


| TAF Special #21 - USN 7th Fleet Flagship, USS Blue Ridge | เยี่ยมชมเรือธงของกองทัพเรือที่ 7 |
|
|
|
| Written by Administrator |
| Monday, 19 April 2010 00:20 |
|
นับจากช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมาซึ่งเป็นช่วงแห่งการก่อตั้งกองทัพเรือที่ 7 ของกองทัพเรือสหรัฐ (United States Seventh Fleet) เพื่อรับหน้าที่ดูแลรักษาความมั่นคงและผลประโยชน์ของสหรัฐในมหาสมุทรแปซิฟิก กองทัพเรือที่ 7 ได้เข้าร่วมการรบกับแทบทุกสงครามขนาดใหญ่ของสหรัฐที่เกิดขึ้นในภูมิภาคแถบนี้ ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองเช่น การรบที่อ่าวเลเต้ในฟิลิปปินส์ การยกพลขึ้นบกที่อินชอนในสงครามเกาหลี การอพยพคนออกจากไซ่ง่อนในสงครามเวียดนาม และยังเข้าร่วมกับปฏิบัติการในอิรักและอัฟกานิสถานอีกด้วย กองทัพเรือที่ 7 มีที่ตั้งอยู่ ณ ฐานทัพเรือในโยโกสุกะ ประเทศญี่ปุ่น มีกำลังในการบังคับบัญชาประกอบไปด้วยเรือรบ 60 ลำ อากาศยาน 200 ลำ และกำลังพลเกือบ 6 หมื่นนายซึ่งออกปฏิบัติการทั่วแปซิฟิก เรือ USS Blue Ridge เป็นเรือลำแรกในเรือบังคับบัญชาชั้น Blue Ridge ซึ่งถูกต่อออกมาเพียงสองลำเท่านั้น โดยเรือได้รับการออกแบบมาให้เป็นเรือบังคับบัญชาลอยน้ำ ถูกกำหนดให้เป็นเรือธงเต็มเวลา (Full Time Flagship) ของกองทัพเรือที่ 7 มีความสามารถในการควบคุม บังคับบัญชา สื่อสาร คอมพิวเตอร์ และการข่าวกรอง (Command, Control, Communications, Computers and Intelligence) ให้กับกองทัพเรือที่ 7 ซึ่งหมายความว่าทุก ๆ ปฏิบัติการของกองทัพเรือที่ 7 จะถูกควบคุมผ่านเรือลำนี้ตลอด 24 ชั่วโมง
ผู้บังคับการของเรือ USS Blue Ridge คือนาวาเอก Rudy Lupton ได้ให้เกียรติกล่าวต้อนรับและเล่ารายละเอียดของการเดินทางมาเยือนประเทศไทยในครั้งนี้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกเรือได้พักผ่อนหลังจากทำงานในทะเลแล้ว ก็ยังเป็นการเปิดโอกาสให้นายทหารทั้งของกองทัพเรือที่ 7 ของสหรัฐและกองทัพเรือไทยได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกันเพื่อกระชับความสัมพันธ์และเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกันอีกด้วย
นอกจากนั้นยังได้จัดของเล่น ของใช้ เพื่อมอบให้กับโรงเรียนในตัวจังหวัด รวมถึงจัดวงดนตรีไปร่วมทำการแสดงกับวงดนตรีของไทยอีกด้วย
และหลังจากนั้น นายทหารของเรือก็พาคณะของเราเยี่ยมชมตัวเรือ
ซึ่งทำให้กำลังพลบนเรือลำนี้มีสองส่วนก็คือ กำลังพลประจำเรือ USS Blue Ridge และกำลังพลของกองทัพเรือที่ 7 ทำให้นอกจากห้องทำงานของนายทหารประจำเรือแล้วยังมีห้องทำงานของผู้บังคับบัญชาของหน่วยต่าง ๆ ในกองทัพเรือที่ 7 อีกด้วย
เราเดินชมเฮลิคอปเตอร์อยู่สักครู่ ระหว่างที่เราพูดคุยกับนายทหารประจำเรือนั้น เราก็ถามว่าเรือลำนี้เคยเข้าร่วมการปฏิบัติการอพยพคนออกจากไซ่ง่อนในช่วงปลายของสงครามเวียดนามด้วยใช่ไหม เจ้าหน้าที่ของเรือก็เล่าให้เราฟังว่า USS Blue Ridge เข้าร่วมเป็นเรือบัญชาการของ Task Force 76 ของกองทัพเรือที่ 7 ใน Operation Frequent Wind ซึ่งเป็นปฏิบัติการอพยพด้วยเฮลิคอปเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา พร้อมชี้ให้ดูท้ายเรือตรงจุดลงจอดของเฮลิคอปเตอร์ จุดนี้คือจุดที่กำลังพลประจำเรือรับเฮลิคอปเตอร์ที่มาลงจอด และเข็นเฮลิคอปเตอร์ทิ้งลงทะเลหลังจากที่รับผู้อพยพขึ้นมาบนเรือจนเต็มแล้ว