|
กองทัพเรือพร้อมคุ้มครองเรือไทยในอ่าวเอเดนและน่านน้ำโซมาเลีย |
|
|
|
|
Written by Administrator
|
|
Friday, 03 September 2010 19:51 |
|

ThaiArmedForce.com - กองทัพเรือไทยแถลงข่าวยืนยันความพร้อมในการส่งกำลังทางเรือเข้าร่วมลาดตระเวนปราบปรามการกระทำอันเป็นโจรสลัดในอ่าวเอเดนและน่านน้ำโซมาเลีย ยืนยันการส่งกำลังทางเรือไปมีความคุ้มค่า โดยจะทำพิธีส่งหมู่เรือในวันที่ 10 กันยายนนี้
พลเรือเอกศุภกร บูรณดิลก ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ร่วมกับตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือคุณศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี คุณเมธา พร้อมเทพ รองอธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และคุณทรงศักดิ์ ลิ้มสมบัติอนันต์ นายกสมาคมการประมงนอกน่านน้ำไทย ร่วมกันแถลงข่าวยืนยันถึงความจำเป็นและความพร้อมในการส่งกำลังทางเรือเข้าร่วมกับกองกำลังผสมนานาชาติ Task Force 151 ตามคำเชิญของกองทัพสหรัฐเพื่อร่วมลาดตระเวนปราบปรามการกระทำอันเป็นโจรสลัดในอ่าวเอเดนและน่านน้ำโซมาเลีย ซึ่งการแถลงข่าวมีสาระสำคัญและข้อมูลมากมายคือ
คุณทรงศักดิ์ กล่าวว่า จนถึงปัจจุบันเรือไทยที่ถูกโจรสลัดโซมาเลียจี้จับกุมมีแล้วทั้งหมด 4 ลำ โดยในจำนวนนั้นถูกกองทัพเรืออินเดียยิงจมเพราะเข้าใจผิด 1 ลำ และยังอยู่ในระหว่างการถูกจับโดยโจรสลัดอีก 1 ลำ นอกจากนั้นโจรสลัดโซมาเลียยังมีการพัฒนาเทคนิคเพิ่มขึ้น มีการใช้เรือแม่เพื่อที่จะสามารถจี้จับเรือสินค้าได้ไกลขึ้น ถือเป็นภัยอันตรายต่อเรือไทยเป็นอย่างมาก
คุณเมธา กล่าวต่อมาว่า สถานการณ์โจรสลัดในน่านน้ำโซมาเลียเริ่มรุนแรงมาตั้งแต่ปี 2548 และทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี ซึ่งรัฐบาลชั่วคราวของโซมาเลียไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ ทางคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจึงออกมติในปี 2551 และ 2552 ขอให้ประเทศที่มีศักยภาพส่งกำลังทางเรือเข้ามาดูแลน่านน้ำแห่งนี้ โดยรัฐบาลโซมาเลียได้อนุญาตให้กำลังทางเรือของต่างชาติเข้ามาปฏิบัติการในน่านน้ำของตนได้ ซึ่งสหประชาชาติไม่ได้จัดตั้งกำลังเป็นกองกำลังรักษาสันติภาพ ดังนั้นการเข้าร่วมครั้งนี้ของไทยเป็นการเข้าร่วมในนามประเทศไทยและกองทัพเรือไทย ไม่ได้เป็นกองกำลังสหประชาชาติ
พลเรือเอกศุภกร ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กองทัพเรือประกอบกำลังกันเป็นหมู่เรือปราบโจรสลัด โดยเรือแต่ละลำจะมีเฮลิคอปเตอร์ประจำเรือ ซึ่งมีนายทหารเรือเข้าร่วมจำนวน 350 นายรวมถึงนายทหารจากหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ และส่วนล่วงหน้าจำนวน 20 นายเข้าประสานงานกับกองกำลังนานาชาติ โดยการเข้าร่วมกับกองกำลังนานาชาตินั้นมีสองแบบคือการเข้าร่วมกับ Task Force 151 ซึ่งมีศูนย์บัญชาการในตะวันออกกลางหรือการปฏิบัติการโดยอิสระ โดยกองทัพเรือไทยจะมีสถานะทั้งสองส่วน ซึ่งมีภารกิจหลักในการคุ้มครองเรือไทย และภารกิจในการคุ้มครองเรือต่างชาติเป็นภารกิจรอง
