TAF Special #84 - พิธีปิดการฝึกยุทธวิธีผสมในการฉลองวาระครบรอบ ๓๐ ปี ความร่วมมือด้านการฝึกบินระหว่างกองทัพอากาศและกองทัพอากาศสิงคโปร์

ตัวอย่างที่แสดงมิติความสัมพันธ์ต่อประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซี่ยนที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องที่ดีที่สุด  คือความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพอากาศและสิงคโปร์  เป็นเวลากว่า3ทศวรรษมาแล้ว ที่ความร่วมมือด้านการทหารระหว่างสองประเทศได้ก่อกำเนิดขึ้น จากการเริ่มต้นของการฝึกบินร่วมกัน ได้ผ่านบททดสอบในยามวิกฤติร่วมกันมาแล้วอย่างเป็นรูปธรรม ความผูกพันที่มีอยู่ของกำลังพลได้ถูกส่งต่อกันมารุ่นต่อรุ่น ความสัมพันธ์ในรูปแบบนี้ล้วนแต่ส่งผลต่อความร่วมมือที่เพิ่มมากขึ้นดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน จนกล่าวได้ว่ากองทัพอากาศไทยและสิงคโปร์เป็นพันธมิตรร่วมกันด้านความมั่นคงของภูมิภาคอาเซี่ยนอย่างเป็นรูปธรรม และส่งเสริมศักยภาพในการพัฒนาการปฏิบัติงานในอากาศร่วมกัน จนต่างเป็นกองทัพอากาศที่มีขีดความสามารถในชั้นแนวหน้าของภูมิภาค
เพื่อเป็นการรำลึกถึงจุดเริ่มต้นแห่งความสัมพันธ์นี้ กองทัพอากาศ และกองทัพอากาศสิงคโปร์ กำหนดจัดงานฉลองวาระครบรอบ 30 ปี ของความร่วมมือด้านการบินของทั้งสองประเทศ โดยมี พลอากาศเอก ทรงธรรม โชคคณาพิทักษ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานกรรมการ  ภายใต้ชื่องาน “30th ANNIVERSARY RTAF-RSAF COMBINED EXERCISE” ใช้คำขวัญว่า “FRIENDSHIP THROUGH COOPERATION” เป็นคำขวัญเดียวกับการฝึกผสม AIR THAISING และกำหนดให้มีตราสัญลักษณ์ “30th ACE”

กองทัพอากาศได้เริ่มจัดการฝึกผสม AIR THAISING ร่วมกับ กองทัพอากาศสิงคโปร์ ณ กองบิน 1 ตั้งแต่ปี 2526    เป็นต้นมา โดยผลัดกันเป็นเจ้าภาพ คือ การฝึกที่บังคับการ (Command Post Exercise, CPX) ทำการฝึก ณ ฐานทัพอากาศ PAYA LEBAR  ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่10-16 สิงหาคม2526  มีกองทัพอากาศสิงคโปร์ เป็นเจ้าภาพ ส่วนการฝึกภาคปฏิบัติการบิน (Air Maneuvering Exercise, AMX)   จัดขึ้นในประเทศไทย ณ กองบิน 1  ระหว่างวันที่ 26 สิงหาคม – 6 ตุลาคม 2526  มีกองทัพอากาศเป็นเจ้าภาพ ภายใต้ชื่อรหัส AIR  THAISING 1/83 กองทัพอากาศสิงคโปร์จัดเครื่องบินขับไล่แบบ F-5E/F, HUNTER และ A-4 เข้าร่วมการฝึก ในขณะที่กองทัพอากาศ จัดเครื่องบินขับไล่แบบ F-5 A/B/E/F เข้าร่วมการฝึก จนก้าวเข้าสู่ยุคเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงแบบ F-16A/B ที่ทั้งสองชาตินำเข้าร่วมการฝึกร่วมกัน การฝึกมาจนกระทั่งปี 2537 รวมทั้งหมด 12 ครั้ง

