• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
TAF Special #18 - Black Ranger & RTA Medical Unit in Pattani - ทหารพรานและหน่วยแพทย์ทหารบกในปัตตานี PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Sunday, 07 February 2010 21:49

หมู่บ้านตังหยงเปาว์ตั้งอยู่ที่ ตำบลท่ากำซำ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เป็นหมู่บ้านชายทะเล ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทำประมง โดยส่วนมากแล้วจะเป็นประมงพื้นบ้านซึ่งใช้เรือหางยาวหรือเรือกอและเป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพ ชาวบ้านที่นี่เคยถูกขนานนามถึงความสำเร็จของการร่วมมือกันในการต่อสู้เพื่อแก้ปัญหาการทำประมงอวนรุนจากเรือประมงพาณิชย์ขนาดใหญ่ โดยการเข้าร่วมกับชมรมประมงพื้นบ้านปัตตานีในการต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมจากภาครัฐในสิทธิในการใช้ทรัพยากรทางทะเลของหมู่บ้าน มีการสร้างเรือตรวจการณ์อย่างดีจำนวนสองลำเพื่อลาดตระเวนตรวจสอบป้องกันไม่ให้เรือขนาดใหญ่ลักลอบเข้ามาจับปลาในซั้ง หรือปะการังเทียมซึ่งเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านของชาวปัตตานี ไปขาย โดยมีการประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจับกุม การต่อสู้ของชาวบ้านทำให้เกิดกฏกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งห้ามไม่ให้เรือประมงพาณิชย์ขนาดใหญ่เข้ามาทำประมงในน่านน้ำชายฝั่งซึ่งเป็นการทำลายประมงพื้นบ้าน

เกือบ 10 ปีผ่านไป เรือตรวจการณ์ของชาวบ้านสองลำที่เคยใช้ ลำหนึ่งจมเอียงตะแคงอยู่ที่ท่า อีกลำอยู่ในสภาพย่ำแย่ โรงเรียนประจำหมู่บ้านถูกเผา รอบ ๆ หมู่บ้านมีเหตุระเบิดอยู่ทั่วไป ไม่เว้นแม้แต่ร่องรอยการเผายางรถยนต์และข้อความโจมตีเจ้าหน้าที่ของรัฐหลายข้อความบนถนนเข้าหมู่บ้าน

หมู่บ้านแห่งนี้กลายเป็นหมู่บ้านพื้นที่สีแดง ที่ครั้งหนึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่สามารถแม้แต่จะย่างเท้าเข้าไปได้ ที่นี่กลายเป็นแนวหน้าแรกสุดในการต่อสู้ซึ่งไม่สามารถเอาชนะได้ด้วยอาวุธระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐและกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ

เกิดอะไรขึ้นที่นี่?

นั่นคงเป็นสิ่งที่เกินเลยกว่าที่ทีมงานของเราจะหาคำตอบได้ แต่ในทางกลับกัน เราใช้โอกาสนี้ ติดตามผู้ที่กำลังแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้น ทีมงานของเราสองคนคือคุณ Wingboy และ Skyman ร่วมคณะไปกับชุดปฏิบัติการของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ หน่วยเฉพาะกิจปัตตานีที่ 24 ในภารกิจการปฏิบัติการจิตวิทยามวลชนในพื้นที่หมู่บ้านตังหยงเปาว์ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพื่อเฝ้าดูการปฏิบัติภารกิจของกำลังพลในหน่วยต่าง ๆ ในหมู่บ้านแห่งนี้

หมายเหตุ: เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ และเป็นไปตามหลักการที่ถูกต้องในการรักษาความลับทางการทหารในพื้นที่ปฏิบัติการจริง ทีมงานจึงปิดบังชั้นยศและชื่อนามสกุลของนายทหารที่เอ่ยถึง โดยจะใช้ชื่อสมมุติแทน รวมถึงอำพรางหน้าเมื่อเห็นว่าจำเป็น

 

 

