|
จากเนื้อข่าวในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ คอลัมน์ สกู๊ปหน้าหนึ่ง โดย ฉบับวันที่ 7 ตุลาคม 2554 และคำชี้แจงในเว็บไซต์ของกองเรือดำน้ำในวันที่ 8 ตุลาคม 2554
TAF ทำหน้าที่นำข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายมานำเสนอ ขอให้ทุกท่านใช้วิจารณญาณของท่านในการพิจารณาว่าจะเชื่อฝ่ายไหนได้อย่างอิสระครับ
'ทร.เดินสู่ฝันยิ่งใหญ่' ซื้อ 'เรือดำน้ำ' ระวังโผล่ไม่พ้นทะเล?
วันศุกร์ ที่ 07 ตุลาคม 2554 เวลา 0:00 น
การได้ ’เรือดำน้ำ“ มาไว้ในครอบครองถือเป็นความฝันที่ไม่เคยแปรเปลี่ยนในระดับนำของกองทัพเรือ มีการส่งไม้ต่อจากรุ่นหนึ่งไปอีกรุ่นหนึ่ง จากอดีต ผบ.ทร.หมาด ๆพล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ มาสู่ ผบ.ทร.ป้ายแดง พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ แนวรบมิเคยเปลี่ยน “ผมจะสานต่อเรื่องเรือดำน้ำต่อไป โดยได้ประสานกับทางกลาโหมเยอรมนีในการให้ยืดเวลาการขายเรือดำน้ำ U206A ทั้ง 6 ลำต่อไปอีกระยะหนึ่งเพื่อรอให้คณะรัฐมนตรีของเราพิจารณา ซึ่งเยอรมนีก็เข้าใจเรา” และ “ผมหวังว่าจะเข้าสู่ ครม.ในวันอังคาร (11 ต.ค. 2554)” ...เป็นคำให้สัมภาษณ์ตอนหนึ่งของ ผบ.ทร.ป้ายแดงล่าสุด
เหตุผลที่ซื้อ คือเพื่อป้องกันอธิปไตยของชาติ แล้วยังไว้ปกป้องทรัพยากรในอ่าวไทยและในทะเลด้วย กับเป็นอีกศาสตร์ที่กองทัพเรือต้องมี ผิวน้ำ อากาศ และใต้น้ำ นอกจากนั้นคือ ประเทศรอบบ้านเราล้วนมีเรือดำน้ำกันหมดแล้ว ฉะนั้นไทยต้องสมดุลให้เกิดความทัดเทียมกันในเชิงยุทธศาสตร์ เมื่อสิงคโปร์มีเรือดำน้ำ 4 ลำ ซื้อจากสวีเดน มาเลเซีย 2 ลำ ซื้อจากฝรั่งเศส เวียดนามมี 6 ลำ ซื้อจากรัสเซีย รวมทั้งพม่าเองก็อยากได้ไว้อวดโลก เตรียมจะซื้อจากจีนอยู่ สำหรับเรือดำน้ำที่กองทัพเรือไทยจะซื้อ เป็นของเยอรมนี จำนวน 6 ลำ รุ่น U206A และเป็น 6 ลำสุดท้ายของโลก เพราะเยอรมนีจะไม่ผลิตออกมาขายอีกแล้ว รุ่นนี้ผลิตโดยวัสดุพิเศษ non magnetic steel มีข้อเสียคือ บำรุงรักษายาก การปะ การเชื่อม ต้องใช้เครื่องมือและบุคลากรที่อบรมเฉพาะ ผิดกับที่ขายให้ประเทศอื่นที่เป็นรุ่น U209A การซื้อ 6 ลำเพราะต้องเอา 2 ลำมาถอดเป็นอะไหล่สำหรับ 4 ลำที่จะเอามาประจำการ ’ถ้าเปรียบเป็นรถเบนซ์ก็เหมือนเราซื้อรถอายุ 36 ปีมาขับ และเป็น 6 คันสุดท้ายของโลก อย่างนี้ใครจะซื้อมั้ย?