ในปี 2554 กองบิน 7 จังหวัดสุราษฎ์ธานี จะเริ่มปฏิบัติการด้วยเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์แบบ Gripen 39C/D และเครื่องบินแจ้งเตือนทางอากาศแบบ Saab 340 AEW พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง เสนาธิการทหารอากาศให้คำจำกัดความว่า การเปลี่ยนจาก F-5 เป็น F-16 เหมือนการก้าวไปข้างหน้า แต่การจัดหา Gripen นั่นเปรียบเสมือนก้าวกระโดดของกองทัพอากาศ เนื่องจากกองทัพอากาศมิได้ได้รับมอบแต่เพียงเครื่องบินขับไล่เท่านั้น แต่กองทัพอากาศยังได้รับระบบป้องกันภัยทางอากาศซึ่ง Gripen เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งเท่านั้น พิ้นที่กองบิน 7 เดิมนั้นปฏิบัติงานกับเครื่องบินขับไล่แบบ F-5 ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ในยุคที่ 3 แต่ Gripen นั้นเป็นเครื่องบินขับไล่ในยุคที่ 4.5 ทำให้กองทัพอากาศต้องทำการปรับปรุงพื้นที่บางส่วนของกองบิน 7 ให้รองรับการปฏิบัติการของเครื่องบินและระบบต่าง ๆ ที่กำลังจะเข้าประจำการ ในอากาสนี้ กองทัพอากาศได้เปิดให้สื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมความคืบหน้าของการก่อสร้างและความก้าวหน้าของโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Gripen ในโอกาสนี้ ทีมงาน TAF 3 คนคือ Skyman, CoffeeMix และ Somserj จึงขอเก็บภาพและข้อมูลมาฝากทุกท่านที่อยากทราบความคืบหน้าของโครงการนี้ครับ
จากรูปแรกที่เป็นรูปหน้าปกนั้นคืออาคารที่ทำการของฝูงบิน 701 ซึ่งจะปฏิบัติการด้วย Gripen และในอาคารหลังนี้ก็คืออาคารที่ทำการของฝูงบิน 702 ซึ่งจะปฏิบัติการด้วย Saab 340 AEW โดยทั้งสองอาคารนี้สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือแต่การติดตั้งอุปกรณ์สนับสนุนต่าง ๆ ด้านใน
VDO นี้เราพาท่านเดินสำรวจอาคารที่ทำการฝูงบิน 701 พร้อมคำบรรยายจากนายทหารที่ควบคุมโครงการครับ สามารถคลิ๊กเพื่อรับชมได้ครับผม
ส่วนอาคารนี้คืออาคารปฏิบัติการร่วมครับเพื่อรองรับการปฏิบัติการร่วมระหว่างเครื่องบินทั้งสองแบบ ซึ่งอาคารนี้จะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปีนี้ครับ
นอกจากนั้นในละแวกเดียวกันยังมีโรงซ่อมบำรุงเครื่องบิน Gripen 39C/D ซึ่งสามารถรองรับการซ่อมบำรุงได้พร้อมกัน 8 เครื่อง รวมถึงกลุ่มอาคารสนับสนุนอื่น ๆ
รวมถึงหอบังคับการบินแห่งใหม่ซึ่งสร้างเสร็จแล้วเช่นกัน
ภายในปี 2553 นี้ อาคารที่สร้างเสร็จแล้วจะได้รับการติดตั้งอุปกรณ์ ซึ่งรวมถึงอาคารรักษาความปลอดภัย อาคารควบคุมปฏิบัติการทางอากาศ อาคารเก็บอุปกรณ์และระบบอาวุธที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ ส่วนในปี 2554 นั้น กองบิน 7 จะเริ่มก่อสร้างลานจอดของเครื่องบิน Gripen ซึ่งจะเป็นลาดจอดที่ได้รับการออกแบบใหม่ในลักษณะของ Loop ครับ ซึ่งกลุ่มอาคารเหล่านี้เป็นฝีมือการออกแบบของกองทัพอากาศเอง (Save ภาพด้านล่างลงเครื่องของท่านเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