ในการปฏิบัติการนั้นกองทัพเรือจะใช้เทคนิคของการขัดขวางทางทะเล (Maritime Interdiction) โดยกองทัพเรือได้ทำการฝึกในลักษณะนี้มานานแล้วเนื่องจากคาดการณ์ว่าอาจจะต้องถูกส่งเข้าไปทำการลาดตระเวนในน่านน้ำโซมาเลีย เฉพาะภารกิจในครั้งนี้เริ่มฝึกอย่างจริงจังตั้งแต่เดือนกรกฏาคมเป็นต้นมา โดยเมื่อเรือไทยซึ่งมีข่ายวิทยุที่ใช้ติดต่อกับกองทัพเรือไทยอยู่แล้วพบเรือต้องสงสัยหรืออยู่ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน ก็จะส่งคำร้องขอมายังหมู่เรือปราบโจรสลัด หมู่เรือจะทำการส่งเฮลิคอปเตอร์พร้อมกับหน่วยสงครามพิเศษทางเรือเข้าไประงับเหตุก่อน จากนั้นจึงส่งเรือรบเข้าประกบ โดยจะใช้การยิงขู่และยิงกดดัน แต่ถ้าโจรสลัดยังไม่หยุดการกระทำก็จะยิงเครื่องยนต์ให้เรือของโจรสลัดไม่สามารถเคลื่อนที่ต่อไปได้ ซึ่งการปฏิบัติการจะพยายามหลีกเลี่ยงการสูญเสียชีวิตไม่ว่าฝ่ายใดถ้าไม่จำเป็น
คุณศุภชัย กล่าวว่า รัฐบาลมีหน้าที่จะต้องปกป้องผลประโยชน์และความปลอดภัยของคนไทยอยู่แล้ว อีกทั้งไทยยังเป็นสมาชิกของสหประชาชาติซึ่งมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตามคำร้องขอของสหประชาชาติ นอกจากนั้น ยังเป็นการทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับถึงศักยภาพของประเทศไทยและกองทัพเรือไทย ซึ่งรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณในครั้งนี้จำนวน 270 ล้านบาท
คุณทรงศักดิ์ กล่าวเสริมว่า รู้สึกเป็นห่วงว่าการปฏิบัติการเพียง 93 วัน และปฏิบัติการในพื้นที่จริง 60 วันนั้นอาจจะไม่เพียงพอ ภาคเอกชนอยากเรียกร้องให้กองทัพเรือและรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมในการปฏิบัติการให้นานขึ้น ซึ่งคุณศุภชัยกล่าวว่า ถ้าปฏิบัติการแล้วได้ผลเป็นที่น่าพอใจ รัฐบาลก็พร้อมที่จะสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม เรื่องงบประมาณนั้นรัฐบาลคิดว่าไม่ควรจะเป็นปัญหาแต่อย่างใด
ทั้งนี้ พลเรือเอกศุภกรเสริมว่า แม้ว่าเงินจำนวน 270 ล้านบาทจะดูมาก แต่ส่วนใหญ่แล้วเงินจำนวนนี้จะหมดไปกับค่าเชื้อเพลิงเป็นส่วนมาก และถ้าดูตามสถิติแล้ว สินค้าของไทยที่ผ่านเส้นทางนี้คิดเป็นมูลค่าถึง 1.96 ล้านล้านบาท และมีเรือประมงไทยที่สร้างรายได้ให้ประเทศอีก 6 พันล้านบาท ดังนั้นจึงมองว่าเงินจำนวน 270 ล้านบาทนั้นคุ้มค่า และคุณเมธากล่าวปิดท้ายว่า เมื่อการปฏิบัติการในครั้งนี้ผ่านไปแล้ว ภาคเอกชนควรช่วยให้เสียงสนับสนุนในการส่งกำลังทางเรือไปอีก ซึ่งโดยส่วนตัวตนมองว่าการไปในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของกองทัพเรือไทยและประเทศไทย และยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบของประเทศไทยต่อประชาคมนานาชาติซึ่งจะทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับในที่สุด
ในครั้งนี้ ทีมงาน TAF มีโอกาสพูดคุยกับพลเรือตรีไชยยศ สุนทรนาค (คนกลาง) ผู้บัญชาการกองเรือฟริเกตที่ 2 ในฐานะผู้บัญชาการหมู่เรือปราบโจรสลัดถึงการจัดกำลังในครั้งนี้ของกองทัพเรือ

- กองทัพเรือรู้สึกอย่างไรบ้างกับการปฏิบัติการในครั้งนี้?
เรารู้สึกภูมิใจมาก และดีใจที่จะได้ใช้ความรู้ที่ได้ฝึกมาในพื้นที่จริง ซึ่งการไปในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่กองทัพเรือไทยออกไปปกป้องผลประโยชน์ของคนไทยในต่างแดน นอกจากการที่กองทัพเรือภาคที่ 3 ส่งเรือไปร่วมลาดตระเวนในช่องแคบมะละกา โดยในครั้งนี้เราจะให้ความสำคัญกับเรือไทยเป็นอันดับแรก และร่วมมือกับนานาชาติในการดูแลน่านน้ำในอ่าวเอเดนและโซมาเลีย
- ส่วนตัวแล้วท่านกังวลใจบ้างหรือไม่?