“ ทั้งนี้ งบฯที่ตั้งไว้ตอนแรก 7,591 ล้าน ได้ปรับลดเหลือ 6,995 ล้านในตอนนี้ แต่ที่กลายเป็นหัวข้อวิจารณ์อึงมี่คือ ทำไมจับจ้องจะซื้อเรือดำน้ำรุ่นเก่าเก็บของเยอรมนีมาใช้ในงานสำคัญของชาติ ทำไมไม่มองของชาติอื่นบ้าง? ซื้อแล้วคุ้มค่ากับเงินภาษีหรือไม่ ลำละล้านสองล้านเสียเมื่อไหร่ ก็ดูสิ เรือเหาะเกือบ 400 ล้านที่กองทัพอ้างว่าซื้อไว้ตรวจดูพวกโจรใต้ก่อเหตุ เอาไปเอามากลับบินไม่ขึ้นซะงั้น เครื่องมือตรวจหาระเบิดจีที 200 เอาเข้าจริงกลายเป็นเครื่องมือลวงโลก เป็นได้แค่ไม้ตีพริก ผ่าเข้าไปข้างในเจอแต่แบตเตอรี่ 2 ก้อนประกบไว้ แต่คนไทยต้องจ่ายเงินซื้อเครื่องละเป็นล้าน ความเสียหายทั้งหมดยังจับมือใครดมไม่ได้เลยจนบัดนี้ หันมาดู เรือดำน้ำ U206A รุ่นสุดท้ายของโลกที่กองทัพเรืออยากได้ พบข้อท้วงติงมากมาย... ตอร์ปิโดประจำเรือจะต้องมีอุปกรณ์ตรวจสอบสมรรถภาพทุกอาทิตย์ เพราะกระสุนตอร์ปิโดไม่เหมือนกระสุนทั่วไปที่พุ่งไปข้างหน้าด้วยแรงดันของดินปืน แต่นี่นอกจากต้องเคลื่อนด้วยใบพัดแล้วยังต้องมีเครื่องนำร่องด้วยเครื่องมือนี้รวมใน 6,900 กว่าล้านหรือไม่ หรือว่าแยกขายต่างหาก แล้วงบฯจะบานแค่ไหน ท่อยิงตอร์ปิโด...นี่ก็เป็นเรื่องละเอียด อ่อนมาก การซ่อม...ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และพบว่าที่ผ่านมาเยอรมนีไม่ยอมสอนใครเลย ทีมแพทย์เฉพาะทาง แรงดัน แรงกดอากาศในเรือดำน้ำ นักจิตบำบัด มีไหม คนประจำเรือลำละ 36 คน 4 ลำก็ 144 คน จะดูแลกันอย่างไร และเมื่อประเทศอื่น ๆ เลิกใช้แล้ว อะไหล่บางชิ้นก็จะไม่มีการผลิต ผู้เชี่ยวชาญการซ่อมบำรุงเกษียณไปหมดแล้วจะทำอย่างไร ปัญหาเต็มไปหมด เหนืออื่นใด การตั้งงบฯจัดซื้อที่ว่าเป็นแบบรัฐต่อรัฐนั้น เมื่อลงลึกในรายละเอียดพบว่า ในงบฯ 6,900 กว่าล้านนั้น เป็นงบฯก่อสร้างกองบัญชาการที่สัตหีบ 1,000 ล้าน แต่เป็นค่าซ่อมเรือถึง 4,000 ล้าน โดยต้องส่งซ่อมที่อู่ต่อเรือของเอกชนที่ชื่อ STW ในเยอรมนี ไม่ใช่ว่าซื้อแล้วใช้งานได้เลย และเป็นค่าซื้อเรือดำน้ำ 6 ลำจริง ๆ แค่ 1,000 ล้านเศษเท่านั้นเอง นี่คือเงื่อนปมใหญ่มาก ทำไมค่าซ่อมเรือถึงมากมายมโหฬารขนาดนี้ ไม่ต้องมี 6 ลำ เอาแค่ลำเดียว แต่เป็นของใหม่ดี ๆ ไปเลย ไม่ดีกว่าหรือ??? อะไรไม่ว่า การเดินทางไปดูงาน ลือกันว่าล็อกไม่ให้คนที่รู้เรื่องการซ่อมบำรุงอาวุธ รู้เรื่องระบบเครื่อง ได้โผล่ไปร่วมขบวน เพราะเกรงว่าหากไปเห็นของจริงแล้วจะคัดค้านเอา จึงมีแต่พวกส่งกำลังบำรุงไปแทน ผิดฝาผิดตัวไปหมด ก็ชอบแล้วที่ พล.อ.จงศักดิ์ พานิชกุล ที่ปรึกษา รมว.กลาโหม ออกมาเบรกหัวทิ่มว่า “ต้องพิจารณาเรื่องความคุ้มค่าให้มากที่สุด ไม่ใช่ดูแค่ความโปร่งใสอย่างเดียว ไม่ใช่ซื้อมาแล้วพัง ไม่มีเงินซ่อม อย่างเฮลิคอปเตอร์ชีนุก ซื้อมา 4 ลำ วันนี้บินได้ลำเดียว คุ้มค่าหรือไม่ ...ต่อไปนี้หากเหล่าทัพของบฯก้อนใหญ่ซื้อยุทโธปกรณ์ และชี้แจงข้อมูลไม่เคลียร์ ไม่ได้ฟังทุกฝ่าย รมว.กลาโหมจะตั้ง คกก.ตรวจสอบหมด ไม่งั้นเซ็นก็โดนด่า ไม่เซ็นก็โดนด่า แต่เซ็นอนุมัติโดนหนักกว่า โดนด่าอมตะชั่วชีวิต เหมือนโครงการเรือเหาะ หรือ จีที 200 นั่นไง” เมื่อเงินทุกเม็ดเป็นของประชาชน ก็ต้องตรวจสอบให้รอบคอบ โปร่งใส และใช้อย่างคุ้มค่า ไม่ใช่ซื้อแล้วเหมือนซื้อเศษเหล็กมากอดไว้ ใช้งานอะไรไม่ได้ เป็นได้เพียงอนุสาวรีย์แห่งความอัปยศอดสู หรือดำน้ำแล้วไม่โผล่ตลอดกาล ต้องไม่เป็นเช่นนั้น.
