TAF Special #50 - Eagle and Cobra. 30th Year Anniversary of F-5 “The Shark Nose” in RTAF | 30 ปี F-5 ฝูงบิน 211

3 ปีหลังจากได้ทำการรับมอบเครื่องบินรบแบบ F-5 E/F ชุดแรก ในนามเรียกขาน บ.ข.18 ข/ค กองทัพอากาศได้ทำการรับมอบ F-5E/F ชุดที่ 2  ในวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2524 ภายใต้ชื่อโครงการ “พีซ รามา” (Peace Rama) จำนวน20 เครื่อง ด้วยงบประมาณ 2,300 ล้านบาท นับแต่นั้นเป็นต้นมาอากาศยานแบบนี้ได้สร้างตำนานการปกป้องน่านฟ้าของประเทศมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ร่วมกับบุคลากรของกองทัพอากาศ มาจนถึงปัจจุบัน F-5E/F แบบนี้ได้ถูกใช้เป็นม้าศึก ผ่านการรบทางอากาศเพื่อการปกป้องประเทศมาอย่างโชกโชน ทั้งที่ได้รับการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ และภารกิจที่สาธารณะชนไม่อาจรับรู้ได้ การปฏิบัติงานในหลายภารกิจได้กลายเป็นวีรกรรมที่ได้รับการเล่าขานมาจนถึงปัจจุบัน

 

เมื่อแรกเข้าประจำการ ที่ฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลี F-5E/F ฝูงนี้ได้เข้าสู่สมรภูมิการรบช่องบกในปีพ.ศ.2528และ 2530 อันเป็นการเข้าสู่สนามรบและเผชิญหน้ากับจรวดต่อสู้อากาศยานของฝ่ายเวียดนามเป็นครั้งแรก จากนั้นในปีพ.ศ.2531 ชาร์คโนสได้กลับเข้าสนามรบในสงครามบ้านร่มเกล้า  จนมาถึงช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงเมื่อมีการปรับย้ายกำลังจากฝูงบิน 403 มายังฝูงบิน 211 จังหวัดอุบลราชธานี F-5 ชาร์คโนส ยังคงมีบทบาทในการเตรียมความพร้อมเพื่อการป้องกันประเทศอีกหลายครั้ง อาทิ การขึ้นบินสกัดกั้นอากาศยานทหารของพม่าในระหว่างความขัดแย้งตามแนวชายแดนในปี พ.ศ.2543 รวมไปถึงการบินลาดตระเวนพิทักษ์เขตในช่วงการสู้รบระหว่างไทย กัมพูชาบริเวณเขาพระวิหาร

ที่มาแห่งนามเรียกขาน

เมื่อมองจากด้านข้าง คุณอาจไม่เห็นความแตกต่างระหว่าง F-5E/F ชาร์คโนส กับ โครนิค่อน (หัวกลม) เท่าใดนัก แต่เมื่อมองจากด้านบน เราจึงจะเห็นถึงความแตกต่างของรูปทรงที่ส่วนหัวได้อย่างชัดเจน ด้วยรูปทรงของราโดมที่แผ่แบนออกด้านข้าง ทำให้มีรูปทรงคล้ายกับส่วนหัวของฉลาม จึงเป็นที่มาของฉายาที่เรียกขาน F-5 ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่นี้คือ “ชาร์คโนส” และ “ปากเป็ด (Platypus)” ผสานกับการเพิ่มพื้นที่ครีบหรือ LEX (Leading Edge Extension) ที่ด้านข้างช่องรับอากาศ เป็นการปรับปรุงด้านอากาศพลศาสตร์ ช่วยเสริมสมรรถนะในการบินรบระยะประชิดได้ดียิ่งขึ้น นักบินสามารถเบนหัวเครื่องเข้าสู่มุมยิงได้ง่ายกว่า คุณลักษณะนี้จึงตรงกับภารกิจของ F-5E/F ที่กองทัพอากาศจัดหามาเพื่อประจำการในฝูงบิน 403 ตาคลี เพื่อการเป็นเครื่องบินขับไล่ครองอากาศสำหรับการต่อสู้สกัดกั้นระหว่างเครื่องบินรบต่อเครื่องบินรบด้วยกันโดยเฉพาะ รูปแบบสีพรางของ F-5E/F ของฝูง 403  จึงเป็นแบบสีพรางซิลเวอร์เกรย์ เทา 2 โทนสำหรับการบินรบเพดานบินสูง แตกต่างจาก F-5E/F ของฝูงบิน 102 ซึ่งใช้ลายพรางแบบจังเกิ้ล 3 โทน ทำให้สามารถแยกความแตกต่างของ F-5E/F ทั้ง 2 ฝูงได้เป็นอย่างดี

