


| TAF Special #14 - AU-23A Peacemaker In Agricultural Mission | บินไปกับ บ.จธ.๒ ในภารกิจการโปรยเมล็ดพันธุ์พืช |
|
|
|
| Written by Administrator |
| Sunday, 24 January 2010 19:08 |
TAF Special #14 - RTA & RTAF Firepower Demonstrationในอดีต เครื่องบินลำนี้มีบทบาทสำคัญในสงครามกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ไปจนถึงภารกิจการป้องกันชายแดนจากกองกำลังต่างชาติหลายครั้บ แม้แต่ในปัจจุบัน เครื่องบินใบพัดความเร็วต่ำลำนี้ก็ยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องบินที่มีความสำคัญที่กองทัพอากาศขาดไม่ได้ในปัจจุบัน ไม่น่าเชื่อว่า แม้เวลาจะผ่านมาเกือบ 40 ปี แต่ AU-23A Peacemaker ของกองทัพอากาศไทยยังคงมีงานล้นมืออยู่ในปัจจุบัน แม้ว่ารูปแบบของการต่อสู้จะเปลี่ยนไป แต่ Peacemaker ฝูงเดียวในโลกฝูงนี้ยังคงปฏิบัติงานได้อย่างดี ยากที่จะมีใครมาทดแทนได้ในปัจจุบัน ทีมงาน TAF สองคนคือ Skyman และ Somserj ได้รับเกียรติจากกองบิน 5 ให้ติดตามไปสังเกตุการณ์ภารกิจการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชที่กองบิน 5 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายสิบภารกิจที่ Peacemaker ทำอยู่ในปัจจุบันครับ
AU-23A Peacemaker เกิดขึ้นจากความต้องการของกองทัพอากาศสหรัฐที่จะเพิ่มอำนาจการยิงให้กับกองทัพอากาศเวียดนามใต้ในภารกิจการปราบปรามผู้ก่อการร้าย โจมตีเบา และการลำเลียงทางยุทธวิธี โดยกองทัพอากาศสหรัฐได้ใช้แผนแบบของ PC-6 ซึ่งเป็นเครื่องบินอเนกประสงค์ขนาดเล็กที่ผลิตโดยบริษัท Pilatus ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ โดยได้ทำการปรับปรุงแผนแบบจากเครื่องบินพลเรือนให้กลายเป็นเครื่องบินทางทหาร และมอบหมายให้บริษัท Fairchild Hiller ผลิตส่งมอบให้กองทัพอากาศสหรัฐจำนวน 35 ลำ
แม้ว่าการทดสอบและประเมินค่าในสงครามเวียดนามนั้นจะได้ผลดีในระดับที่น่าพอใจ แต่ความกังวลว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ทันสมัยของเวียดนามเหนืออาจจะทำให้ Peacemaker ประสบกับการสูญเสียอย่างหนักได้ สหรัฐจึงตัดสินใจที่จะไม่นำไปใช้ในสงครามเวียดนาม ต่อมาเมื่อกองทัพอากาศไทยเห็นว่า Peacemaker เป็นเครื่องบินที่น่าจะตอบสนองต่อภารกิจของกองทัพอากาศไทยได้ จึงได้ติดต่อร้องขอให้สหรัฐส่ง Peacemaker ให้กับกองทัพอากาศไทย ซึ่งสหรัฐก็ทำการส่งมอบเครื่องบินทั้งหมดและนำเข้าประจำการในกองทัพอากาศไทยตั้งแต่ปี 2515 เป็นต้นมา โดยกองทัพอากาศกำหนดชื่อว่า เครื่องบินโจมตีธุรการแบบที่ 2 หรือ บ.จธ.2