http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=23&contentID=167991
ชี้แจงประเด็น นสพ.เดลินิวส์นำเสนอบทความ “ทร.เดินสู่ฝันยิ่งใหญ่ ซื้อเรือดำน้ำ ระวังโผล่ไม่พ้นทะเล” ฉบับวันที่ 7 ตุลาคม 2554
by Submarine Squadron (กองเรือดำน้ำ กองเรือยุทธการ) on Saturday, October 8, 2011 at 9:28pm
มันมาอีกแล้ว นสพ.เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 7 ต.ค.54 สกู๊ปหน้า 1
http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=23&contentID=167991
เนื้อหาใจความเป็นเรื่องของการดิสเครดิตโครงการจัดหาเรือดำน้ำ U 206A ด้วยการโจมตีประเด็นเก่าๆ เกี่ยวกับการซ่อมบำรุง ค่าซ่อมเรือก่อนส่งมอบ ความคุ้มค่า พ่วงด้วยประเด็นใหม่อยู่ 2-3 ประเด็น เกี่ยวกับประเด็นการซ่อมบำรุง Non magnetic Steel การซ่อมบำรุงตอร์ปิโด และการเตรียมทีมแพทย์เฉพาะทางสำหรับเรือดำน้ำ ซึ่งเมื่อวิเคราะห์จากเนื้อหาที่นำเสนอแล้วข้อมูลที่ป้อนให้กับหนังสือพิมพ์อย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการซ่อมบำรุงเป็นส่วนใหญ่ เรื่องแนวเหตุผลความจำเป็น แนวความคิดในการใช้ และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องยุทธการและยุทธวิธีเรือดำน้ำเริ่มหมดไป เนื่องจากหน้าแตกหมอไม่รับเย็บมาหลายครั้งแล้ว จึงค่อนข้างมั่นใจได้ว่าได้ว่าผู้ให้ข้อมูลไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นทหารเรือด้วยกันเองทั้งที่ยังคงอยู่ในราชการ รวมถึงผู้อยู่เบื่องหลังที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว สำคัญตัวเองว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ ชำนาญการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการซ่อมบำรุง ตั้งแต่สากะเบือยันเรือรบ ผิดหวังจากการย้ายบรรจุเมื่อตุลา’54 ที่ผ่าน เห็นได้จากมีการแหนบแนมอดีตผู้บังคับบัญชาและผู้บังคับบัญชาปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง เป็นธรรมดาของกลุ่มบุคคลที่ผิดหวังและเสียผลประโยชน์ ก็ต้องพยายามทำทุกวิถีทางโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติ และเคารพในการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชา ไม่มีจิตสำนึกในความเป็นทหาร สมควรที่จะถูกประณามและจำกัดบทบาทให้เหลือน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อคนรุ่นใหม่ต่อไป
ประเด็นเก่าไม่ขอเสียเวลาอธิบายชี้แจง ผู้ที่ยังไม่ได้อ่านหรือต้องการทบทวน สามารถย้อนหลังกลับไปอ่านได้ตามลิงค์ด้านล่าง ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 3 ลิงค์ เรียงลำดับจากเก่าสุดถึงใหม่สุด (อ่านได้ในเฟสบุ๊ค “กองเรือดำน้ำ กองเรือยุทธการ”)
