Durance class) - ทร.กรีซ : เรือฟริเกต HS Limnos (F-451, Elli class) - ทร.อิตาลี : เรือบรรทุกเครื่องบิน NMM Giuseppe Garibaldi (CVS-551) เรือฟริเกต NMM Andrea Doria (D-553, or Horizon frigate ) เรือฟริเกต NMM Libeccio และ NMM Euro (F-572 และ -575, Maestrale class) เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง NMM Libra (P-402, Cassiopea class) เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง NMM Comandante Bettica (P-492, Comandanti class) เรือส่งกำลังบำรุง NMM Etna (A-5326, Etna class) - ทร.เนเธอแลนด์ : เรือล่าทำลายทุ่นระเบิด HNLMS Haarlem (M-853, Tripartite class) - ทร.โรมาเนีย : เรือฟริเกต Regele Ferdinand (F-221, or Type 22 frigate ) - ทร.สเปน : เรือฟริเกต SPS Mendez Nunez (F-104, Álvaro de Bazán class or F-100 frigate ) เรือดำน้ำโจมตี SPS Tramontana (S-74, Galerna class or Agosta submarine ) - ทร.ตุรกี : เรือฟริเกต TCG Gireson และ TCG Gemlik (F-491 และ -492, Gaziantep class) เรือฟริเกต TCG Yildirim (F-243, Yavuz class) เรือดำน้ำโจมตี TCG Yildiray (S-350, Atilay class) เรือส่งกำลังบำรุง TCG Akar (A-580, Akar class) - ทร.อังกฤษ : เรือฟริเกต HMS Westminster (F-237, Norfolk class or Type 23 frigate ) เรือฟริเกต HMS Cumberland (F-85, Broadsword class or Type 22 frigate ) เรือดำน้ำนิวเคลียร์โจมตี HMS Triumph (S-93, Trafalgar class) - ทร.สหรัฐฯ : เรือพิฆาตอาวุธนำวิถี USS Barry และ USS Stout (DDG-52 และ -55, Arleigh Burke class flight.I) เรือดำน้ำนิวเคลียร์โจมตี USS Providence และ USS Scranton (SSN-719 และ -756, Los Angeles class) เรือดำน้ำนิวเคลียร์อาวุธนำวิถี USS Florida (SSGN-728, Ohio class) เรือจู่โจมสะเทินน้ำสะเทินบก USS Kearsarge (LHD-8, Wasp class) เรือลำเลียงสะเทินน้ำสะเทินบก USS Ponce (LPD-15, Austin class) เรือบัญชาการยกพลขึ้นบก USS Mount Whitney (LCC-20, Blueridge class) เรือน้ำมัน USNS Kanawha (T-AO-196, Henry J. Kaiser class) เรือเสบียง USNS Lewis and Clark (T-AKE-1, Lewis and Clark class) เรือเสบียง USNS Robert E. Peary (T-AKE-5, Lewis and Clark class)
กำลังทางบก - แคนาดา : หน่วยรบพิเศษ JTF-2 (Joint Task Force 2) - ทอ.ฝรั่งเศส : หน่วยพลร่มจู่โจม 2 กองร้อย (Commando Parachutiste de l'Air) - ทร.อิตาลี : หน่วยนาวิกโยธินส่วนแยก กรมนาวิกโยธิน San Marco - ทบ./ทร.อังกฤษ : หน่วยรบพิเศษ SAS (Special Air Service), หน่วยลาดตระเวนพิเศษ SRR (Special Reconnaissance Regiment) หน่วยรบพิเศษ SBS (Special Boat Service), หน่วยนาวิกโยธินจู่โจมส่วนแยก - นย.