


| ข้อสังเกตจากสื่อมวลชนและคำชี้แจงของกองเรือดำน้ำในกรณีการจัดซื้อเีรือดำน้ำ Type-206 |
|
|
|
| Written by Administrator |
| Friday, 09 September 2011 09:54 |
|
จากเนื้อข่าวในหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 7 กันยายน 2554 และคำชี้แจงในเว็บไซต์ของกองเรือดำน้ำในวันที่ 8 กันยายน 2554
ตั้ง'จงศักดิ์'คุมซื้อเรือดำน้ำ ปูด 4 ลำต้องซ่อม 4.4 พันล.
"ผลของคณะกรรมการชุดนี้จะตัดสินว่าควรอนุมัติจัด ซื้อเรือดำน้ำยู-206 หรือไม่ ก่อนยื่น ข้อสรุปเข้าคณะรัฐมนตรีให้ทันก่อนวันที่ 30 กันยายน เป็นวันสุดท้ายที่เยอรมนีขอคำตอบ ว่ากองทัพเรือไทยจะซื้อหรือไม่ซื้อ" แหล่งข่าวระบุ
ชี้แจงประเด็นต่าง ๆ สืบเนื่องจาก นสพ.มติชน รายงานข่าวเกี่ยวกับการจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา
ประเด็นแรก โครงการจัดหาเรือดำน้ำที่ ทร.เสนอนั้น เป็นการจัดซื้อเรือดำน้ำแบบ 206A ที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว (used/hot transfer) จำนวน 6 ลำ พร้อมอาวุธประจำเรือ การฝึกอบรม ส่วนสนับสนุน และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ก่อนการนำเรือดำน้ำ U 206A ซึ่งถูกออกแบบมาให้ในเขตอากาศหนาวเย็น มาใช้ในทะเลไทยซึ่งเป็นเขตร้อนชื้น จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงเรือให้มีความเหมาะสมกับการปฏิบัติการในพื้นที่เขตร้อนชื้นก่อน (tropricalization) โดยมีการติดตั้งระบบปรับอากาศ ระป้องกันการกัดกร่อน การระบายความร้อนของเครื่องยนต์ดีเซล และ เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งงบประมาณส่วนใหญ่จะถูกใช้ไปในการปรับปรุงเรือดังกล่าว ตามโครงการจะมีการปรับปรุงเรือดำน้ำ จำนวน 4 ลำ นอกจากนั้นแล้ว ก่อนการส่งมอบเรือพร้อมใช้งาน จำนวน 4 ลำ จะมีการซ่อมบำรุงใหญ่ระดับโรงงานตามวงรอบ (overhaul) เพื่อดำรงสภาพความพร้อมของเรือ งานซ่อมหลักๆ คือ การเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ การตรวจสอบการรับแรงดันของตัวเรือ การผนึกน้ำ และงานซ่อมอื่นๆ เพื่อระบบความปลอดภัยของเรือ ซึ่งเมื่อได้รับการซ่อมบำรุงแล้ว จะสามารถใช้งานต่อไปได้อีกไม่น้อยกว่า 10 ปี มิได้นำเรือดำน้ำ จำนวน 2 ลำ ที่ไม่ได้รับการซ่อมบำรุงมาใช้เป็นอะไหล่ในการซ่อมทำแต่อย่างใด ในทางตรงข้าม เรือจำนวน 2 ลำนี้ จะใช้เป็นอะไหล่สำหรับการซ่อมบำรุงตามระยะเวลาสำหรับเรือดำน้ำที่พร้อมใช้งาน จำนวน 4 ลำ ในอนาคต นอกจากนั้น ยังมีอะไหล่คงคลังที่กองทัพเรือเยอรมันีสำรองไว้สำหรับซ่อมบำรุงเรือให้พร้อมปฏิบัติงานได้จนถึงปี 2015 ซึ่งตามโครงการแล้วอะไหล่คงคลังดังกล่าวจะถูกส่งให้กับ ทร.ด้วย จึงมั่นใจได้ว่า ทร. สามารถปรนิบัติบำรุงรักษาเรือดำน้ำให้มีสถานภาพความพร้อมรบได้อย่างต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า 10 ปี ประเด็นที่สอง ความเป็นจริงแล้วก่อนนำเรือดำน้ำมาใช้ในทะเลไทยจะต้องได้รับติดตั้งระบบปรับอากาศเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานในทะเลเขตร้อนชื้นได้ (tropicalization) การติดตั้งระบบปรับอากาศเพิ่มเติมจะติดตั้งบริเวณใต้ห้องศูนย์ยุทธการ (control room) และใต้ส่วนที่พักอาศัย (accommodation area) จึงไม่ทำให้พื้นที่ปฏิบัติงานในตัวเรือลดน้อยลงแต่อย่างใด ในส่วนการติดตั้งเพิ่มเติมจะทำให้เรือจะมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น เวลาปฏิบัติภารกิจอาจไม่คล่องตัว นั้น