ครั้งที่ 1 ชี้แจงประเด็นต่าง ๆ สืบเนื่องจาก นสพ.มติชน รายงานข่าวเกี่ยวกับการจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา
ครั้งที่ 2 ชี้แจงกรณี นสพ.แนวหน้า ลงบทความเรื่อง ทหารเรือมาแล้ว จำนวน 2 ตอน ในฉบับวันที่ 13 และ 16 กันยายน 2554
ครั้งที่ 3 ชี้แจงกรณีประเด็น นสพ.เดลินิวส์ฉบับวันอังคารที่ 27 กันยายน 2554 หน้า 8 คอลัมน์ ตรงไปตรงมา กองทัพ+อาวุธ+สำนึก โดย คมธนู
การชี้แจงครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 4 ซึ่งมีประเด็นที่ต้องอธิบายให้บุคคลทั่วไปได้รับทราบข้อมูลเชิงวิชาการ จำนวน 2 ประเด็น และการชี้แจงให้ทราบ 1 ประเด็น และตอบคำถามที่ นสพ. ได้ถามไว้ 1 คำถาม แยกตามประเด็น ดังนี้
ประเด็นการซ่อมบำรุง Non magnetic steel
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเรือดำน้ำ U 206 โครงสร้างตัวเรือมี 2 ชั้น คือ ตัวเรือชั้นนอก (Outer Hull) เป็นเปลือกนอกหุ้มตัวเรือชั้นใน โดยประกอบกันเป็นรูปทรงเรือดำน้ำตามหลัก Hydrodynamic เพื่อให้เรือดำน้ำสามารถเคลื่อนที่ใต้น้ำได้อย่างคล่องตัว ไม่ได้รับแรงกดดันของน้ำเนื่องจากจะมีน้ำอยู่ทั้งสองด้าน (ด้านในและด้านนอก) ทำให้ไม่มีความแตกต่างของแรงกดดันของน้ำ การประกอบตัวเรือชั้นนอกเป็นรูปทรางเรือดำน้ำใช้วิธีการหยึดด้วยหมุด ตัวเรือชั้นใน (Inner Hull or Pressure Hull) มีลักษณะเป็นทรงกระบอกหรือท่อน้ำ เป็นส่วนที่รับแรงกดดันของน้ำและต้องรักษาความดันบรรยากาศภายในให้เป็นปกติ การสร้างตัวเรือภายในเป็นสิ่งที่ยากและละเอียดอ่อน ซึ่งจะต้องได้รับการควบคุมเป็นพิเศษ เพราะการบิดเบี้ยวแม้เพียงเล็กน้อยก็จะทำให้สูญเสียความต้านทานแรงกดดันของน้ำไปมากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ การประกอบ non magnetic steel เป็นตัวเรือภายในต้องใช้การเชื่อม ซึ่งแน่นอนต้องใช้เทคนิคพิเศษ ไม่เหมือนการเชื่อมโลหะธรรมดาทั่วไป และได้รับการตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำอีกด้วยวิธีการที่หลากหลาย เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถรับแรงกดดันของน้ำได้ตามคุณลักษณะ (specification) ของเรือดำน้ำแต่ละรุ่นแต่ละแบบ
การซ่อมบำรุงตัวเรือภายนอกไม่มีปัญหาอะไร เพียงถอดชิ้นส่วนที่ชำรุดออกและนำชิ้นส่วนใหม่ประกอบเข้าที่เดิมเป็นอันเรียบร้อย การซ่อมตัวเรือภายในเป็นสิ่งที่ผู้คัดค้านโครงการเป็นกังวลซึ่งต้องขอบคุณในความหวังดี แต่การซ่อมทำตัวเรือภายในไม่ว่าจะเป็น Steel or Non magnetic Steel จะต้องใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ตรวจสอบโดยเฉพาะ รวมถึงใช้ช่างผู้ชำนาญการเป็นผู้กำกับดูแล