ในกองทัพอากาศไทย Peacemaker รับหน้าที่ในภารกิจโจมตีทางอากาศ สนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด บินคุ้มกัน บินลาดตระเวนทางอากาศ ควบคุมการโจมตีทางอากาศ ปฏิบัติการจิตวิทยา และใช้งานทั่วไป โดยในครั้งแรก Peacemaker ประจำการ ณ ฝูงบิน 22 กองบิน 2 ซึ่งต่อมาในปี 2533 กองทัพอากาศได้โอนย้าย Peacemaker จำนวน 11 เครื่องเข้ามาประจำการในฝูง 531 และโอนย้ายเครื่องทั้งหมดมาที่ฝูง 531 กองบิน 53 ในปี 2539 และเมื่อมีการปรับโครงสร้างของกองบิน 53 ให้กลายเป็นกองบิน 5 ก็มีการเปลี่ยนชื่อฝูงเป็นฝูง 501 ในปัจจุบัน
ตลอดเวลาที่ผ่านมา Peacemaker เข้าร่วมกับการรบหลายครั้งไม่ว่าจะเป็นสมรภูมิภูหินร่องกล้า, สมรภูมิผาตั้ง, สมรภูมิผาจิ, ยุทธการบ้านชำราก ฯลฯ โดยใช้ปืนกลอากาศ M179 ขนาด 20 มม. 3 ลำกล้อง จรวดไม่นำวิถี และระเบิดในการโจมตีต่อเป้าหมาย ซึ่งจากคุณลักษณะของมันที่มีขนาดเล็กแต่สามารถใช้อาวุธร้ายแรงได้ ทำให้มันได้รับชื่อเล่นว่า Mosquito และนอกจากภารกิจการปฏิบัติการจิตวิทยาหรือการควบคุมอากาศยานหน้า (Forward Air Controller) แล้ว Peacemaker ยังทำหน้าที่เป็นตาของกองทัพอากาศ (Eyes of The Fleet) ในช่วงสงครามเย็น กองทัพอากาศใช้ Peacemaker คอยบินตรวจการเลียบแนวชายแดนสังเกตุความเคลื่อนไหวของเครื่องบินขับไล่แบบ MiG-21 ของฝ่ายลาว ซึ่งเมื่อ MiG-21 บินขึ้น Peacemaker ก็จะแจ้งให้กับกองทัพอากาศส่งเครื่องบินขับไล่แบบ F-5 ขึ้นสกัดกั้นทันที และในอีกหลายภารกิจในรอบเกือบ 40 ปีที่ผ่านมา
แม้ในปัจจุบัน ที่ประเทศไทยอยู่ห่างไกลจากสงครามขนาดใหญ่ไปมากแล้ว แต่ Peacemaker ก็ยังมีภารกิจอยู่อย่างต่อเนื่อง นอกจากการปฏิบัติภารกิจทางยุทธการในภาคใต้ของ Peacemaker ซึ่งติดตั้งอุปกรณ์ถ่ายภาพแล้ว Peacemaker ยังได้รับภารกิจตั้งแต่การบินลากธง การปล่อยควันสี การบินทางธุรการ ไปจนถึงการบินสำรวจ การทำฝนหลวง และการปล่อยเมล็ดพันธุ์พืช จึงทำให้แทบทุกวัน Peacemaker มีภารกิจแทบจะล้นมือ และเครื่องของฝูงก็ถูกนำไปวางกำลังตามที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศเสมอ ๆ
และเมื่อภารกิจการบินปล่อยเม็ดพันธุ์ถือเป็นหนึ่งในภารกิจของ Peacemaker แล้ว ในปีนี้ กองบิน 5 ก็ได้จัดให้มีการโปรยเมล็ดพันธุ์ต้นไม้เหมือนเช่นทุกปี โดยใช้เมล็ดพันธุ์มะค่าซึ่งปั้นหุ้มด้วยดินและปุ๋ยเป็นก้อนกลมปล่อยลงจาก Peacemaker ในทุกเที่ยวบินที่ Peacemaker ทำการฝึกบินในพื้นที่ที่กำหนดไว้ เพื่อเป็นการใช้ชั่วโมงอากาศยานที่ต้องทำการฝึกบินอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