ตามข้อเท็จจริงแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดในการออกแบบเรือดำน้ำ คือ การคำนึงถึงน้ำหนักของเรือที่เปลี่ยนไป อันเนื่องมาจากการนำสิ่งอุปกรณ์ต่างๆ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำจืด เสบียง สรรพาวุธ เข้ามาในเรือ หรือใช้หมดไป ซึ่งมีผลทำให้เรือเสียสภาพสมดุลได้ ดังนั้นในการออกแบบ จึงจำเป็นต้องมีถังน้ำถ่วงเรือสำหรับชดเชยน้ำหนัก (compensating tank) ที่นำเข้ามาหรือนำออกไปจากเรือ เพื่อไม่ต้องการให้น้ำหนักของเรือเปลี่ยนแปลงไป ด้วยการสูบน้ำเข้าหรือสูบน้ำออกจากถังน้ำถ่วงเรือสำหรับชดเชยน้ำหนักแล้วแต่กรณี ดังนั้นในกรณีติดตั้งระบบอากาศเพิ่มเติม จึงจำเป็นต้องคำนวณมวลของน้ำถ่วงเรือที่ต้องนำออกไป หรือพูดอย่างง่ายๆ คือลดปริมาณของน้ำถ่วงเรือให้น้อยลง เพื่อชดชยน้ำหนักของระบบปรับอากาศที่นำเข้ามาติดตั้งเพิ่มขึ้นนั้นเอง จึงสามารถสรุปได้ว่าการติดตั้งระบบปรับอากาศเพิ่มเติม ไม่เป็นการเพิ่มน้ำหนักให้กับเรือ จึงไม่มีผลต่อความคล่องตัวของเรือแต่อย่างใด ประเด็นที่สาม ขออธิบายทำความเข้าใจดังนี้ วัตถุประสงค์ของการปรับปรุงเรือให้สามารถปฏิบัติงานในทะเลเขตร้อนชื้นได้ (tropicalization) นั้น เพื่อให้เรือสามารถปฏิบัติงานได้ในทะเลที่มีอุณหภูมิของน้ำทะเลสูงถึง 32 องศาเซลเซียส และต้องรักษาอุณหภูมิภายในเรือบริเวณห้องศูนย์ยุทธการและส่วนที่พักอาศัยให้ได้ที่ 27 องศาเซลเซียส +5% ห้องเครื่องจักรต้องรักษาอุณหภูมิเฉลี่ยที่ 45 องศาเซลเซียส +10% โดยปกติอุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำทะเลบริเวณจีนใต้อยู่ที่ 25-28 องศาเซลเซียส ที่ผิวน้ำ และอุณหภูมิจะลดลงตามความลึกของน้ำ ดังนั้นปัญหาหลักของการปรับอุณหภูมิภายในเรือส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเมื่อเรืออยู่บนผิวน้ำหรืออยู่ที่ระดับความลึกกล้องตาเรือ (periscope depth) และที่สำคัญที่สุดคือเมื่อเรือจอดอยู่ที่ท่าเรือ การปฏิบัติการของเรือดำน้ำ เวลาส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ที่ระดับความลึกปลอดภัย (มากกว่า 40 เมตร) เพื่อป้องกันจากการถูกตรวจจับโดยเรือผิวน้ำ ซึ่งด้วยอุณหภูมิของน้ำทะเลภายนอกตัวเรือที่ต่ำกว่าอุณหภูมิภายใน จึงไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศแต่อย่างใด หรือจำเป็นต้องใช้ก็สามารถเปิด ปิด ปรับแต่งการทำงานของระบบอากาศตามความเย็นที่ต้องการปรับได้โดยผู้ควบคุมระบบ นอกจากนั้นในขั้นตอนของการติดตั้งระบบปรับอากาศเพิ่มเติมได้คำนึงการสั่นสะเทือนของระบบ ซึ่งได้ออกแบบรองรับป้องการกันการแพร่กระจายของเสียงที่ไม่พึ่งประสงค์ไว้ด้วยแล้ว จากที่กล่าวมาข้างต้น การปฏิบัติการทางยุทธวิธีของเรือดำน้ำที่ได้รับการปรับปรุงให้สามารถปฏิบัติงานในทะเลเขตร้อนชื้นได้นั้น ไม่ได้ทำให้เรือดำน้ำมีเสียงดังมากขึ้น หรือมีก็เพียงน้อยมากไม่มีผลต่อการถูกตรวจจับจากการดักฟังเสียงจากเรือผิวน้ำ บทสรุปการติดตั้งระบบปรับอากาศ เพื่อต้องการดูแลรักษาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไม่ให้ชำรุดเมื่อเรือดำน้ำจอดอยู่ที่ท่าเรือ และเมื่อเรือปฏิบัติการบนผิวน้ำและที่ระดับความกล้องตาเรือ |
| Last Updated on Saturday, 10 September 2011 11:34 |

Comments
ประชาชนส่วนใหญ่ จะรับรู้ข่าวสาร จากแหล่งประจำ เดิมเดิม การชี้แจงต้องคำ นึงถึงข้อนี้ด้ว ยครับ
มิฉะนั้น อาจจะกลายเป็นข่ าวลือผิดผิดจนทำ ให้เบี่ยงเบนไปใ นทางเสียหายได้
RSS feed for comments to this post.