โดยปกติการซ่อมทำตัวเรือภายในจะไม่กระทำทุกวัน ทุกอาทิตย์ ทุกเดือน หรือทุกปี แต่จะได้รับการตรวจสอบการต้านทานแรงดัน (Pressure test) ทุกครั้งการเข้ารับการซ่อมใหญ่ตามวงรอบ (Full Dock Cycle) ซึ่งจะมีการซ่อมทำเมื่อมีชำรุดหรือมีความเสี่ยงต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้เท่านั้น ตามโครงการจัดหาเรือดำน้ำ U 206A ครั้งนี้ เรือจำนวน 4 ลำ จะได้รับการซ่อมทำใหญ่ตามวงรอบก่อนส่งมอบ ซึ่งจะได้รับการตรวจสอบแรงดัน การผนึกน้ำ และระบบความปลอดภัยอื่นๆ และออกใบรับรองอนุญาตการใช้งาน ( Construction and Safety Equipment Certificate) ไปจนถึงการซ่อมทำใหญ่ตามวงรอบในครั้งต่อไป ข้อดีของ Non magnetic steel คือไม่เป็นสนิมและไม่มีอำนาจแม่เหล็ก ดังนั้นตัวเรือภายในของ U 206A จึงมีโอกาสน้อยที่จะได้รับความเสียหาย ถึงขั้นจะต้องได้รับการซ่อมทำ แต่ถ้ามีความจำเป็นจริง ๆ วิธีที่เหมาะสมที่สุด คือ การนำเรือไปซ่อมยังอู่เรือที่ได้รับรองมาตรฐานการซ่อมทำในภูมิภาค ซึ่งมีความคุ้มค่ามากกว่าการลงทุนทั้งองค์วัตถุและองค์บุคคล เพื่อรองรับการซ่อมทำตัวเรือภายในด้วยตัวเอง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ การซ่อมคืนสภาพครั้งใหญ่ของเรือดำน้ำ U 209 ของอินโดนีเซีย ซึ่งต้องเดินทางไปรับการซ่อมทำที่อู่ของบริษัท DSME ประเทศเกาหลีใต้ เพราะฉะนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นเรือดำน้ำแบบใด เรือเก่าหรือเรือใหม่ก็ตาม ถ้ามีความจำเป็นต้องได้การซ่อมทำตัวเรือภายใน หนทางที่เหมาะสม เป็นไปได้ และยอมรับปฏิบัติได้ คือการนำเรือไปซ่อมยังอู่ต่อเรือที่ได้รับรองมาตรฐานการซ่อมทำในภูมิภาค
ประเด็นการซ่อมบำรุงตอร์ปิโด
โดยปกติตอร์ปิโดประกอบด้วย 5 ส่วน หลักได้แก่ ส่วนนำวิถี (Nose) ส่วนหัวรบ (Warhead) ส่วนควบคุม (Electronic Control) ส่วนเชื้อเพลิง (Fuel/Battery) และ ส่วนขับเคลื่อน (Propulsion) ตอร์ปิโดที่มากับโครงการจัดหาเรือดำน้ำ U 206A เป็นตอร์ปิโดแบบ DM2A3 บริเวณส่วนหัว (nose) มีตัวรับสัญญาณเสียง (Conformal array) ระบบนำวิถีแบบ Passive homing ใช้สำหรับต่อต้านเรือผิวน้ำและเรือดำน้ำ หัวรบหนัก 230 กิโลกรัม ส่วนเชื้อเพลิงเป็นแบตเตอรี่ชนิด Silver-Zinc จำนวน 3 ส่วนเรียงต่อกัน สามารถเลือกจำนวนแบตเตอรี่ได้ตามระยะยิงที่ต้องการ การขับเคลื่อนใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ไปใบจักรหมุนกลับทาง 2 ใบ ต้องยอมรับว่าข้อมูลด้านการบำรุงรักษายังรวบรวมได้ไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ตามคุณลักษณะของตอร์ปิโดสามารถวิเคราะห์ความต้องการซ่อมทำในระดับผู้ปฏิบัติ และในระดับคลัง (Inventory) ได้ โดยปกติจะเก็บตอร์ปิโดไว้ที่คลัง