dịch vụ seo hcm v cc sản phẩm khc của cng ty chng ti l dịch vụ seo tphcm hay cng ty seo hcm v dịch vụ seo tphcm dịch vụ seo hcm
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
TAF Special #36 - 24 ชั่วโมงที่กันทรลักษ์ | 24 Hours at Kantaraluck PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Tuesday, 15 February 2011 20:15

เราไม่รู้ว่าเรื่องทั้งหมดนี้มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เกือบจะลืมไปแล้วเสียด้วยซ้ำว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร จำได้ลาง ๆ ว่ามีคนสองคนแย่งปราสาทกันหลังหนึ่ง ต่อมาคนที่สามมาตัดสินว่าคนนึงควรได้เป็นเจ้าของปราสาทแห่งนี้ แต่ที่ดินรอบ ๆ ก็ยังต้องแย่งกันต่อไป จนถึงวันนี้ โดยเฉพาะตลอดช่วงเวลาสามสี่ปีที่ผ่านมา พยายามนึกก็เห็นเหตุการณ์มากมายที่เกิดขึ้น

เหตุการณ์จะเกิดขึ้นเพราะอะไร ใครเป็นคนก่อ ใครจะถูก ใครจะผิด บทความนี้คงไม่มีคำตอบให้ทุกท่านอย่างแน่นอน เพราะเราเลือกมองเหตุการณ์ผ่านสายตาของคนภายนอกที่ติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่เวลา 03.00 น.ของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554 จนถึง 03.00 น. ของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 รวมเวลาแล้วครบ 24 ชั่วโมงพอดีอย่างบังเอิญ แต่เป็น 24 ชั่วโมงที่มีรายละเอียดและสถานการณ์เกิดขึ้นมากมาย ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นที่อำเภอขนาดกลางที่ชื่อกันทรลักษ์ ในจังหวัดศรีสะเกษ

 

03.00 น. ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์

วันนี้ TAF ร่วมกับสมาชิกเฮฮาหว้ากอนครคลับ เว็บไซต์พันทิป.คอม ซื้อของใช้จำเป็น อุปกรณ์การเรียน และยารักษาโรค ขับรถสองคันจากกรุงเทพมุ่งหน้าไปยังอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษกันตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2554 หลังจากการเดินทาง 7 ชั่วโมง รถคันแรกมาถึงสนามหน้าที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์ ซึ่งถูกแปรสภาพเป็นที่ตั้งค่ายชาวบ้านชาวไทยที่อพยพมาจากหมู่บ้านตรมแนวตะเข็บชายแดนด้านปราสาทพระวิหารเป็นการชั่วคราว ไม่มีการปะทะระหว่างไทยและกัมพูชามา 5 วันแล้ว

รถบรรทุกขนรถถังผ่านหน้าเราไปอีก 20 คัน แต่เสียดายที่กล้องถ่ายรูปของเราไม่พร้อมทำงาน

อีกไม่นานรถอีกคันก็ตามมา เราจอดรถพักเหนื่อยกันสักครู่ ของบริจาคที่เกิดจากการรวมเงินกันเองเต็มหลังรถ ฟ้าสางแล้ว

 


ชาวบ้านเริ่มช่วยกันเก็บเต้นท์

 

07.00 น. ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์

บรรยากาศเริ่มคึกคัก วันนี้ชาวบ้านทุกคนจะได้กลับบ้านของตน ส่วนใหญ่แล้วเป็นชาวบ้านจากหมู่บ้านภูมิซรอลซึ่งห่างชายแดนด้านปราสาทพระวิหารไม่กี่กิโลเมตร ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส หลายคนเจอหน้าทหารที่เดินผ่านไปก็กล่าวขอบคุณและโบกไม้โบกมือ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษและแม่ทัพภาคที่ 2 ต่างมารอส่งชาวบ้าน พร้อมช่วยขนของและให้กำลังใจ พิธีกรทหารประกาศเสียงดังถึงขั้นตอนการปฏิบัติตัวว่าจะกลับบ้านกันอย่างไร ใครมีรถก็กลับได้ ใครไม่มีรถก็ให้ไปขึ้นรถบัสที่จะไปส่งตามหมู่ต่าง ๆ


เข้าแถวรอรถบัส

 

08.00 น. ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์

เต้นที่ทางการกางไว้ให้ค่อย ๆ ถูกรื้อออก รถคันแรกออกเดินทางแล้ว รถบัสคันอื่น ๆ กำลังมีชาวบ้านทะยอยขึ้น ท่านแม่ทัพภาคที่สองและท่านผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษช่วยกันขนข้าวของของชาวบ้านด้วยตัวของท่านเอง


แม่ทัพภาคที่ 2 และผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ


ชาวบ้านทะยอยกันขึ้นรถ

ใครคนหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตะโกนมาว่า "ลาก่อน แล้วอย่ากลับมาอีกนะ" ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะได้อย่างครื๊นเครง

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็แล้วแต่ แต่น่าเสียดายที่คำพูดนี้จะไม่เป็นความจริงในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา


บนรถบัสกำลังกลับบ้าน

 

09.00 น. บนทางหลวงหมายเลข 221

อาหารเช้าแบบธรรมดา ๆ ผ่านไป เราเริ่มขับรถผ่านตามทางหลวงหมายเลข 221 ซึ่งมุ่งหน้าไปยังเขาพระวิหารเพื่อไปยังโรงพยาบาลตำบล ระหว่างทางเราผ่านขบวนรถของชาวบ้านที่กำลังกลับบ้าน ทุกคนโบกไม้โบกมือกันอย่างสนุกสนาน


ขบวนรถของชาวบ้านในระหว่างทาง

ทางหลวงหมายเลข 221 ตัดผ่านหลายหมู่บ้าน เมื่อนับจากตัวอำเภอกันทรลักษ์ก็กว่า 30 กิโลเมตรจนถึงเขาพระวิหาร ระหว่างทางจะมีหมู่บ้านหลายหมู่บ้านซึ่งล้วนแต่ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น

โรงพยาบาลตำบลอยู่ระหว่างทางพอดี เราเลี้ยวเข้าไปยังที่ทำการโรงพยาบาลตำบล


โรงพยาบาลตำบล


นอกจาก TAF และสมาชิกเฮฮาหว้ากอนครแล้ว ในกลุ่มที่ไปด้วยกันยังมีทีมงานของวารสารผีเสื้อขยับปีก วารสารของสำนักงานวิจัยและพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข หรือสวค. ไปด้วย จุดประสงค์ของทีมงานของวารสารผีเสื้อขยับปีกคือเข้าไปสัมภาษณ์และเก็บข้อมูลของคนสาธารณสุขที่ประสบเหตุการณ์โดยตรง ซึ่งก็มีจุดมุ่งหมายคล้ายคลึงกับเรา เพียงแต่คำถามจะเน้นไปคนละทางกับเราเท่านั้นเอง

คนแรกที่คุยกับเราคือพยาบาลประจำโรงพยาบาลตำบลซึ่งเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน เธอชื่อวิชยาดา

ผีเสื้อขยับปีกถามเธอว่ากลัวไหม?