ขณะเดียวกันกองทัพอากาศได้ส่งกำลังเข้าร่วมการฝึกหลายฝ่าย COPE THUNDER ร่วมกับกองทัพอากาศสหรัฐ ฯ และกองทัพอากาศมิตรประเทศอื่น ๆ เป็นประจำทุกปี ณ ฐานทัพอากาศ Clark ประเทศฟิลิปปินส์  โดยเข้าร่วมเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2525 ภายใต้รหัส COPE THUNDER 82-3  จนกระทั่งในปี 2534  เกิดสถานการณ์ด้านการเมืองและภัยธรรมชาติในประเทศฟิลิปปินส์ เป็นเหตุให้การฝึก COPE THUNDER ไม่สามารถดำเนินการฝึกที่ประเทศฟิลิปปินส์ได้ (ปัจจุบันได้ย้ายไปทำการฝึก   ในประเทศสหรัฐฯ ) ซึ่งเมื่อแรกเริ่มที่ย้ายออกจากฟิลิปปินส์นั้นสหรัฐฯ ได้แสวงหาพื้นที่ในภูมิภาคนี้ เพื่อฝึกทดแทน และพบว่าประเทศไทยมีศักยภาพสูงสำหรับการฝึกขนาดใหญ่ 
ต่อมา เมื่อวันที่ 29  มิถุนายน 2536 คณะรัฐมนตรีมีมติให้มีการฝึกพหุภาคี หรือการฝึกหลายชาติ (MULTILATERAL EXERCISE) ระหว่างกองทัพอากาศ กองทัพอากาศสิงคโปร์ และกองทัพอากาศสหรัฐฯ โดยได้ยกเลิกการฝึก 2 ชาติ   รหัส AIR THAISING และเริ่มจัดการฝึก 3 ชาติครั้งแรกในปี 2538 ภายใต้รหัสการฝึกใหม่ว่า COPE TIGER 95 ใช้พื้นที่   กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา เป็นหลัก และดำเนินการฝึกมาจนถึงปัจจุบัน
การจัดงานฉลองวาระครบรอบ 30 ปี ของความร่วมมือด้านการบินของกองทัพอากาศ และกองทัพอากาศสิงคโปร์      มีกิจกรรมต่าง ๆ ประกอบด้วย กิจกรรมด้านการบิน เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ด้านการบินร่วมกัน โดยการฝึกบินทางยุทธวิธีผสม และการสัมมนาเกี่ยวกับศาสตร์ด้านการบิน

สำหรับการฝึกบินยุทธวิธีผสมระหว่างทั้งสองกองทัพอากาศ โดยมี นาวาอากาศเอก ณรงค์ อินทชาติ ผู้บังคับการกองบิน 1 เป็นผู้อำนวยการฝึกบินยุทธวิธีผสมระหว่างกองทัพอากาศและกองทัพอากาศสิงคโปร์ มีอากาศยานเข้าร่วมการฝึกประกอบด้วย เครื่องบินขับไล่แบบที่ 19/ก (F-16A/B) จำนวน 6 เครื่อง จากกองบิน 1 และเครื่องบินขับไล่แบบ F-5E จำนวน 6 เครื่องจากกองทัพอากาศสิงคโปร์ พร้อมกำลังพลฝ่ายละ140 คน เข้าร่วมการฝึกและการสัมมนาร่วมกัน
ในวันที่ 20สิงหาคม พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ  เป็นประธานร่วมกับ พลอากาศจัตวา Hoo Cher Mou ผู้บัญชาการทหารอากาศสิงคโปร์ ในพิธีปิดการฝึกยุทธวิธีผสมในการฉลองวาระครบรอบ 30 ปี ความร่วมมือด้านการฝึกบินระหว่างกองทัพอากาศและกองทัพอากาศสิงคโปร์  ณ กองบิน 1โดยผู้บัญชาการทหารอากาศ เดินทางมาถึงโดยเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 13 หรือ A310 เพื่อรอต้อนรับผู้บัญชาการทหารอากาศสิงคโปร์ ที่จะเดินทางมาโดยเครื่องบินลำเลียงแบบฟ๊อคเกอร์ F50 จากสาธารณะรัฐสิงคโปร์

จากนั้นเป็นการตรวจแถวกองทหารเกียรติยศร่วมกันและกล่าวโอวาส แก่กำลังพลทั้งสองฝ่าย ก่อนจะถ่ายรูปร่วมกันโดยมีการจัดแถวของกำลังพลเป็นเลข 30 เพื่อบันทึกเอาไว้เป็นประวัติเช่นเดียวกับที่เคยมีการจัดแถวเป็นเลข25เมื่อครั้งการจัดงานครบรอบ 25 ปีในปี พศ.2551
แม้ว่าการจัดงานในครั้งนี้การปฏิบัติงานส่วนกำลังพลจะเป็นภารกิจในรูปแบบGoodwill visit ไม่ได้เน้นในด้านการปฏิบัติงานทางทหาร ดังเช่นการฝึก Cope Tiger เป็นการร่วมฝึกบินหมู่ร่วมกันระหว่างอากาศยานของทั้งสองประเทศแต่สิ่งที่แสดงออกถึงการให้ความสำคัญของงานในครั้งนี้ ที่นอกจากผู้บัญชาการกองทัพอากาศของทั้งชาติจะเดินทางมาร่วมงานด้วยดัวเองแล้ว อดีตผู้บัญชาการของทั้งสองฝ่ายยังเดินทางมาร่วมงานอีกถึงห้าท่าน ไม่นับรวมนายทหารระดับสูงอีกจำนวนมากที่เคยได้ปฏิบัติงานร่วมกันต่างเดินทางมายังกองบิน1อีกเป็นจำนวนมาก