สหรัฐฯ : หน่วยนาวิกโยธินปฏิบัติการนอกประเทศที่ 26 (26th MEU) - สำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ : เจ้าหน้าที่ปฏิบัิติการภาคสนาม สำนักงานข่าวกรองกลาง (CIA)อาวุธที่ใช้โจมตีเป้าหมาย - อาวุธอากาศ-สู่-อากาศ : AIM-120B/C AMRAAM, MICA-EM/IR, AIM-9M/X Sidewinder, ASRAAM, IRIS-T, Magic-2, 30 mm GIAT-30/719B, 30 mm DEFA 554, 27 mm Mauser BK-27, 20 mm M61A1 Vulcan - อาวุธอากาศ-สู่-พื้น : AGM-88C HARM, Storm Shadow, SCALP EG, GBU-38/31 JDAM, GBU-12 PAVEWAY II, GBU-49 Enhanced PAVEWAY II, PAVEWAY IV, AASM, AGM-65F Maverick, Brimstone, 105 mm M102, 40 mm Bofors L/60, 30 mm GAU-8 Avenger, 30 mm GIAT-30/719B, 30 mm DEFA 554, 27 mm Mauser BK-27, 25 mm GAU-12/U, 20 mm M61A1 Vulcan - อาวุธพื้น-สู่-พื้น : RGM/UGM-109 Tomahawk (199 ลูก) - อุปกรณ์ติดตั้งกับอากาศยานที่สำคัญ : AN/ASQ-213 HTS, AN/ALQ-99 ECM, AN/ALQ-131 ECM, Sky Shadow ECM, Cerberus ECM, BOZ-107 chaff/flare dispenser, AN/AAQ-14 LANTIRN, AN/AAQ-28(V) Litening, AN/AAQ-33 Sniper ATP, AN/AAS-38 Nighthawk, Damocles, DB-110 RAPTOR, Reco NG, RecceLite
นอกจากนี้ สมาชิก TAF สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในลิเบียได้ที่กระทู้ในเว็บบอร์ด http://www.thaiarmedforce.com/distribution/viewtopic.php?f=11&t=2294
ปฏิบัติการบินของ E-3A ของ NATO จากฐานทัพอากาศ Birgi ในเมือง Tripani บนเกาะ Sicily ทางตอนใต้ของอิตาลี
ปฏิบัติการบินของ F-16A MLU ทอ.เบลเียี่ยม จากฐานทัพอากาศ Araxos ทางตะวันตกของกรีซ
ปฏิบัติการบินของ CF-18A ทอ.แคนาดา จากฐานทัพอากาศ Birgi ในเมือง Tripani บนเกาะ Sicily ทางตอนใต้ของอิตาลี
ปฏิบัติการบินของ F-16A MLU ทอ.เดนมาร์ค จากสถานีการบินทหารเรือ Sigonella ของ ทร.สหรัฐฯ บนเกาะ Sicily ทางตอนใต้ของอิตาลี
ปฏิบัติการบินของ Rafale B/C ทอ.ฝรั่งเศส จากฐานทัพอากาศ Saint Dizier ทางตะวันออกของฝรั่งเศส
ปฏิบัติการบินของ Mirage 2000-5 และ Mirage 2000D ทอ.ฝรั่งเศส จากฐานทัพอากาศ Souda บนเกาะ Crete ทางตอนใต้ของกรีซ และ ฐานทัพอากาศ Solenzara บนเกาะ Corsica ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส
ปฏิบัติการบินของ E-3F ทอ.ฝรั่งเศส จากฐานทัพอากาศ Avord ทางตอนกลางของฝรั่งเศส
ปฏิบัติการบินของ Rafale M, Super Etendard และ E-2C ทร.ฝรั่งเศส จากเรือบรรทุกเครื่องบิน Charles de Gaulle ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ปฏิบัติการบินของ Typhoon ทอ.อิตาลี จากฐานทัพอากาศ Gioia del Colle ทางตอนใต้ของอิตาลี
ปฏิบัติการบินของ F-16A ADF ทอ.อิตาลี จากฐานทัพอากาศ Birgi ในเมือง Tripani บนเกาะ Sicily ทางตอนใต้ของอิตาลี
ปฏิบัติการบินของ Tornado ECR ทอ.อิตาลี จากฐานทัพอากาศ Birgi ในเมือง Tripani บนเกาะ Sicily ทางตอนใต้ของอิตาลี
ปฏิบัติการบินของ AV-8B+ ทร.อิตาลี จากเรือบรรทุกเครื่องบิน NMM Giuseppe Garibaldi ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ปฏิบัติการบินของ F-16A MLU ทอ.เนเธอแลนด์ จากฐานทัพอากาศ Decimomannu บนเกาะ Sardinia ทางตะวันตกของอิตาลี
ปฏิบัติการบินของ F-16A MLU ทอ.นอร์เวย์ จากฐานทัพอากาศ Souda บนเกาะ Crete ทางตอนใต้ของกรีซ
ปฏิบัติการบินของ EF-18M ทอ.สเปน จากฐานทัพอากาศ Decimomannu บนเกาะ Sardinia ทางตะวันตกของอิตาลี
ปฏิบัติการบินของ Typhoon FGR.4 ทอ.อังกฤษ จากฐานทัพอากาศ Gioia del Colle ทางตอนใต้ของอิตาลี
ปฏิบัติการบินของ Tornado GR.4 ทอ.อังกฤษ จากฐานทัพอากาศ RAF Marham ทางตะวันออกของอังกฤษ