พยาบาล: "กลัว แต่เราแสดงออกไม่ได้ เพราะชาวบ้านอยู่ตรงนี้เยอะ ถ้าเรากลัวไปอีกคนก็จะแย่หนัก"

เธอเล่าต่อว่าการปะทะจบลงราว 6 โมงครึ่ง หลังจากนั้นแม้แต่เธอก็เครียด นอนไม่หลับ ต้องทานยาบำรุงเสมอ ๆ

หลังจากจบการสนทนา เราเดินไปยังบ้านพักของหัวหน้าโรงพยาบาลตำบล ซึ่งอาศัยอยู่กับครอบครัวและเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ

"วันที่มีการปะทะนั้นประชุมอยู่ ตอนประชุมเมื่อราว 15.30 ทหารแจ้งมาว่ามีการปะทะให้รีบหนีออกมา สักพักก็เริ่มมีกระสุนปืนใหญ่ตกอยู่รอบ ๆ ก็เลยไปไหนไม่ได้เพราะกระสุนตกเยอะมาก จึงต้องหลบในหลุมหลบภัย"


ส่วนหนึ่งของสิ่งของที่เราไปนำมอบให้

TAF ถามว่า ตอนเขายิงนั้นเสียงเป็นอย่างไร?

"เสียงมันดังวี๊ดดดดดยาว ๆ และมีเสียงตกกระทบดิน จากนั้นก็มีเสียงระเบิดดังมาก"

TAF: "เขายิงมาตรงไหนบ้างครับ?"

"ตรงโน้นไกล ๆ ตรงโน้น ตรงหน้าโรงพยาบาล หน้าโรงพยาบาล และตรงฝากถนนโน้น" ... เรานับได้ 5 จุดพอดี นั่นราว ๆ 1 หมวดปืนใหญ่ทีเดียว

หัวหน้าโรงพยาบาลตำบลยังเล่าว่าวันที่ 6 นั้นหนักที่สุด หนักที่สุดในรอบ 30 ปีตั้งแต่อยู่มา แม้แต่ช่วงเขมรแดงก็ไม่รุนแรงเท่านี้

ในการโจมตีนั้น ก่อนหน้าที่กระสุนจะมา ทหารจะแจ้งมาว่า ที่โรงพยาบาลนี้เป็นเป้าหมาย ให้รีบอพยพโดยด่วน

TAF: เวลาเขายิงมานี่มีสัญญาณอะไรที่บอกเหตุได้ไหมครับ?

"มีพลุไฟสว่างมาก หลังจากนั้นก็ถูกยิงอย่างต่อเนื่อง กะคร่าว ๆ ได้ว่าทุกจุดที่มีเสาธงจะถูกยิงทั้งหมด ฝ่ายโน้นเขาคงคิดว่าจุดที่มีเสาธงต้องเป็นสถานที่สำคัญเลยยิงลงมา"


ธงชาติไทย โบกสะบัดอยู่ตรงหน้าโรงพยาบาลตำบล


เจ้าหน้าที่อีกคนเสริมว่าโชคดีที่โพรงพยาบาลตรงนี้มีบังเกอร์ที่แข็งแรง และตัวอาคารไม่โดนกระสุนปืนใหญ่ ทำให้ทุกอย่างไม่เสียหายนัก

"แต่ไปคุยกับญาติที่อยู่ฝั่งโน้นเขาบอกว่าทหารไทยยิงแม่นมาก ส่วนทหารเขมรสูญเสียเยอะมาก ไม่เคยเห็นเยอะแบบนี้มาก่อนเลย แต่ผมฟังทีวีเขมร ในทีวีเขาบอกว่าต่อไปนี้เขมรจะรบแบบสมัยสีหนุ คือค่อย ๆ ตอดไปเรื่อย ๆ"

"แบบนี้ความสัมพันธ์ระหว่างชาวบ้านของสองประเทศนี้เป็นอย่างไรบ้าง?" ผีเสื้อขยับปีกถาม

"ความจริงในระดับชาวบ้านนี่ความสัมพันธ์ปกติมากนะครับ ยังมีการเดินทางไปมาหาสู่กันเสมอ ๆ อย่างปัจจุบันนี้คนเขมรจำนวนมากไม่มีสิทธิในการรักษาโรค เมื่อเขามาหาเราในฐานะเพื่อนมนุษย์เราก็ทำการรักษาให้"

สุดท้ายอยากฝากอะไรบ้าง?

"อยากให้ช่วยทำบังเกอร์ให้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสถานที่ราชการ เพราะชาวบ้านเขาจะรู้ว่าถ้ามีอะไรจะวิ่งมาหลบที่สถานที่ราชการ"


บังเกอร์บริเวณโรงพยาบาล

จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็นำสะเก็ดระเบิดมาให้เราดู

"เวลามันระเบิดมันกระเด็นไปไกลมาก กระเด็นแรงด้วย ฝังเข้าตามต้นไม้ด้วย แต่อย่างชาวบ้านที่ตายนี่แกไม่ได้หลบในบังเกอร์ คือแกคุ้นกับลูกระเบิดแล้ว บางทีทำงานอยู่มีระเบิดมาตกแกยังทำงานต่อเลย แกเลยไม่ได้คิดว่ามันจะอันตรายและไม่ได้คิดว่ามันจะมาหนักขนาดนี้ สะเก็ตกระเด็นตัดคอแกไปเลยในครั้งเดียว"

หลังจากนั้นเราก็มอบของที่เราเตรียมมาให้กับโรงพยาบาลตำบล ส่วนมากเป็นของใช้ เช่นผ้าอนามัย ยาสีฟัน แปรงสีฟัน กระดาษชำระ ไปจนถึงผ้าถุง ผ้าขาวม้า นิตยสารเครื่องบินบังคับ RCCore และสมุดภาพระบายสีของเด็ก ๆ ทางโรงพยาบาลบอกว่าจะนำไปแจกชาวบ้านที่มารับการรักษา


สะเก็ดระเบิดที่เก็บได้

 

11.00 น. ในบริเวณหมู่บ้านภูมิซรอล

เราโบกมือลาโรงพยาบาลตำบลเพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนบ้านภูมิซรอล แต่ระหว่างทางเราพบบ้านที่กำลังถูกรื้อเนื่องจากถูกไฟไหม้เป็นตอสีดำ เราเลยหยุดรถเพื่อแวะสอบถาม

เราพบกับอาจารย์ของวิทยาลัยการอาชีพศรีสะเกษ กำลังดูลูกศิษย์รวบรวมเศษวัสดุและกำลังขึ้นป้ายว่า วิทยาลัยการอาชีพศรีสะเกษจะมาช่วยสร้างบ้านให้กับชาวบ้านที่อยู่ตรงนี้


เถ้าถ่านที่เหลือ

"เราใช้แบบบ้านที่คล้าย ๆ แบบบ้านพระราชทานจากในหลวงที่ใช้ตอนน้ำท่วม แต่ปรับแบบนิดหน่อย สามารถสร้างเสร็จได้เร็ว 35 วันก็เสร็จแล้ว"

บ้านนี้ถูกกระสุนปืนใหญ่ยิงเข้าใส่จนไฟไหม้หมดทั้งหลัง อาจารย์ยังชี้ให้ดูหลุมระเบิดและรอยไฟไหม้ที่ที่นาข้าง ๆ ซึ่งโดนกระสุนปืนใหญ่เช่นกัน

แถวนี้มีบังเกอร์ไหมครับ? เราถาม

"ส่วนใหญ่บังเกอร์จะอยู่แถวสถานที่ราชการ เพราะแต่ก่อนชาวบ้านไม่ชอบให้รัฐมาสร้างบังเกอร์แถวบ้าน แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าชาวบ้านกลับอยากให้รัฐมาสร้างบังเกอร์ใกล้ ๆ จะได้ไม่ต้องหนีไปไหนไกล"


