|

07/03/2555 17.00 น. ThaiArmedForce.com - Thales เผยได้รับคัดเลือกในโครงการปรับปรุง ร.ล.คำรณสินธุ และได้เสนอทางเลือกในการปรับปรุงเรืออีก 4 ชุดให้กับกองทัพเรือไทย
บริษัท Thales ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้รับการคัดเลือกจากกองทัพเรือไทยในโครงการปรับปรุงระบบการรบของเรือตรวจการณ์ปราบเรือดำน้ำชุด ร.ล.คำรณสินธุ จำนวน 3 ลำ และได้ลงนามในสัญญากับกองทัพเรือเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยผู้บัญชาการทหารเรือเป็นตัวแทนของฝ่ายไทย และขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตามสัญญา
Mr. Pim Van Wensveen ที่ปรึกษาอาวุโสด้านระบบอาวุธทางเรือของ Thales ได้ให้รายละเอียดกับ ThaiArmedForce.com ระหว่างงาน Defense & Security 2012 ว่าโครงการนี้ประกอบด้วย
(1) การเปลี่ยนระบบอำนวยการรบจากระบบ NAUTIS-P ของ BAE เป็นระบบ TACTICOS ที่มีคอนโซลควบคุมการทำงาน 2 ชุด (2) การเปลี่ยนระบบออปโทรนิกส์ควบคุมการยิง Sea Archer ของ BAE เป็นระบบ Mirador (3) การเชื่อมต่ออุปกรณ์เดิมภายในเรือเข้ากับระบบ TACTICOS ประกอบด้วยระบบตรวจจับ คือ เรดาร์ตรวจการณ์ทางอากาศ AWS-4 ของ BAE เรดาร์เดินเรือ Bridgemaster E ของ Sperry Marine ศูนย์เล็งกำหนดเป้าหมายสำหรับปืนใหญ่กล (TDS) และโซนาร์ DSQS-21 ของ Atlas ระบบอาวุธ คือ ปืนใหญ่เรือ 76/62 มม. ของ OTO Melara และปืนใหญ่กล 30/82 มม. ของ Breda/Rheinmetall แต่ไม่รวมถึงแท่นยิงตอร์ปิโด และระบบนำร่องต่างๆ
ทั้งนี้แม้ว่า Thales ได้เสนอให้กองทัพเรือเปลี่ยนเรดาร์ AWS-4 เป็นเรดาร์ตรวจการณ์พื้นน้ำ/อากาศ Variant (ทำงานในช่วงความถี่ C-band และ X-band) พร้อมระบบพิสูจน์ฝ่าย TSB2525 ที่ทันสมัยกว่า (ใช้งานอยู่กับเรือชุด ร.ล.กระบี่) แต่กองทัพเรือยังคงเลือกใช้เรดาร์เดิม ซึ่งน่าจะมาจากงบประมาณที่จำกัด Thales ก็ยังคาดหวังว่ากองทัพเรืออาจจะเลือกที่จะเปลี่ยนเรดาร์เมื่อได้รับงบประมาณเพิ่มเติมในอนาคต


Thales กล่าวว่านี่เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ทาง Thales ได้รับความไว้วางใจจากกองทัพเรือไทยในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ตั้งแต่โครงการเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งชุด ต.991 และ ต.994 รวม 6 ลำ โครงการปรับปรุงระบบการรบของเรือตรวจการณ์ปืนชุด ร.ล.สัตหีบ 3 ลำ และโครงการเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุด ร.ล.กระบี่ อีก 1 ลำ ซึ่งทั้งหมดใช้ระบบอำนวยการรบแบบ TACTICOS เป็นแกนหลักเหมือนกัน รวมทั้งใช้ระบบตรวจจับและควบคุมการยิง และระบบรวมการสื่อสารจาก Thales เช่นกัน
ในอนาคต Thales ยังได้เสนอแผนการปรับปรุงเรือผิวน้ำชุดอื่นๆ ของกองทัพเรือไทยเช่นเดียวกัน เพื่อให้เทคโนโลยีของเรือแต่ละลำในกองทัพเรืออยู่ในระดับที่ก้าวทันกัน นอกจากเรือตรวจการณ์แบบต่างๆ ที่ Thales มีส่วนรับผิดชอบในการก่อสร้างหรือปรับปรุงดังที่กล่าวไปแล้ว และเรือฟริเกต ชุด ร.ล.กระบุรี ที่กำลังดำเนินการปรับปรุงโดยบริษัทจากประเทศจีน นอกจากนี้แม้ว่าทาง Thales จะรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้รับการคัดเลือกจากกองทัพเรือในโครงการปรับปรุงระบบการรบ/ระบบอาวุธของเรือฟริเกตชุด ร.ล.นเรศวร ที่ Thales เห็นว่าบริษัทของตนน่าจะได้รับการคัดเลือกมากกว่าบริษัท Saab ของสวีเดน แม้ว่าเงื่อนไขของกองทัพเรือจะต้องการให้ระบบอำนวยการรบใหม่ที่จะติดตั้งสามารถเชื่อมต่อกับระบบ Tactical data-link ของสวีเดนได้ก็ตาม แต่ระบบของ Thales ก็สามารถทำการเชื่อมต่อ (Integrate) กับ link ของสวีเดนหรือรวมทั้ง Thai-link ที่กองทัพไทยพัฒนาขึ้นเองได้เช่นกัน โดยไม่จำเป็นจะต้องใช้อุปกรณ์ของ Saab แต่อย่างใด