เสร็จสิ้นจากพิธีปิดอย่างเป็นทางการแล้ว แต่สิ่งที่สร้างความประทับใจให้กับแขกของกองทัพอากาศคือ การจัดพิธีต้อนรับในช่วงเย็น ที่กองบิน1จัดพื้นที่หน้าอาคารธูปเตมีย์ให้กลายเป็นลานประวัติศาสตร์ ด้วยการจำลองปราสาทหินพนมรุ้ง มาเป็นฉากหลังที่บอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่กองบิน1ด้วยเทคนิคแสงสีที่ตื่นตาตื่นใจ พร้อมทั้งการแสดงต้อนรับของนางอัปสรที่เป็นเอกลักษณ์อันงดงามอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวโคราช

พื้นที่ภายในตัวอาคารเป็นพื้นที่ถูกเตรียมเอาไว้สำหรับบอกเล่าเรื่องราวในอดีตของการฝึกที่ผ่านมาในอดีต ซึ่งนายทหารระดับสูงของทั้งสองฝ่ายต่างได้มีโอกาสรำลึกถึงความหลังกันตั้งแต่จุดนี้ หลายท่านได้เซ็นลายเซ็นต์เป็นที่ระลึกบนภาพในอดีตร่วมกัน อันเป็นการเริ่มบรรยากาศของงานเลี้ยงที่อบอุ่นในรูปแบบ “เพื่อนมีต่อเพื่อน”ด้วยกัน จุดที่เป็นไฮไลท์ของงานในครั้งนี้คือช่วงเวลาของการนำเสนอภาพยนต์สารคดีที่รวบรวมภาพในอดีตของการปฏิบัติงานร่วมกันของทั้งสองชาติตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน สร้างความประทับใจให้ผู้ร่วมงานในคืนนั้นได้เป็นอย่างดี จนพลอากาศจัตวา Hoo Cher Mou ได้กล่าวไว้ในส่วนหนึ่งของคำกล่าวปิดงาน “เวลา 30 ปี ของความสัมพันธ์ของกองทัพอากาศไทย และสิงคโปร์นั้น เป็นช่วงเวลาที่ยาวนานมาก เมื่อการฝึกไทย-สิง ได้เริ่มขึ้น ผมและผู้บัญชาการอึ้ง ( Major General Ng Chee Khern อดีตผู้บัญชาการกองทัพอากาศสิงคโปร์ ที่เดินทางมาร่วมงานด้วย)ยังเป็นเพียงนักเรียนอยู่ จากภาพที่ได้เห็นในวิดีโอ ในภาพของนิทรรศการที่เราได้เห็นกันไป คงเป็นสิ่งที่พิสูจน์ถึงมิตรภาพที่เรามีต่อกันได้เป็นอย่างดี ผมอยากให้เหล่านักบินของกองทัพอากาศสิงคโปร์ในปัจจุบันที่ได้มาร่วมงานในครั้งนี้ ได้รับรู้ถึงสิ่งที่ผูกพันกองทัพอากาศทั้งสองมีต่อกันตลอดเวลาที่ผ่านมา นั้นคือเหตุผลที่ผมและเหล่าผู้บัญชาการระดับสูงต่างมาร่วมงานในครั้งนี้ ”

แม้แต่ในช่วงของการสิ้นสุดงานเลี้ยง บรรยาการของมิตรภาพแห่งการสังสรรค์ของเพื่อนเก่ายังคงมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม การแลกของที่ระลึกกองทัพอากาศสิงคโปร์ก็ดูเหมือนจะรู้ใจเพื่อนของเขาด้วยการนำข้าวโพดคั่ว “การ์เล็ต”ที่เป็นของฝากยอดนิยมของสิงคโปร์ในขณะนี้ ลำเลียงมาพร้อมกับเครื่องฟ๊อคเกอร์มามอบให้แลกเปลี่ยนกับของที่ระลึกของฝ่ายไทยเราคงไม่ต้องบอกหรอกว่าของฝากจากสิงคโปร์นี้ถูกใจแค่ไหน
เรื่องราวความผูกพันของระหว่างกองทัพอากาศและกองทัพอากาศสิงคโปร์นั้นจะยังคงมีไปยังต่อเนื่อง และแนบแน่นตามห้วงเวลาที่เพิ่มมากขึ้น ดังถ้อยคำมากมายที่ถูกบันทึกไว้บนบอร์ดที่ระลึกที่ทุกคนได้เข้าร่วมงานได้เขียนฝากเอาไว้ หนึ่งในถ้อยคำที่ถ่ายทอดความสัมพันธ์นี้ได้ชัดเจนที่สุด คงเป็นประโยค “Thai Sing Forever!”

2017  ThaiArmedForce.com   globbersthemes joomla templates