07/12/2554 22.00 น. ThaiArmedForce.com - Gripen C/D ของกองทัพอากาศไทยสองลำเข้าร่วมจอดตั้งแสดงในงานแสดงการบิน Langkawi International Maritime and Aerospace หรือ LIMA ที่เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 6 - 10 ธันวาคม 2554
กองทัพอากาศไทยลงนามในสัญญาจัดหาระบบควบคุมและบังคับบัญชาทางอากาศกับบริษัทซาบ โดยสัญญามีมูลค่า 473 ล้านบาทระบบ ACCS (Air Command and Comtrol System) คือระบบควบคุมและบังคับบัญชาซึ่งกองทัพอากาศไทยได้รับมอบพร้อมกับการจัดหาเครื่องบินขับไล่แบบ Gripen จากประเทศสวีเดน โดยจะเป็นระบบที่พัฒนาต่อจากระบบป้องกันภัยทางอากาศของไทยหรือ RTADS (Royal Thai Air Defense System) ACCS จะทำให้กองทัพอากาศไทยมีระบบควบคุมและสั่งการซึ่งจะทำให้ผู้ควบคุมอากาศยานภาคพื้นดินสามารถรับรู้สถานการณ์ที่เครื่องบินขับไล่ เครื่องบินตรวจการณ์กำลังเผชิญอยู่ รวมถึงข้อมูลจากระบบตรวจจับและระบบเรดาร์ต่าง ๆ เข้ามาประมวลผลเพื่อตัดสินใจในการสั่งการ และส่งข้อมูลและคำสั่งกลับไปยังเครื่องบินขับไล่เพื่อปฏิบัติภารกิจต่อไป
มีรายงานข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศว่ากองทัพอากาศไทยได้ลงนามจัดหาระบบอากาศยานไร้นักบิน (UAV) แบบ Aerostar จากบริษัท Aeronautics ของประเทศอิสราเอลหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศในปี 2540 ผ่านพ้นไป กองทัพอากาศไทยได้ดำเนินการปรับโครงสร้างกำลังรบของตนใหม่ และหนึ่งในนั้นก็คือ โครงการจัดตั้งฝูงบินที่ปฏิบัติการด้วยอากาศยานไร้นักบินในจำนวน 1 ฝูง หรืออัตรา 10 - 12 เครื่อง ตามเอกสารที่มีการแผยแพร่ในเว็บไซต์ของกองทัพอากาศ
FMV และ Saab จัดพิธีส่งมอบเครื่องบินเครื่องบินแจ้งเตือนล่วงหน้าแบบซาบ 340 เออีดับเบิ้ลยู และซาบ 340 รุ่นสำหรับการขนส่งและลำเลียงให้กับกองทัพอากาศไทยเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ณ โรงงานของซาบในเมือง Lingkoping ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นการส่งมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศซึ่งกองทัพอากาศไทยจัดหาเข้าประจำการในสัญญาที่ลงนามในเดือนกุมภาพันธุ์ 2551 โดยในพิธีมีพลอากาศโท ทรงธรรม โชคคณาพิทักษ์ รองเสนาธิการทหารอากาศ เป็นตัวแทนฝ่ายไทยทำการรับมอบสมุดบันทึกการบินของเครื่องบิน หลังจากนั้นนาย Per Nilsson ผู้จัดการโครงการในประเทศไทยของ FMV ทำการลงนามในหนังสือนำส่งเครื่องบินทั้งสองลำซึ่งจะเดินทางมายังประเทศไทยผ่านประเทศต่าง ๆ โดยเครื่องบินทั้งสองลำจะมาถึงประเทศไทยในวันที่ 18 ธันวาคม โดยจะจอดแวะพักที่กองบิน 6 ดอนเมือง ก่อนจะเดินทางไปยังกองบิน 7 สุราษฎ์ธานี เพื่อรอเข้าประจำการและทำพิธีรับมอบต่อไป
บทความในภาษาสวีเดนจากเว็บไซต์ของ FMV แปลโดย Google Translate ครับ
ช่างอากาศยานเป็นกลุ่มบุคคลที่สำคัญที่สุดกลุ่มหนึ่งของการปฏิบัติงานของเครื่องบินขับไล่ เช่นเดียวกัน ในการจัดหาเครื่องบินขับไล่แบบ Gripen นั้น กองทัพอากาศได้ส่งช่างอากาศยานไปเข้ารับการฝึกที่ประเทศสวีเดนเป็นจำนวน 20 นาย การฝึกกินระยะเวลาเกือบ 1 ปี โดยเริ่มตั้งแต่หลักสูตรการฝึกเปลี่ยนแบบไปสู่การปฏิบัติงานกับ Gripen การทำความเข้าใจกับระบบต่าง ๆ ที่ติดตั้งอยู่บนตัวอากาศยาน ซึ่งสำหรับช่างเทคนิคบางท่านนั้นเป็นเหมือนการกระโดดก้าวข้ามจากการซ่อมบำรุงเครื่องบินขับไล่ในยุคที่ 3 อย่าง F-5 ไปสู่การซ่อมบำรุงเครื่องบินขับไล่ในยุคที่ 4.5 ที่ทันสมัยอย่าง Gripen ซึ่งในการฝึกนั้นยังรวมถึงการเข้ารับการฝึกในเครื่องฝึกจำลองการซ่อมบำรุงอีกด้วย
หลังจากการเรียนภาคทฤษฏีนั้น ช่างอากาศยานทั้ง 20 นายจะแยกเป็นสองกลุ่มเพื่อเข้ารับการฝึกในภาวะการทำงานจริงหรือ On-The-Job Training โดยกลุ่มหนึ่งได้เข้ารับการฝึกที่กองบิน F7 Satenas และอีกกลุ่มหนึ่งจำนวน 10 นายได้เข้ารับการฝึกที่กองบิน F17 Ronneby ซึ่งมีอากาศหนาวเย็น การฝึกแบบ On-The-Job Training นั้นจะทำให้ช่างอากาศยานได้มีโอกาสทำงานในสภาวะการปฏิบัติการจริง ซึ่งจะมีรายละเอียดเฉพาะที่ต้องเจอและหาไม่ได้ในการฝึกกับเครื่องฝึกจำลอง ซึ่งการฝึกแบบ On-The-Job Training นี้จะช่วยเพิ่มประสบการณ์ให้กับช่างอากาศยานในการปฏิบัติงานจริง และจะเป็นการช่วยลดข้อผิดพลาดเมื่อต้องมาทำงานจริงเมื่อทุกคนกลับมาสู่ประเทศไทย และจะช่วยให้กองทัพอากาศไทยสามารถประกาศความพร้อมรบของฝูงบินขับไล่ Gripen ได้ภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2554 ซึ่งถือว่าเร็วกว่าปกติมาก ทั้งนี้ ในการปฏิบัติงานที่ประเทศไทยจะมีช่างอากาศยานจากกองทัพอากาศสวีเดนเข้ามาประจำการในประเทศไทยเป็นเวลา 2 ปีเพื่อคอยให้คำแนะนำและให้การสนับสนุนการซ่อมบำรุงอีกด้วย
ขอขอบคุณบทความจากกองทัพอากาศสวีเดน บทความถูกเขียนในภาษาสวีเดน แปลโดย Google Translate ครับ
Username
Password
Remember Me