|
ข่าวสารทางทหารของประเทศไทยและทั่วโลกโดยทีมงาน TAF สมาชิก TAF ในเว็บบอร์ด รวมถึงรวบรวมจากสื่อต่าง ๆ
|
|
|
|
Gripen ของทอ.ไทย ในงาน LIMA 2011 ที่ลังกาวี ประเทศมาเลเซีย |
|
|
|
|
Written by Administrator
|
|
Wednesday, 07 December 2011 23:14 |
|

07/12/2554 22.00 น. ThaiArmedForce.com - Gripen C/D ของกองทัพอากาศไทยสองลำเข้าร่วมจอดตั้งแสดงในงานแสดงการบิน Langkawi International Maritime and Aerospace หรือ LIMA ที่เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 6 - 10 ธันวาคม 2554
|
|
Last Updated on Wednesday, 14 December 2011 18:46 |
|
ต้นแบบ UAV ขึ้นลงทางดิ่งของกองทัพเรือ DNK-150 ขึ้นบินครั้งแรก |
|
|
|
|
Written by Administrator
|
|
Monday, 21 November 2011 20:58 |
|
21/11/2554 21.00 น. ThaiArmedForce.com - ต้นแบบอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ขึ้นลงทางดิ่งซึ่งกองทัพเรือร่วมกับ DTI และบริษัทเอกชนสองบริษัทคือ กษมา เฮลิคอปเตอร์ และเสรีสรรพกิจทำการวิจัยขึ้นบินเป็นครั้งแรกแล้ว หลังจากต้นแบบขนาดเล็กเพื่อทดสอบความเป็นไปได้ของการบิน (Technology Demonstrator) ได้ขึ้นบินไปแล้ว โดย UAV ระบบนี้จะได้รับรหัสในการพัฒนาว่า DNK-150
โดยต้นแบบที่ขึ้นบินในครั้งนี้เป็นต้นแบบที่มีขนาดเท่ากับขนาดจริง และติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินขนาด 150 ซีซีซึ่งจะเป็นเครื่องยนต์ที่ใช้จริงเมื่อทำการผลิต โดยลำตัวจะถูกขึ้นรูปด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ โดยในช่วงแรกจะใช้เครื่องยนต์เจ็ตในการขับเคลื่อน
|
|
Last Updated on Tuesday, 22 November 2011 10:48 |
|
ความช่วยเหลือจากต่างประเทศต่อประเทศไทยในเหตุการณ์น้ำท่วม (UPDATE VI) |
|
|
|
|
Written by Administrator
|
|
Wednesday, 19 October 2011 12:13 |
|
สรุปความช่วยเหลือจากต่างประเทศต่อไทยตอนนี้ (21/11/54)
1) จีนบริจาคเงิน 50 ล้านบาท เรือ 128 ลำ เครื่องกรองน้ำและถังบรรจุน้ำ ส่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงชลประทานนาย Liu Ning พร้อมเจ้าหน้าที่เทคนิคมาให้คำปรึกษา บริจาคครั้งที่ 2 เป็นเรือ 20 ลำ เครื่องกรองน้ำ 30 ชุด เสื้อ 20,000 ตัว เต้น 1,300 หลัง ถุงทราย 8,000 ถุง บริจาคครั้งที่ 3 เป็นเครื่องสูบน้ำ 20 เครื่อง บริจาคครั้งที่ 4 เป็นเรือ 165 ลำ เครื่องกรองน้ำ 120 ชิ้น ถุงทราย 26,000 ถุง ไฟฉายพลังงานแสงอาทิตย์ 5,008 อัน บริจาคครั้งที่ 5 เป็นเครื่องสูบน้ำจำนวน 20 เครื่อง บริจาคครั้งที่ 6 รัฐบาลจีนแจ้งความประสงค์บริจาคเพิ่มเติมเป็น เรือเร็ว เรือยนต์กู้ภัย เครื่องสูบน้ำ รวมมูลค่า 500 ล้านบาท ส่วนนครฉงชิ่งในฐานะบ้านพี่เมืองน้องของกรุงเทพมหานครบริจาคเงินให้กรุงเทพมหานคร 24 ล้านบาท บริจาคครั้งที่ 7 เป็นชุดกันน้ำ 2,500 ชุดให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2) สหรัฐบริจาค 