เมื่อพยัคฆ์ลับเขี้ยวเล็บ

F-5E/F จัดว่าเป็นอากาศยานที่กองทัพอากาศได้ให้ความสำคัญ มีการปรับปรุงระบบภายในตัวอากาศยานอยู่เป็นระยะๆ เริ่มตั้งแต่การปรับปรุงติดตั้งจอภาพ HUD/WAC, อุปกรณ์ปล่อยชาฟท์/แฟลร์, อุปกรณ์การแจ้งเตือนการตรวจจับของอาวุธนำวิธี และการเพิ่มเขี้ยวเล็บที่สำคัญคือ การปรับปรุงติดตั้งอาวุธปล่อยแบบไพธ่อน 3 ของอิสราเอล อันเป็นขีปนาวุธต่อสู้อากาศยานแบบอากาศสู่อากาศที่ทันสมัยที่สุดในคลังสรรพาวุธของกองทัพอากาศในห้วงเวลานั้น หลังจากการย้ายโอนมายังรังอินทรีที่ฝูงบิน 211 ในปีพ.ศ.2543 ชาร์คโนสก็ได้รับการปรับปรุงเขี้ยวเล็บครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่ง เมื่อกองทัพอากาศได้อนุมัติการปรับปรุงระบบอาวุธ ด้วยการติดตั้งระบบล็อคเป้าหมายด้วยสายตานักบิน จากหมวกบินแบบพิเศษที่ติดตั้งอุปกรณ์การล๊อคเป้า (DASH) เชื่อมโยงการทำงานกับหัวรบของขีปนาวุธแบบใหม่ ไพธ่อน 4 อันมีขีดความสามารถในการโจมตีเป้าหมายด้วยมุมยิงที่เพิ่มมากขึ้นตามเท่าที่สายตานักบินจะมองเห็น  อันเป็นการเพิ่มเขี้ยวเล็บของชาร์คโนสให้น่ายำเกรงยิ่งขึ้น จากการปรับปรุงโดยบริษัทเอลบิท แห่งอิสราเอล ชาร์คโนสที่ได้รับการปรับปรุงในครั้งนี้จึงได้สมญาใหม่คือ “ไทกริส”

ความหมายแห่งตราสัญลักษณ์

การตกแต่งสีสันพิเศษบนอากาศยานในโอกาสพิเศษเป็นธรรมเนียมสากล ของการทัพอากาศทั่วโลกเพื่อเป็นการประกาศถึงเกียรติประวัติของการปฏิบัติงานในโอกาสพิเศษตามวาระต่าง กองทัพอากาศไทยเองมีธรรมเนียมการตกแต่งตราสัญลักษณ์บนอากาศยานมาอย่างยาวนาน ย้อนหลังไปได้ถึงช่วงยุคทองของการบิน ที่กองทัพอากาศสามารถประกอบสร้างเครื่องบินรบได้ด้วยตัวเอง มีการทำสีตราสัญลักษณ์ที่มีความหมายต่างๆติดตั้งอยู่บนตัวเครื่องเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์กิจกรรมการบินในยุคนั้น ทั้งการเขียนข้อความ หรือตกแต่งสัญลักษณ์รูปแบบต่างๆที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง จะมีช่วงเวลาที่ว่างเว้นไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และช่วงการเผชิญหน้ากับภัยคุกคามยุคหลังจากที่สหรัฐฯถอนกำลังออกจากประเทศไทย หลังจากสงครามเวียดนามยุติลง ที่ทำให้ธรรมเนียมการตกแต่งสีสันบนอากาศยานจึงว่างเว้นไปเกือบ 20 ปี

