


| TAF Special #58 - Singapore Air Show 2012 งานแสดงการบินและการทหารที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย |
|
|
|
| Written by Administrator |
| Tuesday, 21 February 2012 14:12 |
|
นี่เป็นครั้งที่สามแล้วสำหรับงาน Singapore Airshow ที่พัฒนามาจาก Asian Aerospace ในอดีต Singapore Airshow คืองานแสดงการบินทั้งทางทหารและพลเรือนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดงานหนึ่งในโลก และมีขนาดใหญ่ที่สุดในแถบถูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เช่นเดียวกับในปี 2012 ที่แม้ว่าการทำการบินแสดงของเครื่องบินแบบต่าง ๆ จะถูกลดจำนวนลง แต่มูลค่าของสัญญาและจำนวนบริษัทที่มาออกนิทรรศการกลับเพิ่มขึ้นในปริมาณที่น่าประทับใจ
ซึ่งนี่ถือเป็นครั้งแรกที่ F-15SG ได้มีโอกาสเปิดตัวต่อนานาชาติภายหลังเปิดตัวต่อชาวสิงคโปร์ในงาน RSAF Open House เมื่อปีที่ผ่านมา F-15SG ทำการบินผาดแผลงแสดงสมรรถนะอันทรงพลัง ซึ่งโบอิ้งกล่าวในงานแถลงข่าวว่า F-15SG คือ F-15 ที่ทันสมัยที่สุดในบรรดา F-15 ทั่วโลก ด้วยระบบเรดาร์ APG-63(V)3 ซึ่งเป็นเรดาร์ AESA ของ Raytheon และเครื่องยนต์ F110-GE-129 ของ General Electric รวมกับระบบอาวุธทั้ง AIM-120C, AIM-9X, GBU-38 JDAM และ AGM-154 JSOW ทำให้ F-15SG ไม่เพียงแต่เป็นหนึ่งใน F-15 ที่ทันสมัยที่สุด แต่ยังเป็นเครื่องบินขับไล่ที่ดีที่สุดแบบหนึ่งของภูมิภาคอาเซียนเช่นเดียวกัน
และเป็นครั้งแรกในงาน Singapore Airshow ที่ MiG-29 ของกองทัพอากาศมาเลเซียได้เข้ามาร่วมทำการแสดงการบินในนามฝูงบินผาดแผลง Smokey Bandit ซึ่งประกอบไปด้วย MiG-29N จำนวน 5 ลำ หลังจากที่เพิ่งทำการแสดงไปในงาน LIMA 2011 ที่เกาะลังกาวีเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แม้ว่าสิงคโปร์จะไม่อนุญาตให้ใช้ Flare ในการแสดงเนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย แต่ Smokey Bandit ก็ทำการแสดงการบินได้อย่างสนุก ตื่นเต้น ยิ่งกว่าเมื่อครั้งทำการแสดงการบินที่ LIMA 2011 เสียอีก
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญก็คือการแสดงของฝูงบินผาดแผลง The Roulette ซึ่งยังคงทำการแสดงได้อย่างน่าประทับใจ โดยทุกท่านสามารถติดตามอ่านได้ในบทความนี้
นอกจากการแสดงการบินแล้ว อากาศยานที่นำมาตั้งแสดงก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยนอกจากเครื่องบินขับไล่ของกองทัพอากาศสิงคโปร์อย่าง F-15 และ F-16 ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนขึ้นไปนั่งในห้องนักบินได้แล้ว ยังมีเครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือนแบบ G550 CAEW จรวดต่อสู้อากาศยาน Spider และที่สำคัญก็คือ UAV สองแบบของกองทัพอากาศสิงคโปร์คือ Hermes 450 และ Heron 1 ซึ่งกองทัพอากาศสิงคโปร์เพิ่งจัดหาจากบริษัท IAI ของอิสราเอล เพื่อใช้ในงานกองบัญชาการอากาศยานไร้นักบิน (UAV Command) ซึ่งเป็นหนึ่งในหน้ากองบัญชาการหลักของกองทัพอากาศสิงคโปร์ (ประกอบไปด้วย Air Combat Command, Air Defence And Operations Command, Air Power Generation Command, Participation Command และ UAV Command) โดย UAV ทั้งสองจะปฏิบัติงานร่วมกับ Searcher ที่กองทัพอากาศสิงคโปร์มีใช้งานอยู่แล้ว
แม้ว่าในปีนี้อากาศยานทางทหารจะเข้ามาจอดตั้งแสดงไม่มากนัก โดยมีเครื่องบินเติมน้ำมันแบบ KC-135, เครื่องบินควบคุมและแจ้งเตือน E-3C, เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-3, เครื่องบินเติมน้ำมันแบบ A330 MRTT ฯลฯ แต่ดาวเด่นที่สำคัญซึ่งไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะมาร่วมงาน Singapore Air Show ก็คือเครื่องบินทะเลแบบ Be-200 ของบริษัท Beriev และผลิตโดยบริษัท Irkut ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท United Aircraft Coperation ของรัสเซียที่มาร่วมจอดตั้งแสดงในงานนี้ด้วย
คณะทำงาน TAF ได้มีโอกาสขึ้นชมด้านในของ Be-200 พบว่าการออกแบบแม้จะยังคงเอกลักษณ์เฉพาะของรัสเซียไว้อย่างชัดเจน แต่ระบบ Avionic และห้องนักบินก็มีความทันสมัย โดยห้องนักบินมีจอภาพสีขนาดใหญ่จำนวน 2 จอ ทำการบินด้วยนักบินสองคน ด้านหลังห้องนักบินคือห้องโดยสารที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์การจัดวางได้ทั้งการเป็นเครื่องบินโดยสาร เครื่องบินขนส่งลำเลียง หรือเครื่องบินค้นหาและกู้ภัย โดยสามารถใส่โมดูลเตียงพยาบาลจำนวน 3 เตียงได้ 6 โมดูล และสามารถเปิดประตูขนาดใหญ่ซึ่งจะมีรอกสำหรับยกสัมภาระ เรือยาง หรือผู้ประสบภัยเข้าออกตัวอากาศยานขณะกำลังลอยอยู่ในน้ำได้