3 ล้านบาทให้กาชาดไทย เสนอส่งเฮลิคอปเตอร์เข้าช่วยเหลือ ส่ง C-130 พร้อมและสอบทรายและทีมช่วยเหลือด้านเทคนิคจาก USMC ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน USS George Washington เข้ามาลอยลำที่อ่าวไทยเพื่อเตรียมพร้อมให้การช่วยเหลือ ทั้งนี้ สามารถติดตามการช่วยเหลือจากสหรัฐได้ที่นี่ http://www.thaiarmedforce.com/taf-military-news/57-world-news/388-usmc-to-help-thai-flood-54.html บริจาคครั้งที่ 2 บริจาคผ่าน USAID จำนวน 15 ล้านบาท เสนอให้ความช่วยเหลือในการฟื้นฟูสนามบินดอนเมือง บริจาคครั้งที่ 3 ประกาศแผนการช่วยเหลือมูลค่า 300 ล้านบาทเพื่อฟื้นฟูประเทศไทย 3) ญี่ปุ่นบริจาคเงิน 12 ล้านบาท บริจาคครั้งที่ 2 เป็นสิ่้งของมูลค่า 10 ล้านบาท ประกอบด้วยสุขาเคลื่อนที่ 240 หน่วย เครื่องยนต์เรือ 200 เครื่อง เสื้อชูชีพ 450 ชุด พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ 2 คณะ เพื่อสำรวจสถานการณ์ในพื้นที่เพื่อประกอบการพิจารณาความช่วยเหลือในการฟื้นฟูและป้องกันภัยในอนาคต บริจาคครั้งที่ 3 สมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น () บริจาค 4 แสนบาท ประธาน Japan Finance Corporation บริจาคเงินส่วนตัว 2 แสนบาท บริจาคครั้งที่ 4 รัฐบาลญี่ปุ่นส่งทีมบรรเทาภัยพิบัติ (Disaster Relief Team) ซึ่งประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญ ด้านความปลอดภัยระบบสาธารณูปโภคที่อาจได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 3 ด้าน ได้แก่ ระบบประปา รถไฟฟ้าใต้ดิน และท่าอากาศยาน จำนวน 4 – 5 นาย รวมทั้งจะมอบเงินช่วยเหลือฉุกเฉิน เพื่อใช้จัดซื้อสิ่งของจำเป็นสำหรับ ผู้ประสบอุทกภัย บริจาคครั้งที่ 5 รถสูบน้ำกำลังสูง 10 คัน และเงินช่วยเหลือ 400 ล้านบาทเพื่อจัดซื้อสิ่งของจำเป็นสำหรับผู้ประสบภัย พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ร่วมบูรณะโบราณสถานในอยุธยา 4) เนเธอแลนด์ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมาช่วย 5) เกาหลีใต้บริจาคเงิน 6 ล้านบาท บริจาคครั้งที่ 2 เป็นถุงบรรจุทราย 100,000 ถุง บริจาคครั้งนี้ 3 เป็นเครื่องกรองน้ำขนาดใหญ่ที่ผลิตน้ำดื่มให้กับคน 3,000 คนได้ บริขาคครั้งที่ 4 เต้นท์ 200 หลัง อาหารกระป๋อง 10,000 กระป๋อง 6) อิสราเอลเสนอให้คำแนะนำการจัดการน้ำ บริจาคครั้งที่ 2 เป็นอาหารแก้ง 300 ถุงและสิ่งของช่วยเหลือมูลค่า 3 แสนบาท 7) นิวซีแลนด์บริจาคเงิน 2.4 ล้านบาท 8) เดนมาร์คบริจาคเงิน 1.6 ล้านบาท 9) สวิสเซอร์แลนด์บริจาคเงิน 1 ล้านบาท บริจาคครั้งที่ 2 เสนอบริจาคเงิน น้ำสะอาด และอาหาร รวมถึงการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิค โดยเฉพาะการปรับปรุงเส้นทางคมนาคมหลังภัยพิบัติ และการจัดการทรัพยากรน้ำ 10) รัฐบาลเยอรมันบริจาคเงิน 1.7 ล้านบาทเพื่อซื้อเรือกู้ภัยและสิ่งของบรรเทาทุก และมอบที่นอนและผ้าห่มให้ศูนย์พักพิง มธ.