รถแทร็กเตอร์ของกองพันทหารช่างที่ 6

คุยกันสักพักเราก็ขับรถต่อไปยังโรงเรียนบ้านภูมิซรอล

หลังคาโรงเรียนเป็นรูโหว่ชัดเจน ภาพนี้กลายเป็นภาพติดตาที่เปรียบเสมือนสัญลักษ์ของการปะทะในครั้งนี้ เพราะใครจะคาดคิดว่าโรงเรียน โรงพยาบาล และบ้านคนจะกลายเป็นเป้ากระสุน ... และในกรณีนี้คือจรวด


หลังคาโรงเรียนบ้านภูมิซรอล

เราจอดรถที่โรงเรียน ในระหว่างนั้นยังเห็นเจ้าหน้าที่อส. กับชาวบ้านจำนวนเป็นสิบคนไปมุงดูหลุมระเบิดอยู่ แน่นอน เราก็ขอไปมุงดูบ้าง

หลุมระเบิดมีขนาดใหญ่พอสมควร มีอยู่สองหลุม เทียบจากภาพที่เคยปรากฏก่อนหน้านี้พบว่ามันเป็นหลุมที่จรวดจากระบบจรวดหลายลำกล้องแบบ BM-21 ตกใส่ อีกหลุมนึงเป็นกระสุนจากเครื่องยิงลูกระเบิดหรือไม่ก็ปืนใหญ่ ขนาดใหญ่จนคนที่ลงไปยืนก้นหลุมนั้นมิดหัวทีเดียว ชาวบ้านก็เอาโทรศัทพ์มือถือมาถ่ายรูปเก็บเอาไว้กัน


หลุมที่เกิดจากลูกปืนใหญ่

เราเข้าไปยังโรงเรียน พบอาจารย์บุญรวน พงษาปาน ซึ่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านภูมิซรอลกับอาจารย์คนอื่นกำลังแบกไม้มาทำเป็นกระดานดำชั่วคราว

เราแจ้งความประสงค์ของเราพร้อมกับขอสัมภาษณ์ท่านผอ.สักครู่ ผอ.เล่าว่าวันนั้นมีกีฬาอบต.พอดีจึงไม่มีการเรียนการสอน 13 หมู่บ้านเลยมารวมกันที่สนามหน้าโรงเรียน คนเป็นพันคน ราวบ่ายสามโมงทหารแจ้งมาว่ามีเหตุปะทะให้รีบอพยพ ผอ.เลยสั่งยกเลิกงานกีฬาและให้รีบกลับกันให้หมด ทุกคนเลยรีบกลับบ้านภายในครึ่งชั่วโมงโรงเรียนก็ว่างเปล่า

"ตอนนั้นเหลือกันอยู่สามคนคือผม ครู และนักการอีกคน กำลังดูความเรียบร้อย สักพักกระสุนปืนใหญ่ก็เริ่มตกลงมา เราเลยรีบวิ่งหลบภัยไปที่บังเกอร์"


ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านภูมิซรอล

กระสุนเยอะไหมครับ? TAF ถาม

"เยอะ ลงถี่มาก ๆ ลงอยู่เกือบ 2 ชั่วโมงถึงจบ"

กลัวไหมครับ?

"ความจริงก็กลัว แต่ตอนนั้นต้องกล้า ผมก็ช่วยกันสวดมนต์อยู่ในบังเกอร์ ให้สิ่งศักดิ์สิทธิช่วยคุ้มครองให้รอดจากตรงนี้"

หลังจากเหตุการณ์นี้รู้สึกว่าต้องการอะไรบ้าง? ผีเสื้อขยับปีกถาม

"ที่ต้องการที่สุดคือขวัญและกำลังใจ เพราะเราเป็นผู้นำชาวบ้าน ตอนนี้ใกล้ถึงฤดูย้ายข้าราชการ มีครูต้องโยกย้าย 18 ตำแหน่ง ผมเข้าไปขอว่าขอให้อยู่ช่วยกันก่อน ทุกคนก็เลยอยู่"

ต่อมาอาจารย์ท่านหนึ่งพาเราขึ้นไปยังขั้นบนสุดของอาคารเรียนที่หลังคาโหว่เป็นช่องขนาดใหญ่ อาจารย์จบภาษาอังกฤษมาแต่มาเป็นครูสอนภาษาเขมร เนื่องจากโรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียน Buffer ตามนโยบายขอกระทรวงศึกษาธิการที่ให้โรงเรียนตามแนวชายแดนสอนภาษาประเทศเพื่อนบ้าน

"ที่นี่เป็นอาคารสูงแห่งเดียวในละแวกนี้ ถ้าลองมองข้างหน้าจะเห็นเขาพระวิหารชัดเจน วัดเป็นเส้นตรงแล้วไกลเพียง 4 กิโลเมตรเท่านั้น" กัมพูชาอาจจะกลัวว่าอาคารนี้จะเป็นจุดตรวจการณ์ได้ จึงต้องทำลายกดดันไว้ก่อน


เขาพระวิหาร

เราลองชะโงกหน้าไปดูส่วนที่ถูกแรงระเบิดซึ่งชัดเจนว่าเป็นลูกจรวดของ BM-21 หลังคาและคานบนหลังคาโหว่เป็นช่อง ฝ้าเพดานถล่มลงมา แต่พื้นห้องเรียนไม่เสียหายมากนัก ดูแล้วเหมือนกับจรวดกระทบหลังคาและเกิดระเบิดขึ้น ซึ่งนี่คือโชคดีในความโชคร้าย เพราะถ้าเป็นลูกกระสุนปืนใหญ่ปืนอาจทะลุได้

ห้องที่ถูกยิงเป็นห้องสอนภาษาเขมรพอดี ไม่อยากคิดเลยว่าถ้ามีนักเรียนเรียนอยู่จะเป็นอย่างไร


สภาพห้องเรียนที่ถูกยิงด้วยจรวด


บริเวณทางเดิน


หลังคาที่ทะลุจากแรงระเบิด

"ตอนนี้เราเอาไม้มากั้นไว้ไม่ให้เด็กเข้ามาได้ ตอนนี้กำลังไปหาที่เรียนชั่วคราวให้เด็ก อาจจะตามใต้ต้นไม้หรือใต้อาคาร"

หลังจากนั้น เราก็มอบของที่เราซื้อมาให้กับท่านผู้อำนวยการ ประกอบด้วยสมุด ดินสอ ปากกา เครื่องเขียน อุปกรณ์กีฬาต่าง ๆ พร้อมกับมอบเงินสดให้อีกจำนวนหนึ่งสำหรับโรงเรียนไว้ใช้ตามแต่ดุลยพินิจ


ซากจรวด BM-21 ที่โรงเรียนเก็บเอาไว้

 

13.00 น. ในบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร

เราขับรถมาเรื่อย ๆ จนมาสุดที่นี่ เป็นจุดที่ไกลที่สุดที่จะมาได้แล้ว เพราะถัดไปอีกไม่กี่กิโลเมตรก็คือเขาพระวิหาร ในระหว่างนี้มีรถทหารวิ่งเข้าออกตลอดเวลา

ที่นี่ อาสาสมัครทหารพรานจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 คอยต้อนรับเรา


อาสาสมัครทหารพราน

สิ่งที่เรามอบมีกระดาษชำระ ขนมขบเคี้ยว ยากันยุง นิตยสารอ่านเล่น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผ้าอนามัย ซึ่งทั้งหมดถูกใจทหารพรานมาก