นักบินทดสอบของ Be-200 กล่าวกับ TAF ว่าในโลกนี้มีผู้ผลิตเครื่องบินทะเลอยู่ 4 บริษัท แต่เขามั่นใจว่า Be-200 นั้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพเหนือกว่าคู่แข่งรายอื่น โดน Be-200 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Turbofan แบบ Progress D-436TP จำนวน 2 เครื่องยนต์ มีพิสัยปฏิบัติการ 2,100 กิโลเมตร สามารถปรับการใช้งานได้หลายรูปแบบทั้งการเป็นเครื่องบินโดยสาร การลำเลียงสัมภาระ โดยมีความสามารถในการบรรทุกสัมภาระหนักสูงสุด 7.5 ตัน หรือการติดตั้งระบบตรวจจับเพื่อเป็นเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล ทำความเร็วได้สูงสุด 378 น็อตที่เพดานบินปฏิบัติการ 26,000 ฟุต โดยปัจจุบันมีประจำการใน Ministry of Emergency Situations ของรัสเซียจำนวน 5 ลำ และได้รับการสั่งซื้อเพิ่มอีก 10 ลำ รวมถึงมีประจำการใน Ministry of Emergencies ของอาเซอร์ไบจันอีก 1 ลำ และเครื่องบินได้รับการเช่าไปใช้ดับไฟป่าในหลายประเทศเช่นในกรีซและอิสราเอล
นอกจากอากาศยานที่จอดตั้งแสดงแล้ว ภายในศูนย์แสดงนิทรรศการชางอียังมีบริษัทชั้นนำของโลกและบริษัทด้านการบินและการทหารของสิงคโปร์มาร่วมงานอย่างครบครัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้มีการเปิดส่วนของบริษัทด้าน Land Force และ UAV ซึ่ง เริ่มมีบริษัทจากทั่วโลกและบริษัทของสิงคโปร์เข้ามาเปิดบูทในงาน และดาวเด่นอันหนึ่งที่น่าสนใจก็คือการเปิดตัว UAV ขึ้นลงทางดิ่งแบบ X200 ของบริษัท Yotaisc จากจีน ซึ่งเจ้าหน้าที่ของบริษัท Yotaisc กล่าวว่าทางกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนได้สั่งซื้อไปแล้วจำนวนหนึ่ง ในตอนนี้ UAV ลำนี้อยู่ในระหว่างการทดสอบซึ่งจะเสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายนนี้
แม้มูลค่าสัญญาที่มีการประกาศในงาน Singapore Airshow จะสูงถึง 31 พันล้านเหรียญสหรัญ แต่ส่วนใหญ่เป็นสัญญาในการซื้อเครื่องบินและเครื่องยนต์ของเครื่องบินโดยสาร เนื่องจากกองทัพสิงคโปร์ยังไม่มีการจัดหาใหญ่ ๆ เหมือนการจัดหาเครื่องบินฝึกนักบินขับไล่และเครื่องบินขับไล่เหมือนที่ผ่านมา นาย Jimmy Lau ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท Experia ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือหุ้นโดยรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจของสิงคโปร์ที่รับหน้าที่จัดงาน Singapore Airshow กล่าวว่างาน Singapore Airshow ในปีนี้ถือว่าประสบความสำเร็จในแง่มูลค่าของสัญญาที่มีการประกาศในงาน ซึ่งสูงถึง 31 พันล้านเหรียญ มากกว่ามูลค่า 10 พันล้านเหรียญในปี 2010 เป็นอย่างมาก จำนวนผู้เข้าชมก็เพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของ Trade Visitor ที่สูงขึ้นเป็น 38,000 คนจาก 35,000 คนเมื่อปีที่ผ่านมา และประชาชนทั่วไปที่เข้าชมราว 1 แสนคนในช่วงสองวันของวัน Public Day และมีผู้บัญชาการเหล่าทัพจากหลายประเทศมากกว่า 10 ท่านเข้าร่วมชมงาน เขาคาดหวังว่า Singapore Airshow ในปี 2014 จะมีผู้เข้าชมงานเพิ่มขึ้น และจะพยายามรักษามูลค่าสัญญาที่ประกาศในงานให้ได้ในระดับสูงต่อไป
Singapore Airshow จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐบาลในการส่งเสริมอุตสาหกรรมการบินและการทหารของสิงคโปร์ให้สามารถก้าวไปสู่ระดับโลก และยังเป็นการนำเทคโนโลยีรวมถึงเปิดโอกาสให้มีการจับคู่ทางธุรกิจใหม่ ๆ กับบริษัทท้องถิ่นของสิงคโปร์ ซึ่งนั่นจะทำให้ประเทศสิงคโปร์ได้รับประโยชน์ทั้งในแง่ของความมั่นคงของกองทัพ การพึ่งพาตนเองที่ยั่งยืน และรายได้จากการส่งออกยุทโธปกรณ์และสินค้าและบริการด้านการบิน ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนชาวสิงคโปร์มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีงานทำ และประเทศสิงคโปร์ก็ได้รับประโยชน์และสามารถพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าขึ้นอีกระดับได้ในที่สุด
|
| Last Updated on Tuesday, 21 February 2012 14:28 |

Comments
บางลำมาแค่สองวั ็นก็ไปแล้วครับ
RSS feed for comments to this post.