ศูนย์รังสิต บริจาคครั้งที่ 2 เป็นเงิน 4.2 ล้านบาทพร้อมส่งนักโบราณคดีเพื่อให้ความช่วยเหลือในการบูรณะโบราณสถานในอยุธยา บริจาคครั้งที่ 3 เป็นเครื่องกรองน้ำ 40 เครื่อง และเครื่องกรองน้ำพกพา 2,000 เครื่องให้สภากาชาดไทย 11) องค์กร Mercy Relief จากสิงคโปร์มอบอาหาร 70,000 ถุง เรือกู้ภัย 12 ลำ บริจาคครั้งที่ 2 รัฐบาลสิงคโปร์บริจาคเต้นท์ 150 หลัง เครื่องกำเนิดไฟฟ้า 5 เครื่อง บริจาคครั้งที่ 3 เป็นสิ่งของช่วยเหลือมูลค่า 1,300,000 บาท 12) องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (International Organization for Migration: IOM) ซึ่งเป็นองค์กรนานาชาติเพื่อการย้ายถิ่นฐานเสนอให้คำปรึกษาเรื่องการจัดตั้งศูนย์อพยพ และมอบของที่จำเป็นเช่น เรือ เครื่องสูบน้ำ และรถบรรทุก 13) บาห์เรน บริจาคเงิน 60 ล้านบาท 14) สำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติหรือ UN Office for the Coordination of Humanitarian Affairs (UN OCHA) เสนอความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ เช่น การประสานความช่วยเหลือ การบริหารจัดการข้อมูลและรายงานต่างๆ การให้ข้อแนะนำเรื่องการฟื้นฟู และสังคมสงเคราะห์ 15) ออสเตรเลียบริจาคเงิน 16 ล้านบาท 16) โครงการอาหารโลก (World Food Program) ส่งเจ้าหน้าที่มาให้คำแนะนำเรื่องการจัดการการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย บริจาคครั้งที่ 2 มอบเรือยนต์ 142 ลำ มูลค่า 15 ล้านบาท 17) อินโดนิเซียบริจาคเงิน 30 ล้านบาท บริจาคครั้งที่ 2 เสนอส่งคณะค้นหาและกู้ภัยแห่งชาติมายังประเทศไทย เพื่อช่วยการบริหารจัดการภัยพิบัติ 18) อินเดียบริจาคเงิน 6 ล้านบาท บริจาคครั้งที่ 2 ส่งชุดกู้ภัยจำนวน 35 นาย มอบเครื่องปั่นไฟ ผ้าห่ม ไฟฉาย ถ่านไฟฉาย และยาทาแก้ผื่นคัน 19) สหภาพยุโรปบริจาคเงิน 60 ล้านบาท 20) มาเลเซียบริจาค 30 ล้านบาท บริจาคครั้งที่ 2 เป็นน้ำดื่ม และอาหารแห้ง อาทิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และขนมปัง 21) ลาวบริจาคผ่านมุลนิธิบรรเทาทุกลาวจำนวน 11,500 บาท บริจาคครั้งที่ 2 บริจาคน้ำดื่ม 192,000 ขวด มูลค่า 1 ล้านบาท ผ่านสมาคมลาวไทยเพื่อมิตรภาพ 22) สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UN High Commissioner for Refugees: UNHCR) บริจาคเงิน 1.5 ล้านบาท พร้อมผ้าพลาสติกและโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ 23) พม่าบริจาคน้ำเกลือ 2,380 ชุด ผงเกลือแร่ 10,000 ชุด น้ำดื่ม 33,000 ขวด บะหมี่ 14,400 ห่อ บริจาคครั้งที่ 2 เป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 2 ตัน และน้ำดื่ม 7 ตัน 24) แคนาดาบริจาค 30 ล้านบาท ผ่านกาชาดสากลและสมาคมเสี้ยววงเดือนแดง เพื่อนำไปจัดซื้อน้ำดื่ม เวชภัณฑ์ และสิ่งของบรรเทาทุกข์ เพื่อมอบให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย 25) โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (United Nations Development Program Thailand: UNDP Thailand) บริจาคเงิน 3 ล้านบาท 26) ปากีสถานบริจาค 217,200 บาท ผ่านสมาคมมิตรภาพปากีสถาน – ไทย 27) บรูไน สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนดารุสซาลาม พระราชทานเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 3 ล้านบาท 28) ไต้หวันบริจาคเงิน 3 ล้านบาท 29) คูเวตบริจาคเงิน 105 ล้านบาท ผ่านเจ้าครองนครคูเวต ให้กับสภากาชาดไทย 30) อาร์เจนตินาร์บริจาคสารปรับปรุงคุณภาพน้ำ 40 กล่อง ซึ่งสามารถปรับปรุงคุณภาพน้ำได้ 8 ล้านลิตร 31) สวีเดนเสนอช่วยฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและบำบัดน้ำเสีย 32) องค์การความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชีย-แปซิฟิค มอบภาพถ่ายดาวเทียมพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วมซึ่งถ่ายโดยดาวเทียม Bejing-1 33) ชิลีบริจาค 765,000 บาท 34) ลักเซมเบอร์กบริจาค 2,125,000 บาท 35) สาธารณรัฐเช็กบริจาค 4,312,000 บาท 36) ฮังการีมอบอุปกรณ์การแพทย์ 1 ชุด
ข้อมูลบางส่วนขอขอบคุณ กระทรวงการต่างประเทศ บางส่วนจากเว็บไซต์ของรัฐบาลและหน่วยงานของประเทศนั้น ๆ
Page นี้จะมีการ Update อย่างต่อเนื่องเมื่อมีข้อมูลใหม่เข้ามา โดยข้อมูลที่ Update จะขึ้นเป็นตัวหนา
|
|
Last Updated on Monday, 21 November 2011 21:58 |
|
กรมเจ้าท่าและทุกหน่วยงานทางเรือทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมโครงการเรือประชาอาสาดันน้ำออกทะเล |
|
|
|
|
Written by Administrator
|
|
Sunday, 16 October 2011 13:15 |
|

16/10/2554 10.00 น. ThaiArmedForce.com - กรมเจ้าท่า ร่วมกับกองทัพเรือ และทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมกันเปิดโครงการเรือประชาอาสาดันน้ำออกทะเล โดยใช้เรือของภาครัฐและเอกชนดันน้ำลงทะเลใน 3 แม่น้ำหลักคือ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำบางปะกง โดยมีนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรมาทำพิธีเปิด ณ สะพานพระนั่งเกล้า จังหวัดนนทบุรี
โดยเรือที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมดกว่า 1000 ลำจะแบ่งเป็นเรือที่จะผลักดันน้ำในแม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำบางปะกงแม่น้ำละ 100 ลำ และผลักดันน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา 800 ลำ โดยกำหนดจุดวางเรือทั้งหมด 40 จุด นับจากจังหวัดนนทบุรี กรุงเทพมหานคร ไปจนถึงจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อรับช่วงการผลักดันน้ำจนน้ำลงทะเลในที่สุด โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าที่ผ่านมาได้ใช้เรือผลักดันน้ำไปแล้ว 50 ล้านลูกบาศก์เมตร เชื่อว่าเป็นโครงการที่มีความคุ้มค่า
|
|
Last Updated on Sunday, 16 October 2011 13:35 |
|
|
|
|
|
|
Page 1 of 18 |