เมื่อต้องการใช้จะประกอบตอร์ปิโดตามที่ต้องการเพื่อขนส่งไปบรรจุลงเรือก่อนออกปฏิบัติการ การซ่อมบำรุงส่วนใหญ่จึงเป็นการซ่อมทำระดับคลัง ส่วนที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษคือแบตเตอรี่ ซึ่งจะต้องมีเครื่องบรรจุกระแสไฟฟ้า (Charging) และเครื่องคายปะจุไฟฟ้า (Discharging) สำหรับบำรุงรักษาแบตเตอรี่ให้สามารถเก็บกระแสไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนประกอบอื่น ๆ ก็จำเป็นต้องได้รับการบำรุงรักษาและมีเครื่องมือตรวจสอบการทำงานตามระยะเวลาเช่นกัน ก่อนประกอบเพื่อส่งให้เรือใช้งาน ส่วนต่าง ๆ จะได้รับการตรวจสอบก่อนเสมอเพื่อให้แน่ใจว่าตอร์ปิโดพร้อมใช้งาน ซึ่งระบบการทำงานของส่วนนำวิถี ส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และส่วนขับเคลื่อนไม่มีความแตกต่างไปจากตอร์ปิโดเรือผิวน้ำที่กองทัพเรือมีใช้ในปัจจุบัน จึงไม่เกินขีดความสามารถที่กองทัพเรือจะจัดหาเพิ่มเติมได้ในกรณีที่ไม่รวมเครื่องมือเหล่านี้ในโครงการจัดหาเรือดำน้ำ มิเช่นนั้นกองทัพเรือคงจะไม่จัดหาเรือฟริเกต เรือคอร์เวต และเรือตรวจการณ์ปราบเรือดำน้ำที่มีอาวุธหลักในการปราบเรือดำน้ำคือตอร์ปิโดขึ้นระวางประจำการ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อรวบรวมรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว จะรีบนำมานำเสนอให้ทุกท่านได้รับทราบในโอกาสแรกต่อไป
ประเด็นเรื่องการเตรียมทีมแพทย์เฉพาะทางสำหรับกำลังพลเรือดำน้ำ
กองทัพเรือโดยกองเรือดำน้ำมีได้นิ่งนอนใจในประเด็นนี้แต่อย่างใด ขอเรียนว่าปัจจุบันกองทัพเรือมีนายแพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำและการบินสำหรับดูแลผู้ที่ปฏิบัติงานใต้น้ำ ได้แก่ นักทำลายใต้น้ำจู่โจม นักประดาน้ำ และผู้ที่ปฏิบัติงานบนอากาศยาน ได้แก่ นักบิน ช่างเครื่อง รวมถึงผู้ปฏิบัติงานบนอากาศยานทุกนาย การเตรียมทีมแพทย์สำหรับเรือดำน้ำนั้น กองทัพเรือได้เคยส่งนายแพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำไปอบรมหลักสูตรที่ฐานทัพเรือดำน้ำ เมือง Groton, Connecticut USA และส่งไปร่วมสัมมนาเกี่ยวกับการปฏิบัติการเรือดำน้ำอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบันกองเรือดำน้ำร่วมกับกรมแพทย์ทหารเรือกำลังดำเนินการจัดทำมาตรฐานสุขภาพนักดำเรือดำน้ำ เพื่อใช้ในการตรวจสุขภาพร่างกายและจิตใจผู้ที่สมัครคัดเลือกเป็นกำลังพลเรือดำน้ำ มั่นใจได้ว่ากำลังพลเรือดำน้ำจะได้รับการดูแลด้านการแพทย์อย่างถูกต้องและปลอดภัยตามมาตรฐานสากล
ประเด็นคำถามอันแสดงถึงความเขลาทางปัญญาของผู้ให้ข้อมูลและผู้นำข้อมูลมาเผยแพร่ กับคำถามที่ว่า “ทำไมค่าซ่อมเรือถึงมากมายมโหฬารขนาดนี้ ไม่ต้องมี 6 ลำ เอาแค่ลำเดียว แต่เป็นของใหม่ดี ๆ ไปเลย ไม่ดีกว่าหรือ???”