การตกแต่งสีพิเศษเป็นเหมือนหลักไมล์สำคัญ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของผู้ที่ได้ปฏิบัติงานกับอากาศยานแบบนั้น กิจกรรมการครบรอบ 30 ปี ของ F-5 ชาร์คโนสในประเทศไทยก็เช่นกัน ฝูงบิน 211 จึงมีการดำเนินการเพื่อตกแต่งพื้นที่บนแพนหางดิ่งเป็นลวดลายพิเศษดังที่ได้เห็น โดยสัญลักษณ์ต่างๆ ที่ปรากฏอยู่มีความหมายคือ นกอินทรีย์และงูจงอาง คือสัญลักษณ์ประจำฝูงบิน 211 และฝูงบิน 403 ที่ได้รับการออกแบบเพื่อให้มีความร่วมสมัยและมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และภาพด้านบนของส่วนหัวของ F-5 ชาร์คโนสเป็นส่วนที่เป็นเอกลักษณ์ของเครื่องแบบนี้  มีการกำหนดการทำสีบนอากาศยานจำนวน 2 ลำโดย F-5F หมายเลข 21106  มีการทำสีแบบ High Visibility โดยมีโทนสีของแพนหางเป็นสีน้ำเงินฟ้า อันเป็นสีประจำฝูงบินที่เน้นให้เกิดความโดดเด่น และ F-5E หมายเลข21119  เป็นการทำสีแบบ Low Visibility เพื่อให้เหมาะสมเมื่อนำไปปฎิบัติการฝึกบินทางยุทธวิธี และมีความหมายแฝงเพื่อให้เกิดการระลึกถึงผู้ที่ปฏิบัติงาน  เกียรติประวัติวีรกรรมจากการปฏิบัติของเครื่องบินรบแบบนี้ในอดีต

หมู่บินแห่งเกียรติยศ

ช่วงสายของวันที่ 23 สิงหาคม ชาวอุบลราชธานี ผู้อาศัยอยู่ใกล้เคียงพื้นที่ของกองบิน21 คงจะได้เห็นหมู่บินขนาดใหญ่ของเครื่องบินรบแบบ F-5E/F จำนวน 10 เครื่องทำการบินโฉบเฉี่ยวอยู่รอบพื้นที่สนามบิน นี้คือหมู่บินเกียรติยศที่นำหมู่บินโดยผู้บัญชาการทหารอากาศ พลอากาศเอก อิทธพร ศุภวงศ์ ในนามเรียกขานหมู่บิน “หมู่บิน อีเกิ้ลบลู” ไม่ใช่เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้บ่อยนักกับการบินหมู่ด้วยอากาศยานจำนวนมากเช่นนี้ แต่ในโอกาสเช่นนี้ นี่คือการแสดงออกถึงศักยภาพความพร้อมของฝูงบิน และสร้างเสริมขวัญ กำลังใจให้กับกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ได้มีความเชื่อมั่นในศักยภาพของกองทัพอากาศ

ทันทีที่อีเกิ้ลบลู ลีดเดอร์ ลงจอดสู่ทางวิ่งของสนามบินอุบลราชธานี ผู้บัญชาการทหารอากาศได้เข้าสู่พิธีการต่างๆ เริ่มจากการให้โอวาสแก่กำลังพล ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก จากนั้นจึงเป็นการตรวจเยี่ยมสถานที่ภายในกองบิน ซึ่งกองบิน 21 นี้เคยเป็นเสมือนบ้านหลังหนึ่งที่ท่านได้เคยร่วมปฏิบัติงานมา