ในวันนี้เป็นพิธีเปิดโครงการ มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้บังคับการกองบินหนึ่ง เจ้าหน้าที่ เด็กนักเรียน และกลุ่มแม่บ้านมาร่วมพิธีครับ โดยเป็นพิธีรับมอบเมล็ดพันธุ์และใส่ลงในถังบนเครื่องพื้นบินขึ้นไปปล่อยครับ
ทางด้านหมู่บินของเรานั้นจะทำการฝึกเหนือพื้นที่อำเภอบางสะพานซึ่งพื้นที่บางส่วนเป็นพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน แต่พื้นที่บางส่วนก็เป็นพื้นที่ป่า เราจะทำการปล่อยเมล็ดพันธุ์ลงที่นี่ครับ
สาเหตุที่ทางฝูงเลือกเมล็ดมะค่าก็เนื่องมาจากมะค่าเป็นไม้ยืนต้นที่มีลำต้นใหญ่ ซึ่งสามารถให้ร่มเงาและสร้างพื้นที่ป่าได้มากกว่าไม้ล้มลุกหรือไม้เลื้อยขนาดเล็ก
เมื่อถึงพื้นที่ป่าเป้าหมาย พลปืนประจำเครื่องซึ่งวันนี้ไม่ได้ทำหน้าที่ยิงปืนก็เป็นผู้ปล่อยเมล็ดพันธุ์ลงจากเครื่องครับ โดยเครื่องใส่เมล็ดพันธุ์ไว้ในถังเก็บสารฝนหลวง
ปล่อยเสร็จแล้วครับ ภาพนี้ถ่ายระหว่างทางกลับผ่านช่องที่เมล็ดตกลงไปครับ ตรงนี้เป็นพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน
ลายพรางของ Peacemaker และภูมิประเทศ
ระหว่างทางกลับเราบินผ่านเลียบชายฝั่งทะเลของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ซึ่งนักบินที่เข้ารับการฝึกในวันนี้เป็นนักบินที่เพิ่งบรรจุใหม่ในฝูง 501 ครับ จึงต้องทำการบินฝึกเพื่อให้มีความชำนาญและมีความพร้อมรบ (Combat Ready) กับ Peacemaker ก่อน
ตอนนี้ก็ถือว่าชมภาพสวย ๆ แล้วกันครับ กองบิน 5 ถือเป็นค่ายทหารที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
หลายท่านอาจจะเคยได้ยินชื่อของอ่าวมะนาว เขาล้อมหมวก และอุทยานประวัติศาสตร์กองบิน 5 ในกองบิน 5 ซึ่งทางกองทัพอากาศเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปท่องเที่ยวและพักผ่อนในกองบินได้ครับ
ท่านใดชอบทะเล และชอบดูเครื่องบิน มาพักที่นี่ ไม่น่าจะผิดหวังครับ และในวันที่ 7 - 15 ธ.ค. นี้ ทางกองบินฝากประชาสัมพันธ์มาว่า มีงานสดุดีวีรชน 8 ธ.ค. 84 ด้วย ท่านใดสนใจ ก็ขอเชิญได้ครับผม ช่วงนี้ที่พักยังมี ได้บรรยากาศส่วนตัว ๆ มากหน่วย แต่ถ้าเลือกไปช่วงมกราคมหรือกุมภาพันธ์คนจะค่อนข้างเยอะครับ ถ้าขึ้นรถตู้จากกรุงเทพก็สามารถขึ้นได้ที่ปั๊มน้ำมันตรงข้ามสายใต้เก่า ราคา 240 บาท บอกเขาว่าไปกองบิน 5 เขาไปส่งถึงบ้านพักในกองบินได้เลยครับ ขากลับก็มารับที่บ้านพักได้เลย เหอ ๆ (อย่างน้อยทีมงานก็ไปใช้บริการมาแล้ว สะดวกครับ)
พูดเรื่องเครื่องบินแล้วการเป็นนำเที่ยวไปซะงั้น เหอ ๆ ดังนั้น ทีมงานก็ขอจบการรายงานแต่เพียงเท่านี้ครับ
VDO จากภารกิจ
ทีมงาน ThaiArmedForce.com ขอขอบคุณ
|
| Last Updated on Thursday, 04 March 2010 20:37 |