สำหรับในอนาคต Thales ได้ให้ข้อมูลกับ ThaiArmedForce.com ว่า Thales มีแผนงานที่จะเสนอให้กับกองทัพเรือเพื่อปรับปรุงระบบการรบของเรืออีก 4 ชุด คือ
เรือตรวจการณ์ปืน ชุด ร.ล.หัวหิน 3 ลำ (ซึ่งมีพื้นฐานจากเรือชุด ร.ล.คำรณสินธุ และมีแผนแบบใกล้เคียงกันมาก) จะได้รับการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรบให้สูงขึ้น โดยอาจจะมี (1) การติดตั้งระบบอำนวยการรบ TACTICOS (คอนโซล 3 ชุด) เรดาร์ Variant พร้อมระบบพิสูจน์ฝ่าย TSB2525 เรดาร์และออปโทรนิกส์ควบคุมการยิง LIROD Mk.2 (เหมือนกับ ร.ล.กระบี่) ศูนย์เล็งปืน TDS ระบบรวมการสื่อสาร ICS ระบบรวมการเดินเรือ INS (2) เชื่อมต่อเรดาร์เดินเรือของ Sperry Marine ที่มีอยู่เดิม 2 ชุด เข้ากับระบบ TACTICOS (3) เชื่อมต่อระบบอาวุธที่จะติดตั้งใหม่ คือ ปืนใหญ่เรือ 76/62 มม. ของ OTO Melara และปืนใหญ่กล 30 มม. ของ MSI/ATK เข้ากับระบบ TACTICOS (อาวุธเหล่านี้ควรติดมาพร้อมกับเรือตั้งแต่ต้น แต่ด้วยงบประมาณจำกัดขณะนั้นจึงไม่สามารถจัดหาได้)
นอกจากนี้ Thales ยังเสนอการติดตั้งแท่นยิงแบบ Tetral สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีพื้น-สู่-อากาศ Mistral 4 นัด อีก 1 แท่น ด้วย ทั้งนี้การปรับปรุงเรือชุดนี้น่าจะคุ้มค่ามาก เพราะ เรือมีอายุเพียงประมาณ 10 ปีเท่านั้น

นอกจากนี้หลังจากที่กองทัพเรือได้ส่งเรือผิวน้ำเข้าปฏิบัติการปราบปรามโจรสลัดในอ่าวเอเดนไปแล้ว 2 ครั้ง เพื่อให้การปฏิบัติการในอนาคตมีประสิทธิภาพดีขึ้นและสามารถปฏิบัติการร่วมกับกองทัพเรือต่างประเทศได้ (โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านระบบ link-11) ทาง Thales จึงเสนอแผนปรับปรุงระบบการรบของเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ชุด ร.ล.ปัตตานี 2 ลำ และเรือส่งกำลังบำรุงขนาดใหญ่ ชุด ร.ล.สิมิลัน 1 ลำ โดยเน้นการเพิ่มการหยั่งรู้สถานการณ์ (Situational Awareness) ให้สูงขึ้น
โดยแผนแบบที่เสนอประกอบด้วย (1) การติดตั้งระบบอำนวยการรบ TACTICOS (คอนโซล 1 ชุด) (ในเรือ ตกก. จะเชื่อมต่อกับระบบ COSYS ของ Atlas ที่มีอยู่เดิม และระบบ COSYS จะใช้เพื่อการใช้อาวุธ/ควบคุมการยิงเป็นหลัก) (2) การเปลี่ยนเรดาร์ RAN-30X/I ของ Selex เป็นเรดาร์ Variant พร้อมระบบพิสูจน์ฝ่าย TSB2525 (3) การเชื่อมต่อสัญญาณภาพจากระบบออปโทรนิกส์ควบคุมการยิง TMX/EO ของ Rhienmetall เข้ากับระบบ TACTICOS (4) การติดตั้งระบบ ESM (เฉพาะเรือ ตกก.) (5) การติดตั้งระบบ link-11 เพื่อรับส่งข้อมูลกับเรือและอากาศยานของกองทัพเรือต่างประเทศที่ปฏิบัติการในพื้นที่ร่วมกัน และกับศูนย์ควบคุมบัญชาการรบบนฝั่งของกองทัพต่างประเทศ (กองทัพเรือได้เคยทดลองใช้ Terminal ของ link-11 ระหว่างปฏิบัติการในโซมาเลียมาแล้ว) (6) การติดตั้งระบบรับข้อมูลจากอุปกรณ์แสดงตนเองอัตโนมัติของเรือและอากาศยาน (Automatic Identification System: AIS และ Automatic Dependent Surveillance-Broadcast: ADS-B) เพื่อช่วยในการระบุฝ่าย ระบุตำแหน่ง และช่วยในการค้นหาข้อมูลหลักฐานการจดทะเบียนต่างๆ (เช่น ชื่อ หมายเลข ชื่อเจ้าของ ภาพถ่าย ฯลฯ) ของเรือและอากาศยานพลเรือน ที่ผ่านเข้ามาในพื้นที่รอบๆ เรือ ในระยะที่ไกลกว่าที่ระบบตรวจจับของเรือจะตรวจพบได้ตามปกติ (โดยเฉพาะเป้าอากาศ ที่เรือบางลำไม่มีเรดาร์ตรวจการณ์ทางอากาศ) และสะดวกกว่าการใช้ระบบ IFF ปกติ (ซึ่งใช้ได้เฉพาะกับอากาศยานเท่านั้น)