วิถีแห่งนักรบ

กองบิน21 จังหวัดอุบลราชธานี เป็นฐานบินที่สำคัญในการปฏิบัติงานทางยุทธวิธีที่สำคัญตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน จึงเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของประเทศ ที่นี่คือบ้านของนักรบ นักบินของกองบิน 21 ได้สร้างเกียรติประวัติจากการปฏิบัติการรบมาอย่างมากมาย แต่ใช่ว่านักบินทุกท่านจะได้เดินอยู่ในเส้นทางแห่งวิถีของการรับราชการในกองทัพอากาศได้ทุกท่าน นักบินผู้ควบคุมเครื่องบินรบ F-5 บางท่านได้เลือกเส้นทางแห่งการบิน ในวิถีทางที่แตกต่างออกไปกับการบินพลเรือน แต่เมื่อถึงช่วงเวลาพิเศษเช่นนี้ พิธีงานเลี้ยงพบปะกันของเหล่านักบินในอดีตและปัจจุบัน จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การสังสรรค์ทั่วไป แต่นี้เป็นโอกาสที่นักบินรุ่นพี่ผู้มากประสบการณ์ แม้จะไม่ได้รับราชการในกองทัพแล้ว ยังได้มีโอกาสกลับมาพบกับนักบินรุ่นใหม่ กับการเป็นนักบินรบแล้วนั้น แม้ว่าสถานะภายนอกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปเพียงใด แต่ภายในจิตใจของพวกเขายังคงเป็นนักรบแห่งกองทัพอากาศอยู่ตลอดเวลา ภาพของนักบินรุ่นพี่ ได้ชื่นชมกับความเปลี่ยนแปลงของม้าศึกที่พวกเขาเคยทำการบินสู่สนามรบ อันแสดงผ่านทางแววตา ถ้อยคำบอกเล่าประสบการณ์  ที่บอกเล่าถึงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เราอาจไม่ได้เคยได้อ่านเจอในตำราเล่มไหน ได้ถูกบอกเล่าแก่นักบินรุ่นน้อง คำเตือนเพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงหน้าที่และภารกิจอันยากลำบาก ย้ำเตือนเพื่อไม่ให้เกิดความประมาทกับบทบาทไม่อาจเปิดช่องว่างให้กับความผิดพลาดได้นี้ คือความห่วงใยที่รุ่นพี่มีต่อรุ่นน้องที่ได้ส่งต่อให้แก่กันในช่วงเวลาของกิจกรรมเช่นนี้ นักบินรุ่นใหม่ของกองทัพอากาศ แม้อาจจะยังไม่เคยได้มีประสบการณ์ผ่านสนามรบดังเช่นนักบินรุ่นพี่    แต่เรื่องราวอันทรงคุณคุณจากเหล่านักบินผู้มากประสบการณ์นี้ ได้มีส่วนช่วยให้พวกเขาได้ตระหนักดีถึงความสำคัญของ ภารกิจที่พวกเขาได้รับผิดชอบอยู่ในขณะนี้


แม้จะจะผ่านช่วงเวลามา 30 ปีแล้ว แต่จิตวิญญาณแห่งการเป็นนักบินรบที่ยังคงมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม ยังคงถูกสานต่อกันรุ่นต่อรุ่น เพื่อให้ผู้ที่มารับช่วงภารกิจในการปกป้องน่านฟ้า ทำหน้าที่ในฐานะนักรบผู้พร้อมสละชีพเพื่อปกป้องแผ่นดินเกิดได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดังที่วีรบุรุษของกองทัพอากาศทุกท่านได้ปฏิบัติมาและพวกเขาก็พร้อมที่จะปฏิบัติต่อตลอดไป ด้วยอากาศยานที่เสมือนสัญลักษณ์ของโลกเสรี และเป็นตำนานที่ยังมีชีวิตของกองทัพอากาศไทย …. F-5E/F Shark Nose

คณะทำงาน ThaiArmedForce.com ขอขอบคุณ

- กำลังพลและเจ้าหน้าที่ของกองบิน 21 ทุกนาย

2017  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates