|
 ว่าที่เรือหลวงมัจฉาณุ (ลำที่สอง) เรือหลวงวิรุฬ (ลำที่สอง) เรือหลวงสินสมุทร (ลำที่สอง) และ เรือหลวงพลายชุมพล (ลำที่สอง) จอดอยู่ในท่าในประเทศเยอรมันนี (ภาพขอขอบคุณกองเรือดำน้ำ กองทัพเรือ)
ข่าวความคืบหน้าเรื่องเรือดำน้ำ จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 13 ตุลาคม 2554
รมว.กลาโหมปัดดองเรือดำน้ำ ชี้แก้พรบ.กลาโหมต้องครอบคลุม
“ยุทธศักดิ์” ปัดดองซื้อเรือดำน้ำ อ้างรอ สตง.ส่งหนังสือเลิกติดใจโครงการ ด้าน ทร.ฉุน กห. ดึง "เรือดำน้ำ” ให้เลยเส้นตายซื้อเรือเยอรมัน 15 พ.ย.นี้ เร่งประสาน สตง.ส่งหนังสือตอบกลับกลาโหม ชงศึกษา พ.ร.บ.กลาโหม ก่อนแก้ไขให้ครอบคลุม
เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ ภายหลังจากที่กองทัพเรือได้เดินทางไปชี้แจงข้อสงสัยต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แล้ว ว่า ไม่ได้แช่โครงการ แต่เนื่องจากก่อนหน้านี้ สตง.ได้ทำหนังสือขอให้ดูการจัดซื้อจัดหาให้มีความคุ้มค่า ดังนั้น ต้องให้กองทัพเรือไปเคลียร์ เมื่อเคลียร์แล้ว สตง.ก็ต้องทำหน้งสือมาบอกเรา แต่วันนี้เขายังไม่ได้ทำหนังสือมา แล้วจะให้ผ่านได้อย่างไร และกระทรวงกลาโหมไม่ได้ต้องการเรือดำน้ำประเทศอื่นตามที่มีกระแสข่าว ตอนนี้ยังรอ สตง.ทำหนังสือถึงเราว่า เลิกติดใจโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำแล้ว เราจะได้เดินหน้าต่อไป หากเขายังติดใจอยู่ แล้วเราให้ผ่านโครงการไป จะทำให้มีปัญหาเกิดขึ้นได้
ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงของกองทัพเรือ เปิดเผยว่า หาก รมว.กลาโหม อยากได้คำชี้แจงจาก สตง. ก็ต้องทำเรื่องไปที่ สตง. เพราะโดยปกติ โดยหลัก หากทาง สตง. ไม่มีหน้าที่ตอบหนังสือกลับว่าโปร่งใสหรือไม่นั้น หากกระทรวงกลาโหมไม่ทำเรื่องขอไป เขาจะไม่ส่งเรื่องกลับมา โดยทาง สตง.จะส่งหนังสือกลับมาต่อเมื่อมีกรณีสงสัย ติดใจความโปร่งใสของโครงการ และจากที่กองทัพเรือไปชี้แจง ทาง สตง.ก็ไม่ได้ติดใจอะไร
แหล่งข่าว เปิดเผยต่อว่า ขณะนี้ถือว่าเรื่องสิ้นสุดแล้ว ซึ่งเมื่อไม่มีการทักท้วงก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร และหากโครงการเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) สตง.ก็ไม่เกี่ยว ผู้ที่เกี่ยวข้องมีแต่เรื่องการใช้งบประมาณ อาทิ กระทรวงการคลัง สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงบประมาณ ที่จะให้ความเห็นประกอบ ขณะนี้ทางกองทัพเรือกำลังประสานให้ สตง.ส่งหนังสือกลับมายังกระทรวงกลาโหมตามความต้องการของกองทัพเรือ ซึ่งเรื่องนี้มีการดึงโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำแน่นอน เพื่อให้เกินกำหนดระยะเวลาที่ได้นัดหมายกับทางเยอรมนี ในวันที่ 15 พ.ย.นี้
“กองทัพเรือไม่เข้าใจว่า ทำไมกระทรวงกลาโหมต้องรอ สตง.ทำหนังสือกลับมา จึงจะนำโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำเข้า ครม. และการนำโครงการเข้า ครม. ไม่จำเป็นต้องรอ สตง.ตีตราความโปร่งใสถึงจะนำเรื่องเข้า ครม.ได้ โครงการนี้มีความผิดปกติแน่นอน หากจะไม่อนุมัติโครงการควรบอกกันตรงๆ หรือส่งเรื่องกลับมา กองทัพเรือจะได้ไปทำอย่างอื่น การทำเช่นนี้เหมือนเป็นการดึงเวลาให้เยอรมันเบื่อหน่าย และยิ่งทำแบบนี้ยิ่งผิดปกติ ยิ่งมีคนตั้งข้อสงสัย เพราะโครงการอื่นไม่เห็นมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจ สอบมากมายขนาดนี้ อีกทั้งโครงการนี้ก็อยู่ในงบประมาณของกองทัพเรือเอง” แหล่งข่าวกองทัพเรือ ระบุ
... ... ...
http://www.thairath.co.th/content/pol/209104
เนื้อหาข่าวก่อนหน้านี้
7/10/2554 09.00 น. ThaiArmedForce.com - ผบ.ทร.ให้สยป.ทร.ไปเจรจากับเยอรมันเพื่อขอยืดเวลา Type-206A ไปเป็น 15 พ.ย. หวังโครงการเข้าครม.สัปดาห์หน้า บ่นอุบไม่เข้าใจทำไมโครงการถูกดอง ทั้งที่รายงานการชี้แจงบต่อสำนักงบน่าจะถึงมือกลาโหมแล้ว เชื่อมีพ่อค้าวิ่งให้ซื้อ Type-209 ของเกาหลีใต้ โต้ทำไมโครงการอื่นไม่เคยเห็นอาวุธตัวจริงยังอนุมัติได้ ตั้งคำถามทำไม Black Hawk ไม่มีการมารอตรวจสอบเหมือนเรือดำน้ำ แฉเรือดำน้ำเกาหลีแพงกว่าเรือดำน้ำเยอรมัน 2 เท่าหนังสือพิมพ์คมชัดลึกรายงานข่าวว่าพล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ได้มอบหมายให้สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือหรือ สยป.ทร. ไปเจรจากับประเทศเยอรมันเพื่อขอยืดเวลาการจัดหาเรือดำน้ำชั้น Type-206A ไปเป็นวันที่ 15 พฤศจิกายน 2554 นี้ โดยให้เหตุผลกับเยอรมันว่าประเทศไทยประสบปัญาน้ำท่วมทำให้มีความล่าช้าในการตัดสินใจ
ทั้งนี้ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ ยังกล่าวว่าไม่เข้าใจว่าทำไมโครงการจัดหาเรือดำน้ำจากเยอรมันจึงเกิดปัญหาขึ้น เชื่อว่าน่าจะมีความผิดปกติ หรือมีพ่อค้าอาวุธล็อบบี้ฝ่ายการเมืองให้โครงการนี้อนุมัติไม่ทันเส้นตามของเยอรมันเพื่อดันเรือดำน้ำแบบอื่นเข้ามาแทน ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นเรือดำน้ำ Type-209 ของเกาหลีใต้ แม้ว่าโครงการจะได้รับการตรวจสอบจากทุกหน่วยจนหมดข้อสงสัยแล้วก็ตาม
ในอีกด้านหนึ่ง แหล่งข่าวจากกองทัพเรือกล่าวกับ ThaiArmedForce.com ว่า กองทัพเรือยังยืนยันที่จะจัดหา Type-206A จากประเทศเยอรมันเพราะประหยัดงบประมาณและได้อุปกรณ์ครบมากกว่า โดยกองทัพเรือยอมที่จะลดงบประมาณลงจาก 7.5 พันล้านเหลือ 6.9 พันล้าน โดยตัดงบประมาณในการก่อสร้างอาคารสถานที่ออกไป
โดยแหล่งข่าวยืนยันว่า Type-206A มีประสิทธิภาพดี อุปกรณ์ภายในได้รับการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา ต่างจากเรือดำน้ำเกาหลีที่เป็นอุปกรณ์มาตราฐานที่ใช้ส่งออกซึ่งจะมีความทันสมัยน้อยกว่าของเยอรมัน และเกาหลีต้องจ่ายค่าลัขสิทธิ์ให้เยอรมันจึงทำให้เรือดำน้ำมีราคาแพงขึ้น และกองทัพเรือต้องการใช้เรือมือสองเพื่อฝึกพัฒนาทักษะก่อนจัดหาเรือที่ทันสมัยกว่าต่อไป
แหล่งข่าวจากกระทรวงกลาโหมกล่าวกับ ThaiArmedForce.com แม้ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบแล้ว คณะกรรมการก็ไม่ได้มีความเห็นคัดค้าน คณะกรรมการท่านหนึ่งยังกล่าวในที่ประชุมด้วยว่าต้องการให้กองทัพเรือจัดหาเรือดำน้ำจากเยอรมัน เนื่องจากมีประสิทธิภาพดี และไม่อยากให้เสียโอกาสเหมือนที่กองทัพอากาศไม่สามารถจัดหาเครื่องบินโจมตี Alphajet จากประเทศเยอรมันได้ครบตามจำนวน โดยคณะกรรมการทั้งจากกองทัพบกและกองทัพอากาศต่างก็โหวตสนับสนุนการจัดหาเรือดำน้ำจากเยอรมัน แต่ให้กองทัพเรือไปตัดลดงบประมาณลงเพื่อให้ประหยัดงบประมาณที่สุด กองทัพเรือจึงยอมตัดลดเหลือ 6.9 พันล้านบาท
โดยบริษัทค้าอาวุธชื่อดังบริษัทหนึ่งซึ่งเป็นนายหน้าให้เรือดำน้ำเกาหลีใต้วิ่งเต้นให้โครงการจัดหาเรือดำน้ำเยอรมันถูกยกเลิก โดยดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้ว ทั้งการพานายทหารในกระทรวงกลาโหมไปดูงานที่เกาหลี การปล่อยข่าวในเชิงลบต่อเรือดำน้ำเยอรมันและให้ข่าวในเชิงบวกต่อเรือดำน้ำมือหนึ่งตามสื่อต่าง ๆ
"จะสังเกตุว่าข่าวเชิงลบตามสื่อต่างๆ นั้นจะไม่ได้คัดค้านการมีเรือดำน้ำ แต่จะคัดค้านการซื้อเรือดำน้ำมือสองและสนับสนุนการซื้อเรือดำน้ำมือหนึ่ง"
แหล่งข่าวยังระบุอีกว่า ตอนนี้โครงการผ่านการตรวจสอบจากทุกฝ่ายแล้ว และไม่มีข้อสงสัยใด เหลือเพียงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีเมื่อใด
เนื้อหาข่าวก่อนหน้านี้ (27/09/2554 18.45 น.)
วันนี้ ซึ่งเป็นการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดสุดท้ายของเดือนกันยายน โฆษกรัฐบาล แก้ข่าวว่า วันนี้ไม่มีการพิจารณาวาระการจัดหาเรือดำน้ำชั้น Type-206A ของกองทัพเรือ โดยนายกรัฐมนตรีเข้าใจผิด
ทั้งนี้ TAF ตรวจสอบพบว่า คำขอการจัดหายังอยู่ที่กระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีกลาโหมยังไม่ได้นำเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีแต่อย่างใด
เนื้อหาข่าวก่อนหน้านี้ (27/09/2554 15.00 น.)
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้กองทัพเรือดำเนินการจัดหาเรือดำน้ำมือสองชั้น Type-206A จากประเทศเยอรมัน เมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมานั้น
ทั้งนี้ กองทัพเรือจะดำเนินการเจรจาในรายละเอียดกับประเทศเยอรมันนีต่อไปเพื่อลงนามในสัญญาจัดหาอย่างเป็นทางการ โดยใช้งบประมาณ 6.9 พันล้านบาท ซึ่งตัดงบประมาณในการสร้างอาคารสถานที่ออกไปจากงบประมาณเดิมราว 7.5 พันล้านบาท และกองเรือดำน้ำจะเปิดรับสมัครกำลังพลของกองทัพเรือที่สนใจจะเป็นกำลังพลประจำเรือดำน้ำชุดนี้เพื่อเข้ารับการฝึกที่ประเทศเยอรมันนีต่อไป
คาดว่าเรือดำน้ำทั้ง 6 ลำซึ่งจะมี 4 ลำ สำหรับใช้งานจริง และอีก 2 ลำ สำหรับใช้ฝึกในท่าและสามารถใช้เป็นอะไหล่ได้ จะเดินทางมาถึงประเทศไทยในราวปลายปี 2555 โดยเรือดำน้ำทั้ง 4 ลำ ที่เป็นเรือใช้งานจริง จะได้รับชื่อตามเรือดำน้ำชุดแรกของไทยคือ เรือหลวงมัจฉาณุ (ลำที่สอง) เรือหลวงวิรุฬ (ลำที่สอง) เรือหลวงสินสมุทร (ลำที่สอง) และเรือหลวงพลายชุมพล (ลำที่สอง) ส่วนเรือดำน้ำอีก 2 ลำจะไม่มีการตั้งชื่อและให้หมายเลข
|
Comments
อันนี้ยังไม่ทรา บเหมือนกันครับ
(ยอมให้เป็น Poor Comment เลยงานนี้)
ดีใจมากคราบ!!
รบได้ทั้ง 3 มิติ ซะที
อยากบอกว่า เศร้าสิครับ งานนี้
http://www.komchadluek.net/detail/20110927/110319/ปูเบลอบอกครม.อนุมัติซื้อเรือ ดำน้ำ.html
มีแต่ ...
"โครงการจัดหาเฮล ิคอปเตอร์ลาดตระ เวนติดอาวุธ AS 550 จำนวน 8 ลำ พร้อมการฝึกนักบ ินและช่าง ชิ้นส่วนซ่อมควบ คู่และเครื่องมื อซ่อมบำรุง ระยะเวลาส่งมอบ 1,000 วัน ระยะดำเนินการ 4 ปี ตั้งแต่ปีงบประม าณ 2554-2557 วงเงิน 1,596,998,092 บาท"
ถ้านำเรื่องเข้า พิจารณาแล้วไม่อ นุมัติ จะไม่แปลกใจ
แต่แปลกใจตรงข้อ ความที่ว่า ยังไม่ได้เสนอเร ื่องเข้าพิจารณา มากกว่า
ไม่น่าเชื่อว่าร ิมทะเลก็มีกอไผ่
เจ๊ปูครับ อย่ามึนมากสิครั บเจ๊
RSS feed for comments to this post.