เพื่อเปิดพื้นที่เพิ่มเติมให้ผู้อพยพ เฮลิคอปเตอร์ที่ลงจอดส่วนใหญ่จะเป็นเฮลิตอปเตอร์แบบ UH-1 ซึ่งมีใช้งานอยู่มากในสงครามเวียดนาม หลายลำที่ลงจอดได้อย่างปลอดภัย ในการอพยพนั้นมีเฮลิคอปเตอร์จำนวนมากที่ต้องการลงจอด เมื่อเฮลิคอปเตอร์ลงจอดและปล่อยผู้อพยพลงแล้วช่างจะทำการตัดประตูตรงห้องนักบินออก นักบินจะบินขึ้นไปอีกครั้งและกระโดดออกจากเฮลิคอปเตอร์ลงทะเลเพื่อปล่อยให้เครื่องบินตกลงทะเลไป และนักบินก็จะถูกช่วยเหลือโดยเรือกู้ภัย เฮลิคอปเตอร์บางลำลงจอดโดยแทบไม่เหลือเชื้อเพลิงอยู่เลยเนื่องจากต้องบินเป็นเวลานาน และมีเฮลิคอปเตอร์อีกลำที่พยายามจะลงจอดบนลานที่เต็มไปด้วยคนซึ่งมีที่ไม่พอที่จะให้ลงจอดได้ ตัวเฮลิคอปเตอร์จึงชนเข้ากับกราบเรือ แต่ความวุ่นวายทั้งหมดนี้ไม่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว
กราบเรือและลานจอดเฮลิคอปเตอร์ในปัจจุบัน
แม้ว่าเรือลำนี้จะมีความสำคัญมากสำหรับกองทัพเรือที่ 7 แต่เรือก็มีอาวุธป้องกันตนเองเพียงไม่กี่ระบบเท่านั้น โดยไม่มีแม้แต่ปืนเรือ เมื่อเราว่าทำไมจึงเป็นเช่นกัน นายทหารของเรือตอบพร้อมกับยิ้มว่า "อาวุธของเราคือการสื่อสาร เมื่อมีภัยคุกคามเราสามารถเรียกให้กำลังของกองทัพเรือที่ 7 มาสนับสนุนและทำลายภัยคุกคามนั้นได้"
เมื่อถึงควรแก่เวลา เรากล่าวอำลากำลังพลของเรือซึ่งส่วนใหญ่กำลังเตรียมการพักผ่อน และมีอีกส่วนหนึ่งกำลังเตรียมงานเลี้ยงรับรองนายทหารและเจ้าหน้าที่ของฝ่ายไทยบนเรือลำนี้ในตอนค่ำ นอกจากนั้น วงดนตรีของกองทัพเรือที่ 7 จะทำการแสดงให้กับผู้สูงอายุในบ้านพักผู้สูงอายุในเขตจังหวัดชลบุรีในวันที่ 21 เมษายนในช่วงเช้า ส่วนในวันที่ 20 เมษายน เวลา 16.00 - 17.00 นั้นจะทำการแสดงที่มหาวิทยาลัยมหิดล และในวันที่ 21 เมษายนในช่วงบ่าย วงดนตรีจะทำการแสดงที่ศูนย์การค้าอเวนิวในเวลา 16.00 - 17.00 ท่านที่สนใจสามารถไปชมได้ครับ
ทีมงาน ThaiArmedForce.com ขอขอบคุณ
|
| Last Updated on Saturday, 24 April 2010 13:34 |

Comments
ที่นี่ครับ
www.thaiarmedforce.com/taf-gallery/45-world-photos/118-tafwallpaper21.html
ถ้ามันง่ายแบบนั ้นนักบินไทยก็คง ไม่บินไปลงเรือบ รรทุกเครื่องบิน หรอกครับ ฮิวอี้บินมาไม่ถ ึงเมืองไทย และอีกอย่างมันต ้องรับส่งคนขึ้น เรือบรรทุกเครื่ องบิน และเมื่อที่เต็มมันก็มีทาง เดียวคือเอามันท ิ้งทะเล สำหรับต่างประเท ศชีวิตคนสำคัญกว ่าสิ่งของครับ
อ้อ แล้วที่ว่านักบิ น ฮ. ไปโดดลงกลางทะเล เขาไม่เสียวแย่ห รอครับใบพัดอยู่ บนหัวข้างล่างก็ ทะเลลึก
ไม่ใช่ประเด็นนั ้นครับ ฮิ้วอี้ไม่มีพิส ัยที่ไกลพอจะบิน จากไซ่ง่อนรวดเด ียวมาถึงเมืองไท ย นี่คือประเด็นแร ก ประเด็นที่สอง ด้วยสถานการณ์แบ บนั้นคือการช่วย ให้คนรอดชีวิต จะมาสนใจสิ่งของ นั้นไม่ใช่ประเด ็น การจะให้นักบินไ ทยไปรอที่เรือแล ้วบินกลับมามันก ็จะยิ่งเพิ่มควา มยุ่งยากอีก จะต้องยิ่งเปลือ งที่เปลืองทรัพย ากร และที่สำคัญ สถานการณ์ในตอนน ั้นทุกนาทีมีค่า สำหรับทุกชีวิต ไม่มีใครมานั่งส นใจอะไรอย่างอื่ นหรอกครับ โดยเฉพาะฮ.แบบฮิวอี้ซึ่งสำ หรับสหรัฐเป็นฮ.ราคาถูกและผลิตไ ด้เองได้ง่าย ๆ
ส่วนเรื่องที่เล ่ามา ไม่ใช่ความจริงท ั้งหมดครับ
กระโดดลงทะเลก็เ ป็นความเสี่ยงแน ่นอน แต่ตอนนั้นเป็นส ิ่งที่จำเป็นต้อ งทำ ก็นี่แหละครับที ่บอกว่าตอนนั้นม ันไม่มีใครมาคิด เสียดายเครื่องห รือจะหาประเทศไห นมารับเครื่องต่ อไปหรอกครับ
RSS feed for comments to this post.