เราก็ไม่รู้นักว่า เอาเข้าจริงแล้วการใช้ผ้าอนามัยปิดแผลนั้นมันดีหรือไม่ดี เพราะบางแหล่งก็บอกว่าดีเนื่องจากมันสะอาดมาก เวลามีแผลใช้กดรองทับแผลได้สบาย ๆ แต่บางแหล่งก็บอกว่าไม่ดีเพราะผ้าอนามัยมันดูดซับเลือดได้เยอะ ทำให้กลายเป็นเสียเลือดมากเกินไปโดยไม่จำเป็น

ไม่รู้จริง ๆ ว่าอย่างไร แต่เอาเป็นว่ามอบไว้ก่อน

ผู้บังคับกองร้อยว่าไปพลางถึงการใช้ผ้าอนามัยในการกดแผล บอกว่าสะอาดมาก เพราะผ้าพันคอที่ใส่อยู่ก็สกปรก แถมชุดปฐมพยาบาลที่ได้รับแจกนั้น เอาเข้าจริงแล้วมันก็ใช้ได้ไม่ได้ผลนัก และแกก็กะชุดที่ได้รับแจกจากกรมแพทย์ทหารมาให้ดู

"อย่างสายทุนิเก้ (สายรัดห้ามเลือด) นี้ดู ๆ ไปแล้วมันก็ดีครับ แต่มันอยู่ได้สักสองชั่วโมงเท่านั้นเอง พอโดนแสงโดนฝุ่นก็เปื่อยแล้ว ทุกวันนี้พวกผมใช้หนังสติ๊กอันใหญ่ ๆ หนา ๆ รัดเอาแทนมากกว่า ใช้ดีและทนกว่าเยอะ ผ้าสามเหลี่ยมตรงนี้ก็ซับเลือดไม่ค่อยได้ มีผ้ากอชที่พอจะโอเค"


ชุดปฐมพยาบาลของกองทัพบก

ทหารอยากได้อะไรบ้างไหมครับ?

"อยากได้ยากันยุง เพราะตอนนี้ใกล้หน้าฝนแล้ว นอกจากนั้นก็อยากได้พวกผ้าใบหรือกระสอบสีเขียวหรือดำ หนังสติ๊กกับผ้าอนามัยก็อยากได้เช่นกัน ใช้รัดแผลกับปิดแผลได้"

"นอกจากนั้นอยากให้ปรับปรุงสวัสดิการบ้าง ทุกวันนี้ได้เงินเดือนแค่ 8 พันเองแต่อยู่แนวหน้าตลอด ช่วงหลังมาได้เงินเบี้ยเลี้ยงเพิ่มขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังไม่ค่อยพออยู่ดี"

แล้วขวัญกำลังใจเป็นอย่างไรบ้าง?

"ขวัญกำลังใจดีมากครับ อาวุธเราดี ปืนใหญ่ยิงแม่น ทหารเขมรที่ออกนอกบังเกอร์มาสูญเสียไปเยอะเพราะปืนใหญ่เรายิงตลอดเวลา แต่เราสูญเสียแค่สองคนจากโชคร้ายเพราะทหารเขมรเข้าตีฐานของเรา สิบเอกที่ตายโชคร้ายโดนอาก้ายิงในระยะเผาขน คือยังไงทหารไทยเราสู้ไม่ถอย เพราะเรารู้ว่าแนวหลังให้กำลังใจอยู่ตลอด อย่างทุกวันนี้ก็มีคนเอาของมาให้บ่อย ๆ ก็ช่วยให้หายเหงาและรู้สึกถึงน้ำใจของคนไทยได้"

คุยกันสักพักผู้บังคับกองร้อย ร้อยโทชาตรี ผลนาคก็ให้ลูกน้องพาไปดูหลุมระเบิด

ก่อนกลับ ผู้บังคับกองร้อยเอ่ยบอกชวนเราให้ไปร่วมกับคณะของทหารพรานที่จะไปเดินให้กำลังใจชาวบ้านในราว 1 ทุ่มตรง


ด่านเก็บค่าธรรมเนียม อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร

 

14.30 น. ณ โรงแรมท้องถิ่นในตัวเมืองกันทรลักษ์

เรากลับลงมากินข้าวกลางวันและเปิดห้องพักเพื่อเป็นที่พัก โรงแรมที่นี่ราคาถูกแต่ห้องพักโอเคเลย เราได้ห้องพัดลมราคาคืนละ 250 บาท เราพักกันสักครู่ตรงนี้

18.00 น. ณ ร้านอาหารที่กันทรลักษ์

เรามาหาอาหารค่ำกินกัน สั่งอาหารมาหลายอย่าง นั่งกินไปพลางคุยไปพลาง คนเยอะคึกคัก ยิ่งวันนี้มีฟุตบอลด้วย คนยิ่งเยอะ

ตามประสาคนต่างถิ่น เราก็ชวนแม่ค้าคุยว่าที่นี่เป็นอย่างไร?

"กันทรลักษ์เจริญขึ้น ทุกวันนี้มีพวกผลไม้กับผลิตภัณฑ์การเกษตรมาขายกันเยอะ อย่างนี่ถัดไปหน่อยก็จะมีตลาดเช้า อย่างข้าวศรีสะเกษนี่ก็ดัง ตลาดขายกิโลละ 50 บาท ถ้าสู้ไหวก็น่าซื้อกลับไป"

ตลาดวายกี่โมงเหรอครับ? เราถามแข่งกับเสียงเฮเนื่องจากแมนยูขึ้นนำแล้ว

"7 โมงก็วายแล้ว" พวกเราพากันส่ายหน้าเพราะเดาได้ว่าตื่นไม่ทันแน่

19.30 น. ณ หมู่ 13 หมู่บ้านภูมิซรอล

หลังจากอิ่มแล้ว เราขับรถขึ้นไปยังด่านเก็บค่าธรรมเนียมอีกครั้งเพื่อถามหาผู้กองชาตรี แต่ได้รับการบอกกล่าวว่าผู้กองไปที่หมู่ 13 แล้ว เราจึงขับรถย้อนมาที่ศาลาหมู่บ้านในหมู่ 13 บ้านภูมิซรอล

เราเดินตามผู้กองพร้อมกับคณะทหารพรานให้กำลังใจชาวบ้าน ถามสารทุกข์สุกดิบ พูดคุยถึงการใช้ชีวิต พร้อมกับให้กำลังใจ รอยยิ้มเบื้อนหน้าชาวบ้านหลายคน


ทหารพรานระหว่างออกหน่วยเยี่ยมเยียนชาวบ้าน

ไม่ทันไร มีข่าวแจ้างเข้ามาว่า ชรบ. (ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน) และชาวบ้านจับผู้ต้องสงสัยได้ คาดว่าจะเป็นสายลับของฝ่ายตรงข้าม ผู้กองเลยสั่งลูกน้องกระโดดขึ้นรถไปที่เกิดเหตุ

ที่ศาลาในหมู่บ้าน เราพบทหารหลัก (ทหารประจำการ) ควบคุมตัวชายผู้หนึ่งอยู่พร้อมกับชาวบ้านจำนวนมากที่มามุงดูกัน เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนชายคนดังกล่าวอยู่ซึ่งพูดภาษาไทยได้ชัดเจน


เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารของผู้ต้องสงสัย

เจ้าหน้าที่: "คุณมาทำอะไรที่นี่?"
ผู้ต้องสงสัย: "ก็เห็นว่าบ้านภูมิซรอลโดนเขมรยิงใส่ พอดีเคยบวชอยู่ที่นี่ 1 พรรษาก็เลยเป็นห่วงจึงมาเยี่ยม"
เจ้าหน้าที่: "งั้นขอถามว่าเจ้าอาวาสชื่ออะไร?"
ผู้ต้องสงสัย: "...... จำไม่ได้แล้ว"
เจ้าหน้าที่: "อ้าว งั้นมาบวชปีไหน?"
ผู้ต้องสงสัย: "ปี 51"
เจ้าหน้าที่: "ถ้าปี 51 ก็ต้องจำชื่อเจ้าอาวาสได้สิ ทำไมจำไม่ได้"
ผู้ต้องสงสัย: "........."
เจ้าหน้าที่: "งั้นคุณมีคนรู้จักอยู่ที่นี่หรือเปล่า?"
ผู้ต้องสงสัย: "มี มีญาติอยู่ที่นี่สองสามคน"
เจ้าหน้าที่: "ชื่ออะไร อยู่หมู่ไหน?"
ผู้ต้องสงสัย: "จำไม่ได้แล้ว แต่จำหน้าได้"
เจ้าหน้าที่: "อะไรกันญาติก็จำชื่อไม่ได้ นี่มาจากไหนเนี๊ย"
ผู้ต้องสงสัย: "มาจากบ้านหนองบัวลายที่โคราช"
เจ้าหน้าที่: "แล้วคุณมายังไง"
ผู้ต้องสงสัย: "นั่งบขส. มา"
เจ้าหน้าที่: "ระหว่างมาผ่านเส้นไหนบ้าง"
ผู้ต้องสงสัย: "ผ่านมหาสารคามมาแล้วมาลงที่นี่"
เจ้าหน้าที่: "มาจากโคราชไปผ่านมหาสารคามได้ยังไง นี่ตกลงมายังไง คุณมาเส้นไหนกันแน่"
ผู้ต้องสงสัย: "นั่งรถตู้มาไม่รู้เหมือนกัน"
เจ้าหน้าที่: "แล้วตะกี้บอกว่านั่งบขส.มา คราวนี้บอกไม่รู้อีก"

เจ้าหน้าที่เลยสั่งให้เปิดสัมภาระดู ซึ่งมีกระเป่าเดินทางและห่อผ้าสีเหลืองรูปทรงกระบอกอยู่


ร่มคล้ายกลดพระ

ระหว่างเปิดห่อผ้าสีเหลืองผู้ต้องสงสัยก็ตะโกนว่า

ผู้ต้องสงสัย: "โอ้ยในนั้นไม่มีแผนที่หรอก"
เจ้าหน้าที่: "แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าผมจะหาแผนที่?"
ผู้ต้องสงสัย: ".........."

เปิดออกมาดูพบว่าเป็นกลดพระสำหรับพระธุดง


สิ่งของในกระเป๋าของผู้ต้องสงสัย

เมื่อค้นกระเป้าก็พบจีวรพระและเครื่องอัฐบริขารต่าง ๆ เสื้อยืดสีส้มสกรีนว่าศิษย์หลวงปู่ท่อน กาแฟ ยาเส้น และชุดลายพราง

เจ้าหน้าที่: "ชุดนี้คุณเอามาจากไหน?"
ผู้ต้องสงสัย: "ซื้อมาจากโคราช"
เจ้าหน้าที่: "นี่เครื่องหมายอะไร?"
ผู้ต้องสงสัย: "ไม่รู้ ซื้อมาก็มีอย่างงี้มา"


ชุดลายพรางที่พบ

นอกจากนั้นยังค้นเจอใบเหลืองซึ่งเหมือนกับที่ประชาชนจะได้รับในตอนทำบัตรประชาชนแล้วยังไม่มีบัตรสมาร์ทการ์ด ระบุว่าชื่อนายพา นามสกุลสุวิชา พร้อมเลขบัตรประชาชน

คำถามสุดท้ายคือ "คุณรักประเทศไทยไหม?"

...... ไม่มีเสียงตอบจากผู้ต้องสงสัย!?!

เนื่องจากผู้ต้องสงสัยให้การวกวนมาก สัมภาระที่ติดตัวมามีพิรุจ หน้าตาที่ชาวบ้านไม่รู้จัก และทางทหารพรานได้ส่งเลขบัตรประชาชนไปตรวจสอบแล้วอยู่ในระหว่างการยืนยันตัวตนว่ามีตัวตนจริงหรือไม่ ระหว่างนี้ทหารพรานจึงช่วยกันคุมตัวไปฝากขัง ณ สถานีตำรวจก่อน

ผู้กองกล่าวว่า "ของคุณชาวบ้านที่เป็นหูเป็นตาให้ ยังไงตอนนี้พวกเราก็ต้องช่วยกันดู ใครมีพิรุจก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ เพราะอย่างที่เห็นคือปืนใหญ่ของเขามันยิงลงมาตรงบ้านของพวกเราเลย ต้องระวังไว้ก่อน"

TAF ตั้งข้อสังเกตุว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้อาจจะเป็นผู้ตรวจการณหน้า (ผตน.) ของหน่วยปืนใหญ่ของฝ่ายกัมพูชาก็ได้ ซึ่งมีรายงานว่ามีการจับกุมบุคคลที่มีลักษณะพิรุจอีกหลายราย

เรามานั่งคิดกันทีหลังว่า ถ้าวันนั้นไม่มีการจับผู้ต้องสงสัย น่ากลัวว่าจะมีการปะทะรอบที่ 5 เพื่อรอรับการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติหรือไม่ เพราะในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อไปนี้มันชวนคิดจริง ๆ


ทหารพรานนำตัวผู้ต้องสงสัยไปสถานีตำรวจ

 

23.00 น. ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์

เรากลับมาพักผ่อนที่โรงแรมในราว 3 ทุ่มกว่า ๆ แต่ละคนก็นั่งเล่นคอมพิวเตอร์กันไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัวเพื่อนเราคนหนึ่งได้ยินเสียงตู้ม ๆ สองครั้ง แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก

เกือบ 5 ทุ่ม เริ่มมีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้น

โรงแรมที่เราพักเป็นโรงแรมที่รวมนักข่าว ดังนั้นมีข่าวอะไรก็จะรู้กันไปทั่ว ตอนนี้เริ่มมีคนเดินขวักไขว่ บางคนเริ่มแต่งตัว มีรถคันหนึ่งขับออกไปแล้ว

เราก็ไม่ได้คิดอะไร แต่ข่าวด่วนในทีวีทำเอาเรางง

"มีรายงานจากอำเภอกันทรลักษ์ว่าชาวบ้านภูมิซรอลได้ยินเสียงปืนใหญ่ดังขึ้นมาอีก คาดว่าอาจจะเกิดการปะทะรอบใหม่ขึ้น ตอนนี้ชาวบ้านกำลังอพยพลงมาที่ว่าการอำเภอ สำหรับความคืบหน้าจะมีรายงานต่อไป ...."