ไม่รู้สึกกังวลใจ ทั้งการติดต่อกับกองทัพเรือต่างชาติ เนื่องจากเรามีการฝึกร่วมกับกองทัพเรือต่างประเทศอยู่แล้ว การติดต่อกับกองทัพเรือต่างประเทศจึงเป็นเรื่องปกติ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วเคยเป็นนายทหารยุทธการประจำเรือหลวงสุรินทร์เมื่อครั้งที่นำเรือไปส่งข้าวสารพระราชทานให้กับประเทศโซมาเลียเมื่อหลายปีก่อน จึงรู้สึกมั่นใจในการปฏิบัติการในครั้งนี้
- ลักษณะของโจรสลัดที่นั่นเป็นอย่างไรบ้าง?
ส่วนใหญ่แล้วเขาจะมีอาวุธเช่นพวกปืน AK-47 หรือ PRG โดยหลังจากประเทศโซมาเลียวุ่นวายชาวบ้านก็มาเป็นโจรสลัดกันเนื่องจากได้เงินค่าไถ่ที่สูง ส่วนใหญ่แล้วโจรสลัดจะไม่เอาชีวิตตัวประกันถ้าตัวประกันไม่ขัดขืนหรือพยายามสู้ ซึ่งเมื่อได้รับค่าไถ่แล้วก็จะปล่อยตัวไป ทั้งนี้ปัจจุบันโจรสลัดมีการพัฒนาขึ้นมาก โดยมีเรือแม่ซึ่งมีทั้งระบบนำทาง ระบบ GPS ที่ทันสมัยออกไปลอยลำกลางทะเล และปล่อยเรือลูกออกไปจี้จับซึ่งจะทำให้ปฏิบัติการได้ไกล อย่างเรือไทยที่ถูกจับก็ถูกจับไกลถึง 1,200 ไมล์ทะเล
- อยากทราบเหตุผลของการเลือกเรือหลวงปัตตานีและเรือหลวงสิมิลันเข้าร่วมหมู่เรือ?
เรือหลวงสิมิลันนั้นเป็นเรือส่งกำลังบำรุงขนาดใหญ่ สามารถเก็บเสบียง อาหาร น้ำมัน และสิ่งสนับสนุนต่าง ๆ ใช้ได้นานถึง 180 วัน ซึ่งเหมาะสมกับการเดินทางระยะไกล ส่วนเรือหลวงปัตตานีนั้นเป็นเรือที่สามารถปฏิบัติการได้ไกลและมีความประหยัด
- ทำไมไม่เลือกเรือที่ใหญ่กว่าเรือชุดเรือหลวงปัตตานีเช่นเรือชุดเรือหลวงพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกหรือเรือชุดเรือนเรศวร?
ตรงนี้เรามองว่า ภัยคุกคามนั้นไม่ใช่เรือรบที่มีความทันสมัย แต่เป็นเรือโจรสลัดติดอาวุธ เรือหลวงปัตตานีจึงมีความสามารถเพียงพอที่จะรับมือได้ ทั้งนี้ เรือหลวงปัตตานีใช้คนน้อยกว่า และใช้ทรัพยากรน้อยกว่าเรือทั้งสองชุด จึงมีความเหมาะสมมากกว่า เนื่องจากพื้นที่ปฏิบัติการอยู่ไกลประเทศไทยมาก
- เรือหลวงสิมิลันจะให้การสนับสนุนเรือของชาติอื่นหรือไม่?
จะให้การสนับสนุนเรือหลวงปัตตานีอย่างเดียว
- หลังจากจบภารกิจแล้วมีแนวคิดจะขยายห้วงเวลาการปฏิบัติหรือไม่?
ความจริงเราสามารถทำได้โดยการทิ้งเรือไว้ที่นั่นและสับเปลี่ยนกำลังพล แต่ในครั้งแรกนี้เราจะกลับมาก่อน ซึ่งเราจะยังมีนายทหารติดต่อที่ Task Force 151 อยู่เหมือนเดิม และถ้ารัฐบาลสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมเราก็พร้อมจะขยายการปฏิบัติการแน่นอน |
|
Last Updated on Monday, 13 September 2010 14:44 |
สมาชิกเท่านั้นจึงสามารถแสดงความเห็นได้ โปรดสมัครสมาชิกหรือติดต่อผู้ดูแลระบบ
Only registered user is able to comment. Please register or contact administrator.
Comments
2.ขอถามหน่อยครับม ีประเทศใด ใช้ระยะเวลาปฎิบ ัติงานในพื้ นที่จริงใกล้เคียงกั บประเทศเราไหมคร ับ
3. สมมุติจับโจรได้ จะนำไปดำเนินคดี ที่ไหนครับ
อย่างที่เขาบอกค รับคือว่าเขาอยา กจะดูผลของการปฏ ิบัติก่อนครับ ถ้าได้ผลจริง ๆ ก็น่าจะขยายเพิ่ มแน่นอนครับ
RSS feed for comments to this post.