จากคำถามที่ทิ้งไว้ให้ผู้อ่านหนังสือพิมพ์ เป็นการเชียร์ออกนอกหน้าให้ซื้อเรือใหม่อย่างแน่นอน ตามที่ทุกท่านทราบดี ราคาเรือดำน้ำใหม่ ตัวเรือเปล่าข้างในไม่มีอะไรเลย ราคาหมื่นสามพันล้านบาท ถ้ารวมอุปกรณ์ระบบอำนวยการรบด้วยราคาเพิ่มขึ้นถึงลำละ 20,000 กว่าพันล้านบาท ซึ่งในสถานการณ์อุทกภัยของประเทศในขณะนี้คงไม่เหมาะเป็นแน่แท้ เสนอไปก็มีแต่คนด่ากันตลอดลำน้ำเจ้าพระยาถึงลำน้ำปิง วัง ยม และน่าน แต่นั้นไม่ใช้ประเด็นสำคัญ แต่ที่สำคัญ คือ ธรรมชาติของกำลังรบทางเรือจำเป้นต้องกลับเข้าฐานทัพรับการส่งกำลังบำรุง พักผ่อนกำลังพล ซ่อมบำรุงตามระยะเวลา ไม่สามารถลอยคออยู่ในทะเลได้ตลอด 365 วันในหนึ่งปี จากการศึกษาวงรอบการซ่อมบำรุงเรือดำน้ำพบว่าถ้าต้องการเรือดำน้ำปฏิบัติการในทะเลตลอดระยะเวลา 365 วันในหนึ่งปีอย่างต่อเนื่องจะต้องมีเรือดำน้ำอย่างน้อย 4 ลำ ถ้าให้แน่ใจจริง ๆ ต้องมีจำนวน 6 ลำ จึงจะมีความแน่นอนที่สุด ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดได้แก่ จำนวนเรือดำน้ำของกองทัพเรือเยอรมัน และกองทัพเรือออสเตรเลีย ด้วยเหตุผลนี้จึงเป็นที่มาของความต้องการเรือดำน้ำ จำนวน 4 ลำ การมีเรือดำน้ำลำเดียวจะทำให้ขีดความสามารถในการป้องปรามหมดไป เนื่องจากฝ่ายตรงข้ามจะทราบเสมอเมื่อเรือดำน้ำออกจากท่า จากภาพถ่ายดาวเทียม หรือสายข่าวที่มีอยู่เต็มไปหมดทุกพื้นที่สำคัญทางทหาร จึงสามารถส่งข่าวเตือนภัยให้กำลังทางเรือของตนทราบ เมื่อเรือดำน้ำกลับเข้าฐานทัพก็จะแจ้งให้กำลังของตนทราบเพื่อให้ปฏิบัติภารกิจต่อไปเมื่อปราศจากภัยคุกคามใต้น้ำ เหมือนกับ ”แมววิ่งไล่จับหนู” แต่ถ้ามีเรือดำน้ำอยู่ในพื้นที่ปฏิบัติการตลอดเวลา ใครจะทำอะไรก็ต้องใคร่ครวญไตร่ตรองให้รอบคอบก่อน เพราะคุณสมบัติของเรือดำน้ำที่ว่า Unseen But On Scene
การอธิบายชี้แจงในครั้งนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้อ่านจะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับเรือดำน้ำมากขึ้น และใช้ในการพิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจสนับสนุนหรือคัดค้าน กองทัพเรือ กองเรือดำน้ำ ยอมรับฟังเหตุผลเสมอ แต่ขอให้มีความชัดเจนตรงไปตรงมา แต่ถ้าใช้วิชามารก็รับไม่ได้เช่นกัน
คำอธิบายนี้เป็นการนำเสนอความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหน่วยงาน ถ้ามีข้อความทำให้เสื่อมเสียต่อผู้ถูกพาดพิง ผู้เขียนขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
นาวาโท วีระชัย จุฬารมย์
http://www.facebook.com/notes/submarine-squadron-%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3-%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3/%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99-%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B9%8C%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1-%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%9D%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88-%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3-%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%82/261820640522624 |
Comments
RSS feed for comments to this post.