ในโอกาสนี้ ทีมงานได้ทำการสัมภาษณ์นักบิน Gripen หนึ่งในสี่ท่านที่ปัจจุบันทำการฝึกอยู่ที่ประเทศสวีเดนเกี่ยวกับการฝึกและประสบการณ์ที่ได้รับครับ
- แนะนำตัวหน่อยครับผม? ชื่อนาวาอากาศโทพุทธพงษ์ ผลชีวิน ชื่อเล่นชื่อเงาะครับ- ตอนนี้มีหน้าที่ในฝูงคืออะไรบ้างครับ? มีหน้าที่ฝึกบินครับ และช่วยงานฝูงตามที่ได้รับมอบหมาย ยังไม่มีตำแหน่งประจำที่แน่นอนครับ รอกลับจากการฝึกก่อน- มีประสบการณ์ที่ได้รับจากการฝึกเล่าให้แฟน ๆ ที่เมืองไทยฟังบ้างไหมครับ? ก็ต้องเตรียมตัวเรื่องอ่านหนังสือค่อนข้างเยอะครับเพราะเนื้อหาเยอะมาก แล้วก็ในช่วงแรกผมบินเครื่อง Gripen A/B ซึ่งเป็นรุ่นเดิมที่ใช้ฝึกของสวีเดน ก็มีตำราที่ต้องอ่านเยอะ มีเนื้อหาค่อนข้างมาก จะต้องไปฝึกซิมูเลเตอร์ค่อนข้างเยอะ ต้องเตรียมการก่อนให้ดีครับคือเตรียมการในการฝึกก่อนทำการบิน ฝึกซิมูเลเตอร์จนกระทั่งชำนาญเรียบร้อยแล้วจึงเริ่มภาคการบินครับ- ยากไหมครับ? โดยความเห็นส่วนตัวนี่เครื่องรุ่นใหม่ออกแบบมาให้ลดภาระกรรมทางด้านการบิน เพียงแต่ว่าอุปกรณ์และฟังชั่นก์มันมีค่อนข้างมาก ก็ต้องจดจำและใช้เวลาสักหน่อยกว่าที่จะใช้ได้อย่างคล่องแคล่วครับ- จุดที่ดีที่สุดของเครื่องบินลำนี้ล่ะครับ? อันนี้เป็นเป็นทัศนคติส่วนตัวนะครับ ในความคิดของผม Gripen ออกแบบมาเพื่อให้นักบินบินได้อย่างสบายแล้ว ก็สามารถจัดลำดับขั้นตอนการทำงานในเครื่องบินได้หลากหลายและคล่องตัว คือมันออกแบบมาให้บินอย่างมีความสุขและปฏิบัติภารกิจได้ง่ายครับ- ปีหน้ากองทัพอากาศจะได้รับ Gripen เข้ามาประจำการแล้ว คิดว่าการปฏิบัติการของกองทัพอากาศจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างครับ? เนื่องจากเทคโนโลยีที่ได้รับมาคือเรื่องของระบบเครือข่ายการส่งผ่านข้อมูลเป็นจุดเด่นหลัก ทำให้การปฏิบัติภารกิจเป็นไปด้วยความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ฉะนั้นข้อมูลต่าง ๆ ที่ถูกส่งเข้ามาก็จะสามารถประมวลผลด้วยความรวดเร็ว นั่นก็คือเราจะสามารถลดวงรอบการตัดสินใจและสามารถตัดสินใจด้วยข้อมูลที่มีอยู่ได้อย่างถูกต้องตรงกับวัตถุประสงค์ของการปฏิบัติภารกิจในแต่ละครั้งครับ- ประชาชนทั่วไปติดตามโครงการนี้ค่อนข้างมาก มีอะไรอยากจะฝากกับประชาชนชาวไทยไหมครับ? ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณประชาชนชาวไทยทุกท่านที่ได้ให้ความสนใจและติดตามความคืบหน้าของโครงการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตอนนี้ก็ดำเนินมาจนถึงส่วนของการฝึกบุคลากรและเจ้าหน้าที่แล้ว เสียงตอบรับก็ค่อนข้างออกมาในทางบวกซึ่งก็ทำให้พวกผมคลายความกังวลใจและสามารถทำการฝึกที่สวีเดนได้ด้วยความตั้งใจ และฝึกอย่างมีประสิทธิภาพ และคงนำประสบการณ์ที่ได้กลับมาถ่ายทอดให้นักบินรุ่นต่อ ๆ ไปครับ