เพื่อให้หายงง เราจึงตัดสินใจขับรถออกไปยังสนามหน้าที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์อีกครั้ง ที่นั่นเราเป็นคนแรกที่ไปถึง พบชาวบ้านมาจอดรถรอแล้ว 2 คัน เราจึงเข้าไปสอบถาม พบว่าเพิ่งรีบขับรถลงมาหลังจากได้ยินเสียงปืนใหญ่

หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีชาวบ้านเริ่มทะยอยขับรถมาเรื่อย ๆ ทั้งรถมอร์เตอร์ไซต์และรถกระบะ ทั้ง ๆ ที่ทุกคนเพิ่งกลับไปยังหมู่บ้านเมื่อเช้านี้เอง


ชาวบ้านที่เพิ่งอพยพลงมา

"พี่มาจากไหนครับ?" เราถามชาวบ้านคนหนึ่งที่เพิ่งลงจากรถกระบะ

"มาจากหมู่ 13" .... หมู่ 13 นี้เราเพิ่งกลับลงมาเมื่อ 3 ชั่วโมงมานี้เอง

"ได้ยินเสียงอะไรเหรอครับพี่?" ..... "ปืนใหญ่น้อง แน่ ๆ ดังหลายตูม"

สักพักเราหันไปถามอีกคนหนึ่ง .... "ระหว่างทางลงมายังได้ยินอยู่เลย"

พวกเราชักจะมองหน้ากันแล้ว เดินไปเดินมาสักพักเริ่มเห็นรถ OB ของสำนักข่าวต่าง ๆ มาตั้งสถานีกันแล้ว ไม่นานเจ้าหน้าที่ก็ประกาศว่า

"ไม่มีการปะทะใด ๆ นะครับพี่น้อง ถ้าพี่น้องยังไม่มั่นใจก็สามารถอยู่ที่นี่ต่อได้ แต่ยืนยันว่าไม่มีอะไรแล้ว ท่านผู้ว่าต้องไปเปิดกีฬาที่ตัวจังหวัด แต่ตอนนี้ท่านกำลังขับรถมาที่นี่ เดี๋ยวคืนนี้ผู้ว่าจะขึ้นไปนอนที่หมู่บ้านด้วยเพื่อสร้างความมั่นใจ" ... พร้อมกับเปิดเสียงโทรศัพท์เข้าลำโพงให้ฟังท่านผู้ว่า Phone In กันเข้ามาสด ๆ

เราก็เชื่อเช่นนั้น แต่เมื่อเดินเข้าไปถามชรบ.ที่เพิ่งขี่มอร์เตอร์ไซต์หอบลูกหลานลงมาด้วยนั้นกลับได้รับคำตอบว่า

"ยังยิงกันอยู่เลยครับ"

มันเหมือนตลกที่ชักจะฝืดขึ้นทุกที พวกเราคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาว่า ... "ผมว่ามันแปลก ๆ เจ้าหน้าที่บอกไม่มีอะไร แต่ทำไมชาวบ้านบอกมียิงกัน .... เราขึ้นไปดูกันดีไหม?"

ทุกคนพยักหน้ารับ

 

01.15 น. ณ จุดตรวจสภ.บึงมะลู ก่อนเข้าสู่หมู่บ้านภูมิซรอล

มีชาวบ้านยืนกันอยู่หลายคน เราจอดรถและลงไปพูดคุยกับชาวบ้าน

"ป้าได้ยินเสียงระเบิดไหมครับ?"

"ได้ยิน ดังตลอดเลย เป็นสิบนัดแล้ว"


ชาวบ้านที่จุดตรวจสภ.บึงมะลู

ในช่วงแรกที่เราไปยืนพูดคุยนั้นมีคนขับรถลงไปที่ตัวอำเภออยู่เป็นพัก ๆ

ชาวบ้านคนหนึ่งพูดกับเราว่า "ผมมั่นใจในกองทัพ และผมก็รู้ว่ารั้วของชาติไม่ปล่อยให้ใครทำให้ชาวบ้านตายหรอก อันนี้แน่นอน แต่ถ้าเกิดมันยังเกิดเหตุการนี้ที่ตอนเช้าบอกว่าปลอดภัยแล้ว แต่ตอนค่ำยังมีเสียงปะทะอยู่ เป็นแบบนี้บ่อย ๆ ความน่าเชื่อถือมันจะลดลงนะ"

เราก็พูดอะไรไม่ออกนอกจากพยักหน้าเห็นด้วย ..... แต่เรายังไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยน่ะสิ

"แต่เห็นข้างล่างบอกว่าผู้ว่าจะมานอนที่หมู่บ้านนะครับ" เราถาม

"ก็มานอนเลย กล้านอนก็มานอน ป้าไม่เอาด้วย"

สักพัก หูของเราก็พิสูจน์ตัวมันเอง ..... ตรึ๊มมม

"... ป้าได้ยินเสียงตะกี้ใช่ไหม?"

"ใช่ นั่นไง ปืนใหญ่เขมรแน่นอน ป้ายืนยันได้ เพราะเสียงปืนใหญ่ไทยจะไม่เป็นแบบนี้"

เรามองหน้ากันงง ๆ เพราะเสียงแบบนั้น ไม่ใช่กับระเบิด ไม่ใช่ระเบิดมือ แต่อย่างน้อย ๆ ก็ต้องลูกปืนค. แต่มันฟังดูเหมือนลูกปืนใหญ่เหลือเกิน

เราก็ยังทำอะไรไม่ถูก ก็ยืนดูสถานการณ์ต่อไป .... สักพักเราเริ่มเห็นรถจำนวนหนึ่งวิ่งกลับขึ้นหมู่บ้านแล้ว โดยเฉพาะมีขบวนรถหลายคันขับมาด้วยความเร็วสูง มอง ๆ ดูคล้าย ๆ รถท่านผู้ว่าแน่นอน

เราเลยรีบบอกลาชาวบ้านตรงนั้นและกระโดดขึ้นรถขับตามไป


รถของชาวบ้านทะยอยกลับหมู่บ้าน

02.30 น. ณ หมู่ที่ 13 หมู่บ้านภูมิซรอล

ผู้ว่าจังหวัดศรีสะเกษจริง ๆ ด้วย มาพร้องชุดทหารพราน ข้าราชการ และนักข่าวจำนวนมหาศาลกับรถสิบกว่าคัน แน่นอนรวมเราอยู่ด้วยเป็นคันสุดท้ายของขบวน นึกในใจว่าเขมรคงงงว่านี่มันชบวนรถอะไรกันแน่ เปิดไฟสว่างจ้ามาเป็นสิบคัน


คณะของผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษในหมู่บ้านภูมิซรอล

ท่านผู้ว่าหยุดตามบ้านต่าง ๆ ของประชาชนอยู่หลายหลัง เข้าทักทายพร้อมให้ความมั่นใจว่า คืนนี้จะมานอนที่นี่ ไม่ต้องกลัว ท่านเดินทางไปที่อนามัย ไปดูบังเกอร์ ผ่านโรงเรียน ไปยังอบต. ที่นั่นเจ้าหน้าที่จัดหมอนและผ้าห่มให้ท่านนอนบนโซฟา

ท่านผู้ว่ายิ้มแย้มแจ่มใส บอกกับนักข่าวว่า "พวกคุณกลับไปโรงแรมนอนได้แล้ว ดึกแล้ว พรุ่งนี้ยังต้องทำงานกันอีก นี่เอาเข้าจริงผมได้นอนแค่ชั่วโมงเดียวแน่ ๆ "

แล้วท่านผู้ว่าก็เดินไปกราบพระพุทธรูปพร้อมถวายความเคารพต่อหน้าพระบรมฉายาลักษ์ และมานอน นอนหลับเลย


ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษนอน ณ อบต.เสาธงชัย

03.00 น. ณ หลักกิโลเมตรที่ 69 ทางหลวงหมายเลข 221

ไม่น่าเชื่อว่าเราติดตามทุกอย่างมาครบ 24 ชั่วโมงพอดี มันช่างเป็น 24 ชั่วโมงที่มีอะไรเกิดขึ้นเยอะมาก ๆ มากจนเอาไปสร้างหนังได้เรื่องนึงทีเดียว ยังคิดอยู่เลยว่าจะออกซีรีย์ 24 ภาคกันทรลักษ์ดีไหม?

