|
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์ในเครื่องแบบจอมพลเรือ |
|
|
|
|
Written by Administrator
|
|
Saturday, 07 July 2012 18:07 |
|
 ภาพโดยนันทสิทธิ์ นิตย์เมธา
07/07/2555 18.00 น. ThaiArmedForce.com - วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จพระราชดำเนินทางชลมาทเพื่อทรงทำพิธีเปิดโครงการชลประทานอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง 5 โครงการ โดยทรงเสด็จพระราชดำเนินด้วยเรือพระที่นั่งอังสนาซึ่งเป็นเรือรับรองพิเศษที่กองทัพเรือจัดถวาย โดยจะเสด็จพระราชดำเนินตั้งแต่ที่ประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ไปจนถึงเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงฉลองพระองค์ในชุดจอมพลเรือ ตามสถานะของพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นจอมทัพไทย และทรงพระยศ จอมพล, จอมพลเรือ, จอมพลอากาศ
ThaiArmedForce.com ขอถวายพระพรให้พระองค์ทรงพระเจริญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ในโอกาสนี้ TAF ขอนำเกร็คความรู้บางส่วนเกี่ยวกับยศจอมพลเรือมาฝากสมาชิกทุกท่าน ขอขอบคุณเว็บนักเรียนนายเรือรุ่น 34 สำหรับข้อมูลครับ
ยศจอมพลเรือ เป็นยศทหารเรือที่สูงที่สุด ผู้ที่จะได้รับพระราชทานยศนี้ จะต้องเป็นผู้ที่ทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติอย่างดีเยี่ยม และจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างดีด้วย ในกองทัพเรือไทย ก็มีผู้ที่ได้รับพระราชทานยศจอมพลเรือเพียงไม่กี่ท่าน
ยศจอมพลเรือ เริ่มแรกทีเดียวถือเป็น "ตำแหน่ง" เรียกว่า "นายทัพเรือ" ซึ่งได้ทรงกระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานสัญญาบัตรและทรงกำหนดศักดินา ๑๐,๐๐๐ เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๓๑ ซึ่งเป็นภายหลังจากที่ได้ทรงประกาศจัดการทหารแบบยุโรปขึ้นแล้ว
ยศ "นายทัพเรือ" ได้เริ่มมีตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๓๑ เรื่อยไปจนกระทั่งถึง พ.ศ.๒๔๔๘ จึงเรียกยศ "นายทัพเรือ" เป็น "จอมพล" ดังปรากฏตามหลักฐานในพระราชกำหนดเครื่องแต่งตัวทหารเรือ ซึ่งตราขึ้นเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๔๘ ว่า "จอมพลมีเครื่องหมายยศและสายโยงยศจากบ่าขวาสอดใต้แขน ๑ สาย เป็นเครื่องหมายจอมพล" ในโอกาสนี้ยศนายทัพเรือได้เลิกไปโดยปริยายเพราะไม่ได้กล่าวถึงอีก
ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ได้มีพระบรมราชโองการ เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๕๓ เรื่อง ประกาศยกเลิกการใช้สายยงยศสำหรับตำแหน่งจอมพลว่า "จอมพลเป็นยศทหารส่วนหนึ่งหาใช่ตำแหน่งไม่" ต่อมาในวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๕๔ ได้มีพระบรมราชโองการตราพระราชบัญญัติศักดินาทหารเรือขึ้น โดยให้จอมพลเรือมีศักดินา ๑๐,๐๐๐ ครั้นถึงวันที่ ๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๗๙ ได้มีประกาศใช้พระราชบัญญัติยศทหารขึ้น ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้จะเห็นได้ว่ายศ "จอมพลเรือ" เทียบเท่าจอมพลและจอมพลอากาศ ต่อมาในวันที่ ๙ มีนาคม พ.ศ.๒๔๙๗ ได้ตราพระราชบัญญัติให้นายทหารที่ได้รับยศจอมพล จอมพลเรือและจอมพลอากาศ รับราชการอยู่จนตลอดชีวิต โดยมีเหตุผลว่าเนื่องจากยศ จอมพลเป็นยศสูงสุดของทหาร นายทหารที่ได้รับยศชั้นนี้ จะต้องเป็นผู้ที่ได้ทำประโยชน์อันยิ่งใหญ่แก่ประเทศชาติ หรือได้ประกอบคุณงามความดีในเมื่อมีการรบหรือการสงคราม ทั้งเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถสูง อยู่ในชั้นที่จะรับใช้ประเทศทุกขณะ จึงเป็นการสมควรที่จะได้รับราชการอยู่จนตลอดชีวิต แต่พระราชบัญญัติดังกล่าวได้ถูกยกเลิกไปเมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๐๑ โดยให้เหตุผลว่าการที่บัญญัติให้นายทหารที่มียศจอมพลรับราชการอยู่จนตลอดชีวิตนั้นไม่เหมาะสม จึงสมควรแก้ไขในเรื่องนี้ เพื่อให้นายทหารดังกล่าวรับราชการเช่นเดียวกับข้าราชการทั่วไป
ยศจอมพลเรือนี้คือยศ "นายทัพเรือ" เดิมและเทียบตำแหน่ง "แม่ทัพ" ฉะนั้นจึงได้มีระเบียบการขอพระราชทานยศชั้นนี้ไว้ว่า "การขอพระราชทานยศจอมพลเรือนั้นจะกระทำได้เฉพาะผู้มีความดีความชอบที่ได้อำนวยการ หรือนำทหารเข้าทำการรบ หรือการสงครามได้ผลดียิ่งเท่านั้น"
ผู้ที่ได้รับพระราชทานยศจอมพลเรือของกองทัพเรือไทย มี่รายพระนามและนามดังต่อไปนี้
๑. จอมพลเรือ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ได้รับพระราชทานยศจอมพลเรือ เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๕๖ ๒. จอมพลเรือ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต ได้รับพระราชทานยศจอมพลเรือ เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๖๐ ๓. จอมพลเรือ หลวงพิบูลสงคราม (แปลก-ขีตตะสังคะ) ได้รับพระราชทานยศจอมพลเรือ เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๘๔ ๔. จอมพลเรือ หลวงยุทธศาสตร์โกศล (ประยูร ยุทธศาสตร์โกศล) ได้รับพระราชทานยศ เมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๙๙ ๕. จอมพลเรือ สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้รับพระราชทานยศ เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๐๒ ๖. จอมพลเรือ ถนอม กิตติขจร ได้รับพระราชทานยศ เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๐๗ ๗. จอมพลเรือ ประภาส จารุเสถียร ได้รับพระราชทานยศ เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๑๖
http://www.navy34.com/index.php/known-your-navy/272-2009-06-16-16-10-36 |
|
Last Updated on Thursday, 12 July 2012 10:06 |
Comments
ราชา มาจากภาษาสันสกฤ ตที่ว่า ราชะ แปลว่า พอใจ หมายถึง เมื่อทำในสิ่งที ่ปวงชนพอใจจึงร้ องขึ้นมาว่า ราชะ ราชะ ราชะ
RSS feed for comments to this post.