ในตอนต่อไป ทีมงานของเราได้รับเกียรติเป็นอย่างสูงจาก พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง เสนาธิการทหารอากาศ ผู้ดูแลโครงการจัดหาเครื่องบิน Gripen และเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ Gripen มากที่สุดคนหนึ่ง ได้กรุณานั่งลงสนทนากับเรา ซึ่งทำให้เราได้เห็นภาพของแนวคิดและการพัฒนาของกองทัพอากาศซึ่งท่านต้องการผลักดันกองทัพอากาศให้ก้าวไปสู่กองทัพอากาศชั้นนำของภูมิภาคที่ปฏิบัติการด้วยแนวคิดในการป้องกันประเทศสมัยใหม่ และแนวคิดในระดับนโยบายเหล่านั้นกำลังเริ่มเป็นรูปธรรมแล้วในปัจจุบัน รอติดตามครับ
ทีมงาน ThaiArmedForce.com ขอขอบคุณ
- พลอากาศเอกอิทธิพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ - พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง เสนาธิการทหารอากาศ - พลอากาศตรีชูชีพ แผ้วสมบุญ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ - นาวาอากาศเอกพงษ์ศักดิ์ เสมาชัย ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ - นาวาอากาศเอกนภดล อุดมชัยรัตน์ นายทหารผู้ควบคมการก่อสร้างอาคารของกองบิน 7 - นาวาอากาศโทพุทธพงษ์ ผลชีวิน นักบิน ฝูงบิน 701 กองบิน 7 - นาวาอากาศโทเจริญ วัฒนศรีมงคล นักบิน ฝูงบิน 701 กองบิน 7
Comments
ป๋าปืนได้ชิมหอย นางรมไหมครับ
น่าอิจฉาจริง ๆ หม่ำทั้งไวน์ทั้ งหอย
ต้องยอมรับว่าแต ่เดิม ฐานบินของไทยไม่ ว่าจะเป็นฐานบิน ไหนก็ตามเราไม่เ คยมีบังเกอรืของ เครื่องบินจริงๆ ทีีมีระบบปรับอา กาศภายใน บังเกอร์เครื่อง ิบนที่ต้องทนต่อ แรงระเบิดของลูก ระเบิดขนาดไม่น่ าจะน้อยกว่า 1พันปอนด์ที่อาจต กลงบังเกอร์เครื ่อง บินได้
กองทัพอากาศถ้าไ ม่ปรับปรุงมาตรฐ านของตัวเองให้อ ยุ่ในยุคของศตวร รษที่ 21ได้ และยังใช้มาตรฐา นสมัยสงครามเวีย ดนามหรือ สงครามเย็นหรือก ้คือมาตรฐานในศต วรรษที่ 20 มาใช้ จะกลายเป็นว่า เป้นเรื่องน่าตล กให้กับประเทศที ่มาฝึกร่วมกับเร า รวมทั้งประเทศเพ ื่อนบ้านคงมองว่ า เรามีกองทัพอากา ศแต่ไร้ซึ่งมาตร ฐานที่เหมาะสมจร ิงๆ
รอมันเป็นตัว ๆ มากกว่านี้สักนิ ดจะติดต่อไปครับ เหอ ๆ
งานนี้หอยตัวใหญ ่มากกกกกกกกกกกก
ถ้าว่างไม่พลาดแ น่นอนครับท่าน หุๆ
กลับมาคงต้องไปอ ยู่สุราษฎ์ธานี เหมือนกัน
รอเครืองมาแล้วเ ดี่ยวผมรับเป็นเ จ้ามือเอง
RSS feed for comments to this post.