ปฏิบัติการบินของ Sentry AEW.1 ทอ.อังกฤษ จากฐานทัพอากาศ RAF Akrotiri บนเกาะไซปรัส
B-2A เครื่องหนึ่งจาก 3 เครื่อง ของ Air Force Global Strike Command ขณะร่อนลงที่ฐานทัพอากาศ Whiteman หลังภารกิจ 25 ชั่วโมง เพื่อโจมตีเป้าหมายโรงเก็บอากาศยานเสริมความแข็งแรงในลิเบีย โดยใช้ระเบิดนำวิถี JDAM ขนาด 2000 ปอนด์ ไปทั้งหมด 45 ลูก
ปฏิบัติการบินของ B-1B ทอ.สหรัฐฯ จากฐานทัพอากาศ Ellsworth รัฐเซาท์ ดาโกต้า
ปฏิบัติการบินของ F-15E ทอ.สหรัฐฯ จากฐานทัพอากาศ RAF Lakenheath ทางตะวันออกของอังกฤษ และ Aviano ทางตอนเหนือของอิตาลี
ปฏิบัติการบินของ F-16C ทอ.สหรัฐฯ จากฐานทัพอากาศ Spangdahlem ในเยอรมันนี และจากฐานทัพอากาศ Aviano ทางตอนเหนือของอิตาลี
ปฏิบัติการบินของ U-2S ทอ.สหรัฐฯ จากฐานทัพอากาศ RAF Akrotiri บนเกาะไซปรัส
ปฏิบัติการบินของ EA-18G ทร.สหรัฐฯ จากสถานีการบินทหารเรือ Sigonella ของ ทร.สหรัฐฯ บนเกาะ Sicily ทางตอนใต้ของอิตาลี และฐานทัพอากาศ Aviano ทางตอนเหนือของอิตาลี
ปฏิบัติการบินของ AV-8B+ นย.สหรัฐฯ จากเรือจู่โจมสะเทินน้ำสะเทินบก USS Kearsarge ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ปฏิบัติการบินของ Mirage 2000-9 ทอ.กาตาร์ จากฐานทัพอากาศ Souda บนเกาะ Crete ทางตอนใต้ของกรีซ
ปฏิบัติการบินของ F-16C/D blk.60 และ Mirage 2000-9/2000-9D ทอ.สหรัฐอาหรับเอมิเรต จากฐานทัพอากาศ Decimomannu บนเกาะ Sardinia ทางตะวันตกของอิตาลี
ปฏิบัติการบินของ JAS-39C ทอ.สวีเดน จาก สถานีการบินทหารเรือ Sigonella ของ ทร.สหรัฐฯ บนเกาะ Sicily ทางตอนใต้ของอิตาลี
เรือพิฆาตอาวุธนำวิถี USS Barry ขณะลอยลำในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทำการยิงอาวุธปล่อยนำวิถี Tomahawk จำนวนหนึ่งจากทั้งหมดมากกว่า 110 ลูก ที่ยิงจากเรือผิวน้ำและเรือดำน้ำ เพื่อโจมตีสถานีเรดาร์และฐานยิงอาวุธต่อสู้อากาศยาน 20 แห่ง ตามแนวชายฝั่งลิเบีย
ปฏิบัติการของเรือบรรทุกเครื่องบิน Charles de Gaulle ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานยิงขึ้นเหนือเมือง Banghazi
ภาพความเสียหายของยุทธยานยนต์ของรัฐบาลลิเบียรอบเมือง Banghazi
ชิ้นส่วนของจรวดที่โจมตีอาคารของประธานาธิปดีลิเบีย
Comments
เพื่อล่าอาณานิค มอีกรอบ
พวกนักล่าอาณานิ คมทั้งหลายคงจะไ ด้ใช้เป็นสนามทด ลองอาวุธเพื่อกา รค้าของตนเองและ ผลประโยชน์อื่นๆ แอบแฝง
ศตวรรษนี้ ล่า น้ำมัน
เอ้าช่วยกันคิดห น่อย
ครับ
ส่งมากันไม่เต็ม ฝูงดี มีท่านใดพอทราบม ั้ยคร้าบบ
F-16A/B block15 ADF เหมือนของ ทอ.เราครับ
Quoting end:
เจอพวกนี้เข้าไป ไงครับทั้ง EA-18G, Tornado ECR, F-16CJ, EC-130H ไม่รวม Tomahawk อีกเป็นหลายโหล
เป็นข้อพิสูจน์อ ย่างหนึ่งว่า อะไรไม่อัตราจร หรือไม่อ่อนตัว ถือว่าล้าสมัยไป แล้ว โดยเฉพาะภูมิประ เทศที่เป็นทะเลท ราย ซึ่งซ้อนกำบังกา รตรวจการณ์ได้ไม ่ดีนักครับ
เพราะขนาด Tomahawk ยิงเข้าทำลายเป้ าหมายได้่ แสดงว่า เค้าไม่ได้มีการ เคลื่อนย้ายกำลั ง เพื่อหลบหลีกเลย
ถ้าไทยโดนรุมแบบ นี้ ด้วยกำลังรบเท่า นี้
จะเป็นอย่างไรคร ับ
ผมว่าเราก็คงไม่ รอดหรอกครับ
RSS feed for comments to this post.