สำหรับเรือผิวน้ำที่ติดตั้งระบบควบคุมการยิง WM-series ซึ่งปัจจุบันใช้งานมานานแล้ว แต่ยังมีอายุการใช้งานเหลืออยู่ในระดับที่คุ้มค่าจะปรับปรุงในระดับจำกัด (โดยไม่มีการเปลี่ยนเรดาร์ใหม่) เช่น เรือคอร์เวต ชุด ร.ล.รัตนโกสินทร์ เรือเร็วโจมตีปืน ชุด ร.ล.ชลบุรี หรือเรือเร็วโจมตีอาวุธปล่อยนำวิถี ชุด ร.ล.ราชฤทธิ์ ทาง Thales ได้เสนอแผนการปรับปรุงเพื่อเพิ่มการหยั่งรู้สถานการณ์ให้สูงขึ้น คล้ายกับในเรือชุด ร.ล.ปัตตานี โดยปรับระบบ WM ไปเป็นระบบรองของระบบ TACTICOS ที่ติดตั้งใหม่ ซึ่งจะเข้าไปแทน Tactical Display Console (TDC) เดิม และจะมีการติดตั้งระบบ AIS และ ADS-B ด้วยเช่นกัน
ThaiArmedForce.com ได้สอบถามเกี่ยวกับโครงการปรับปรุงเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ ชุด ร.ล.จักรีนฤเบศร ซึ่ง Thales ได้กล่าวว่ากองทัพเรือมีแผนความต้องการเรดาร์ที่มีระยะตรวจจับราว 250 กิโลเมตร และระบบอำนวยการรบใหม่สำหรับเรือลำนี้มาหลายปีแล้ว แต่โครงการยังไม่มีความแน่นอน โดยกองทัพเรือเสนอโครงการนี้ครั้งแรกเมื่อกว่า 6 ปีมาแล้ว
นอกจากนี้ Thales ยังได้สนทนากับ ThaiArmedForce.com เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการปรับปรุงเรือฟริเกตชุด ร.ล.เจ้าพระยา 2 ลำ และโครงการเรือฟริเกตแบบใหม่ของกองทัพเรือในอนาคตอีกด้วย
สมาชิก TAF ที่สนใจในประเด็นนี้ สามารถร่วมพูดคุยได้ที่กระทู้ในเว็บบอร์ด
"RENAMED:บทบาทของเรือ ตกด.ชุดคำรณสินธุ/การปรับปรุงเรือ"
http://www.thaiarmedforce.com/distribution/viewtopic.php?f=6&t=663
"ที่มาของโครงการเรือ ตกป.ชุดหัวหิน"
http://www.thaiarmedforce.com/distribution/viewtopic.php?f=6&t=735
"MOVED:ขอสอบถามนโยบายทร.ไทยกรณีโจรสลัดโซมาเลียจับเรือประมงไทย"
http://www.thaiarmedforce.com/distribution/viewtopic.php?f=32&t=1487
"SPLITED: เรือ ฟก. high-end ตามแผนยุทธศาสตร์ ทร. ปี 51-60"
http://www.thaiarmedforce.com/distribution/viewtopic.php?f=6&t=783

|
Comments
ขอบคุณที่นำมาอั พเดทให้ฟังครับ
RSS feed for comments to this post.