มาคิดตอนนี้ที่ทุกอย่างสงบแล้วก็ชวนขำ แต่ตอนนั้นยอมรับว่าขำไม่ออกเหมือนกัน

สิ่งที่เราจับใจความได้จากทั้งในเวลา 24 ชั่วโมงนี้ พบว่า ชาวบ้านมั่นใจในกองทัพและเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก เราแทบไม่ได้ยินข่าวเชิงลบต่อเจ้าหน้าที่และกองทัพจากปากชาวบ้านจำนวนหลายสิบคนที่เราพูดคุยด้วยเลย นอกจากนั้นของบริจาคจำนวนมากก็ถึงมือชาวบ้านเป็นอย่างดี ในตอนเช้าหลายคนพูดติดตลกด้วยซ้ำว่า ไม่อยากกลับเลย อยู่ที่นี่มีแต่คนดูแล เพราะคนไทยจากทุกภาคส่วนต่างวิ่งกันเข้ามาให้ความช่วยเหลืออย่างไม่ขาดสาย เป็นภาพและความรู้สึกที่เราก็ประทับใจเช่นเดียวกัน

แล้วชาวบ้านยังขาดอะไร?

เรานึกถึงคำพูดของผอ.บุญรวน โรงเรียนบ้านภูมิซรอลที่ว่า

"สิ่งที่ต้องการที่สุดคือขวัญและกำลังใจ"

ใช่เลยทีเดียว แค่เสียงระเบิดไม่กี่ครั้งก็เพียงพอที่จะทำให้ชาวบ้านที่ตอนเช้าหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส จับมือขอบคุณทหารและข้าราชการที่ดูแลพวกเขามาเกือบหนึ่งสัปดาห์ก่อนขึ้นรถ ให้ขนทุกอย่างที่จำเป็นและรีบกลับลงมาที่สนามที่ทำการอำเภอกันทรลักษ์อีกครั้ง

จะมีการปะทะหรือไม่ไม่สำคัญ แต่ตอนนี้ชาวบ้านพร้อมที่ตกใจกับเสียงดัง ๆ แค่เสียงถังที่ตกลงบนพื้น แม้แต่ในคืนวันอาทิตย์ก่อนการประชุมของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ชาวบ้านบางส่วนก็ทะยอยอพยพลงมาก่อนแล้วล่วงหน้า ทั้ง ๆ ที่ไม่มีเสียงใด ๆ เลยนอกจากความเงียบ

กองทัพไทยอาจจะทำการรบได้อย่างได้ผล สามารถปกป้องอธิปไตยได้สำเร็จ และสร้างความเสียหายกับข้าศึกได้เป็นจำนวนมาก เรื่องนี้ไม่มีใครสงสัยในกองทัพ แต่สภาพจิตใจของชาวบ้านก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ทางภาครัฐนั้น นอกจากจะต้องเร่งสร้างแต้มต่อในการฑูตและการต่างประเทศแล้ว ยังควรต้องเร่งมาบำรุงขวัญชาวบ้านให้มากยิ่งขึ้น

ซึ่งก็เชื่อว่า ชาวบ้านกัมพูชาก็ลำบากและหวาดกลัวไม่ต่างกัน จะว่าไปเท่าที่ฟัง ๆ มา ชาวบ้านฟังโน้นลำบากกว่าฝั่งเรามากนัก

ชาวบ้านหลายคนที่เราพูดคุยบอกว่า อยากจะให้กองทัพจัดการให้มันจบ ๆ ไปเสียที เอาแบบรวดเดียวจบเลย แต่กลับกันชาวบ้านก็รู้ว่ามันไม่ง่ายที่จะทำแบบนั้น เพราะมันมีมิติมากกว่านี้เยอะ (น่าประทับใจมาก ชาวบ้านเข้าใจดีกว่าชาวกรุงหลายคนของทั้งสองประเทศที่เป็นตัวต้นเหตุให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นและเอาแต่ตั้งหน้าตั้งแต่เชียร์ให้รบกันเสียอีก)

เรามันใจว่าชาวบ้านของเรายังจะต้องวิ่งขึ้นวิ่งลงกันอีกหลายรอบ ทหารพรานที่เราเจอจะยังต้องสู้รบเพื่อรักษาฐานกันอีกหลายครั้ง ตราบใดที่เรื่องนี้ยังไม่จบ

พวกเราในแนวหลังคงต้องช่วยกัน ใครจะช่วยแบบไหนก็สามารถทำได้ ขออย่างเดียวคือ อย่าซ้ำเติมสถานการณ์อีกเลย เพราะตอนนี้ประเทศชาติต้องการความสามัคคีและการร่วมมือร่วมใจกัน เพราะถ้าเรามีสิ่งนี้ ต่อให้นายกตลอดกาลของประเทศข้าง ๆ เราจะไปขอให้คุณทวดของ UN เข้ามาเคลียร์ เขาก็ทำอะไรเราไม่ได้


บนกระดานรายชื่อผู้บริจาคของโรงเรียนภูมิซรอล

คณะทำงาน ThaiArmedForce.com ขอขอบคุณ

- สมาชิกเฮฮาหว้ากอคลับ เว็บไซต์พันทิป.คอม และทีมงานวารสารผีเสื้อขยับปีก ที่ร่วมมือร่วมใจกันทำให้การเดินทางครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง
- เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลตำบล หมู่บ้านภูมิซรอล
- ผู้อำนวยการและอาจารย์ โรงเรียนบ้านภูมิซรอล
- เจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลเสาธงชัย
- อาสาสมัครทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23

ข้อมูลเพิ่มเติม


- สำหรับท่านที่สนใจจะส่งสิ่งของไปร่วมบริจาคให้ชาวบ้าน ขอให้โทรไปสอบถามว่ามีความต้องการสิ่งของอะไรก่อนที่

ที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์
ถ.อนันตภักดี
ต.น้ำอ้อม อ. กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ รหัสไปรษณีย์ 33110
โทร. 045-661-422

- สำหรับท่านที่สนใจจะส่งสิ่งของไปร่วมช่วยเหลือหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 ที่ประจำอยู่ในแนวหน้าบริเวณเขาพระวิหาร อยากให้เน้นไปที่ผ้าใบกันฝนสีเข้ม ยากันยุง อุปกรณ์ปฐมพยาบาล ของทานเล่นที่ให้พลังงานสูง และอุปกรณ์ดำรงค์ชีวิตอื่น ๆ รวมถึงอาหารแห้ง โดยสามารถส่งไปได้ที่

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23
ต.เมือง อ. กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ 33110

กรุณาระบุชื่อและที่อยู่ของผู้ส่ง เพื่อที่ทางหน่วยจะได้ทำหนังสือขอบคุณกลับไป


ทหารพราน ผู้ที่สละได้แม้ชีวิต เพื่อเอกราชและอธิปไตยของชาติไทย

Last Updated on Saturday, 19 February 2011 00:20
 

Comments  

 
+4 #1 akula 2011-02-15 22:04
เป็นกำลังใจให้ท หารและประชาชนคร ับ
 
 
0 #2 skyforce 2011-02-15 22:30
เพิ่งเจอท่านผู้ ว่าสมศักดิ์ในวั นมารับรางวัลศิษ ย์เก่าดีเด่น ที่คณะรัฐศาสตร์ มช. ท่านเป็นกันเองม ากพี่ๆ ยังแซวกันอยู่เล ยว่าไปอยู่นู่นค ล้ำไปเยอะ ไม่นึกว่าไม่ถึง อาทิตย์ท่านต้อง กลับไปรับศึกหนั ก เป็นกำลังใจให้พ ี่สมศักดิ์นะครั บ "ฟ้าจะครึ้ม ฝนจะพราวสิงห์ขา วเลือดเราไม่จาง "
http://www.pol.cmu.ac.th/seminar185.htm
 
 
+3 #3 pixelchio 2011-02-15 23:01
ขอพระสยามเทวาธิ ราชคุ้มครองเจ้า หน้าที่และประชา ชนคนไทยครับผม
 
 
0 #4 ShortHair 2011-02-16 09:10
ขอบคุณทีมงานครั บ สำหรับภาพและเนื ้อเรื่องที่อ่าน แล้วเหมือนได้เด ินทางไปด้วย
 
 
0 #5 zepia 2011-02-16 10:57
ขออนุญาตนำไปเผย แพร่นะครับ
 
 
0 #6 skyman 2011-02-16 14:12
Quoting zepia:
ขออนุญาตนำไปเผย แพร่นะครับ :-)


ยินดีครับ แต่ก็ขอว่าให้ทำ link กลับมาและอย่า hot link รูปไปครับผม ขอบคุณครับ
 
 
-2 #7 Saengthong 2011-02-16 17:35
แย่งประสาทกัน

เรียนวมต.ปราสาทครับ
 
 
0 #8 4rmz 2011-02-16 17:54
ใช้ผ้าอนามัย ก็น่าจะซับเลือด ได้เยอะกว่าผ้าพ ันแผลธรรมดา

ขอให้ปลอยภัยทุก คนครับ คนพาล สุดท้ายมันก็ต้อ งตายด้วยตัวของม ันเอง
 
 
0 #9 tiberias 2011-02-18 02:30
เวปนี้มีพัฒนากา รขึ้นไม่ผิดหวัง เลย มีสกูปดีๆให้ติด ตามตลอด เยี่ยมมากครับ ขอบคูณที่เสียสล ะนำมาแบ่งปันกัน ครับ
 
 
0 #10 teerath_pai 2011-02-18 03:43
ขอเป็นกำลังใจให ้พี่น้อง ทหาร ประชาชน คนไทยทุกคนครับ
 
 
+2 #11 vandalism 2011-02-18 07:24
ขออนุญาตเรื่องผ ้าอนามัยครับ
การห้ามเลือดขอแ ยกเป็นการขันชะเ นาะและการกดแผลน ะครับ

1.การขันชะเนาะจะใ ช้ผ้าพันคอหรือส ายยางรัดห้ามเลื อดก็ได้ แต่ไม่ควรใช้สาย ขนาดเล็ก (เล็กกว่า 1 นิ้ว) จะทำให้เนื้อเยื ่อฉีกขาดได้มากข ึ้น การห้ามเลือดไม่ ห่วงเรื่องความส กปรก ใช้อะไรก็ได้ทั้ งนั้น ถ้าสายยางเปื่อย ง่ายก็ใช้ผ้าพัน คอได้

2.การกดแผล เน้นที่ห้ามเลือ ด ถ้าเป็นไปได้ควร สะอาด แต่ไม่สะอาดก็ไม ่เป็นไร เอาให้ห้ามเลือด ให้ได้ก่อน จะใช้ชุดปฐมพยาบ าลของกรมแพทย์ทห ารบก หรือผ้าพันคอก็ไ ด้ ถ้าหาอะไรไม่ได้ ก็ใช้เสื้อ หรืออะไรก็ได้มา กด แต่ไม่ควรใช้ผ้า อนามัยไม่ว่ากรณ ีใดๆ เพราะถึงแม้แผลจ จะดูดี ดูสะอาด แต่ที่ดูดีนั้นเ กิดจากผ้าอนามัย ดูดซับเลือดไปจน หมดครับ ซึ่งไม่ใช่การก้ ามเลือด แต่เป็นการดูดเล ือด
 
 
+1 #12 skyman 2011-02-18 10:00
Quoting tiberias:
เวปนี้มีพัฒนากา รขึ้นไม่ผิดหวัง เลย มีสกูปดีๆให้ติด ตามตลอด เยี่ยมมากครับ ขอบคูณที่เสียสล ะนำมาแบ่งปันกัน ครับ :P


ยินดีครับ

Quoting vandalism:
ขออนุญาตเรื่องผ ้าอนามัยครับ
การห้ามเลือดขอแ ยกเป็นการขันชะเ นาะและการกดแผลน ะครับ

1.การขันชะเนาะจะใ ช้ผ้าพันคอหรือส ายยางรัดห้ามเลื อดก็ได้ แต่ไม่ควรใช้สาย ขนาดเล็ก (เล็กกว่า 1 นิ้ว) จะทำให้เนื้อเยื ่อฉีกขาดได้มากข ึ้น การห้ามเลือดไม่ ห่วงเรื่องความส กปรก ใช้อะไรก็ได้ทั้ งนั้น ถ้าสายยางเปื่อย ง่ายก็ใช้ผ้าพัน คอได้

2.การกดแผล เน้นที่ห้ามเลือ ด ถ้าเป็นไปได้ควร สะอาด แต่ไม่สะอาดก็ไม ่เป็นไร เอาให้ห้ามเลือด ให้ได้ก่อน จะใช้ชุดปฐมพยาบ าลของกรมแพทย์ทห ารบก หรือผ้าพันคอก็ไ ด้ ถ้าหาอะไรไม่ได้ ก็ใช้เสื้อ หรืออะไรก็ได้มา กด แต่ไม่ควรใช้ผ้า อนามัยไม่ว่ากรณ ีใดๆ เพราะถึงแม้แผลจ จะดูดี ดูสะอาด แต่ที่ดูดีนั้นเ กิดจากผ้าอนามัย ดูดซับเลือดไปจน หมดครับ ซึ่งไม่ใช่การก้ ามเลือด แต่เป็นการดูดเล ือด



ขอบคุณคุณหมอครั บ จะนำไปบอกต่อไปค รับ
 

สมาชิกเท่านั้นจึงสามารถแสดงความเห็นได้ โปรดสมัครสมาชิกหรือติดต่อผู้ดูแลระบบ
Only registered user is able to comment. Please register or contact administrator.

Who's Online

We have 57 guests and 1 member online

Comment ล่าสุด

  • ตัวเลือกที่น่าส นใจสำหรับผมก็ 1อิตาลี 2รัสเซีย นอก...
  • ผมว่าเอาเงินไปจ ัดหา black hawk มาให้เพียงพอต่อ กา...
  • กลัวว่าเราจะมีป ัญหาเรื่องการซ่ อมบำรุงซิคับเพร าะ...
  • ใจเย็นคร๊าบ 555+
  • อูยส์..ถ้าพาดหัวว่า ทอ. ตกลงสั่งซื้อ "ซู" 3 ลำ ผมว...

ข้อมูลของผู้ใช้



QR Code for TAF

TAF Social Network



ทุกท่านสามารถติดตาม
ThaiArmedForce.com
ใน Social Network ได้ที่


กด Like TAF ใน Facebook ได้ที่นี่

Follow TAF ใน Twitter ได้ที่นี่

Instagram

กด Follow TAF ใน Foursuare ได้ที่นี่