เหตุการณ์ปล้นปืนที่กองพันทหารพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 เสมือนหนึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อความไม่สงบรอบใหม่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้และสี่อำเภอในจังหวัดสงขลา ภาพความรุนแรงมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ข่าวการเสียชีวิตของทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ ครู และผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่เกิดขึ้นแทบทุกสัปดาห์

ในปีที่ 5 ของสถานการณ์ แม้ว่าโดยภาพรวมของสถานการณ์นั้นจะดูดีขึ้น เหตุร้ายรายวันเริ่มลดลง แต่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบก็มีการเปลี่ยนยุทธวิธีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายของพวกเขา

นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ กรมทหารพรานที่ 43 ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.หนองจิก จังหวัดปัตตานี ได้รับมอบหมายภารกิจในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ เกาะติด เข้าหามวลชนที่หลงผิด และเป็นด่านหน้าและหน่วยแรกสุดที่จะเข้าไปยังพื้นที่เป้าหมายเพื่อสร้างมวลชนให้กลับมาเป็นฝ่ายเราอย่างสม่ำเสมอ

กรมทหารพรานที่ 43 โดยหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 43 รับผิดชอบพื้นที่ 6 อำเภอในจังหวัดปัตตานี ประกอบไปด้วย อ.หนองจิก, อ.เมือง, อ.แม่ลาน, อ.ยะรัง, และ อ. ยะหริ่ง ภายใต้การปฏิบัติการของกองบัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร และหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ในหน้าที่รับผิดชอบคือป้องกันการก่อเหตุรายวัน และปฏิบัติงานทางด้านการเมืองช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่

โครงสร้างของกรมทหารพรานที่ 43 นั้นประกอบไปด้วยกองร้อยทหารพราน 16 กองร้อย และหมู่ทหารพรานหญิง 3 หมู่ โดยแบ่งเข้าสนับสนุนภารกิจของกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้การสั่งการของกองบัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร และหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย

 


"ทหารพราน" เป็นกองกำลังกึ่งทหาร (Para-military unit) จัดตั้งขึ้นครั้งแรกตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 กรกฏาคม 2521 ในสมัยที่ พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีเป้าหมายสำคัญในการต่อต้านการแผ่ขยายอิทธิพลของลัทธิคอมมิวนิสต์ โดยใช้กองกำลังกึ่งทหารซึ่งมีความอ่อนตัวในการปฏิบัติงานมากกว่าหน่วยทหารหลัก ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทหารพรานได้พิสูจน์คุณค่าทางยุทธการมามากมายในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

และที่นี่ ... สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ... ก็เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของคุณค่าของทหารพราน

 

วันนี้มีคณะใหญ่จากทางฝ่ายยุทธการของหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ทางฝ่ายปกครองของอำเภอหนองจิก และทางชุดของทหารพรานลงพื้นที่พบปะชาวบ้านครับ โดยมาแจกพันธุ์ปลาและทิ้งจุลินทรีย์เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำทะเลในบริเวณนั้น

แต่ถัดจากพื้นที่หมู่บ้านนี้ไปไม่ไกล ก็เป็นพื้นที่ซึ่งเกิดเหตุลอบวางระเบิดรถของหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 43 เพียงหนึ่งวันก่อนที่เราจะเข้าไป โชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บมากจนต้องพิการหรือเสียชีวิต

 

หนึ่งผู้ที่ร่วมคณะไปกับเราในวันนั้น คือกำลังพลทหารพรานหญิงของหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 43

ทหารพรานหญิงถูกจัดตั้งขึ้นในช่วงที่สถานการณ์กำลังปะทุถึงขีดสุด ในพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้ในช่วงนั้น มักจะเกิดการชุมนุมของผู้หญิงและเด็กหลังจากเหตุการณ์ความรุนแรงเสมอ แนวคิดการจัดตั้งทหารพรานหญิงจึงถูกนำมาใช้เพื่อขจัดอุปสรรคในด้านศาสนาที่มีผลต่อการปฏิบัติการ รวมถึงด้วยความเป็นผู้หญิง ความนุ่มนวลในการปฏิบัติการจึงมีมากกว่าผู้ชาย

แนวคิดนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เพียงไม่นาน การชุมนุมของผู้หญิงและเด็กก็แทบจะหายไปหมด และทหารพรานหญิงก็ประสบความสำเร็จในการเข้าหาชาวบ้านได้เป็นอย่างดี

 

อีกหน่วยหนึ่งที่ลงปฏิบัติภารกิจในวันนั้นก็คือหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ หน่วยเฉพาะกิจปัตตานีที่ 24 กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 153 ซึ่งลงพื้นที่รับตรวจรักษาชาวบ้านที่เจ็บป่วยโดยไม่คิดมูลค่า

 

พื้นที่หมู่บ้านนี้มีประวัติเหตุการณ์ความไม่สงบบ่อยครั้ง ทางกองบัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหารจึงประสานส่งหน่วยทหารพรานเข้าเกาะติดพื้นที่เพื่อสร้างมวลชน ทำให้ทหารพรานจะเป็นหน่วยแรกสุดที่เข้าไปในพื้นที่ที่เสี่ยงภัยที่สุดสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐในช่วงนั้น โดยการจัดตั้งชุดสันติสุขเข้าไปตั้งฐานในหมู่บ้านเพื่อรับรู้ความต้องการของชาวบ้านโดยตรง และเป็นการจำกัดเสรีภาพในการปฏิบัติการของฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่หมู่บ้านแห่งนี้

 

"ส่วนมากแล้วทหารพรานหญิงจะมาจากในพื้นที่ พวกนี้มีฝีมือดี ศิลปะป้องกันตัวนี่กินขาด เป็นครูสอนวิชาอาวุธให้ทหารพรานชายด้วยซ้ำ" ทหารพรานคนหนึ่งเล่าให้เราฟัง

 

งานมวลชนเป็นงานที่ใช้การเมืองนำการทหาร ที่นี่ ปืนเป็นอาวุธประจำกายรองจาก "ความเข้าใจ" ซึ่งไม่สามารถหาซื้อได้จากประเทศผู้ผลิตอาวุธทั่วไป แต่เป็นสิ่งที่ทหารพรานต้องสร้างขึ้นมาเองกับมือ

ที่นี่คือสนามรบที่ไม่มีแนวหน้าหรือแนวหลัง เพราะทุกคนอยู่ในแนวเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นพลทหารหรือนายพล

(ในภาพคือ พลตรีจีระศักดิ์ ชมประสพ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี)

 

 

"ทหารพรานมีหน้าที่เข้าหาชาวบ้าน มีอะไรก็เรียกทหารพรานได้หมด เราทำได้หมดตั้งแต่ทำการรบ การเฝ้าระวัง การลาดตระเวน ไปจนถึงเป็นครูสอนเด็กนักเรียน เป็นวิทยากรสาธิตการเลี้ยงไก่ เป็นหน้าที่ของทหารพรานทั้งสิ้น"

"ที่นี่เราทำงานกันไม่มีวันหยุด ทำงาน 7 วันตลอด 24 ชั่วโมง"

และแน่นอน ในเครื่องแบบพร้อมรบ ..... มือขวาถือปืน มือซ้ายถือถุงขนม

 

เช่นเดียวกับการปฏิบัติงานของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ซึ่งวันนี้รับหน้าที่รักษาชาวบ้านที่เจ็บป่วยโดยไม่คิดมูลค่า

โดยส่วนมากแล้ว หน่วยต่าง ๆ มักจะใช้ทหารพรานเป็น "ล่าม" ในการสื่อสารภาษายาวีกับชาวบ้านที่พูดภาษาไทยไม่ได้ นี่ก็เป็นข้อได้เปรียบหนึ่งของทหารพรานซึ่งมาจากในพื้นที่

 

ชายคนนี้มีอาการปัสสาวะติดขัดมานาน หมอวินิฉัยว่าน่าจะเกิดจากนิ่ว จึงแนะนำให้ไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด

 

ชายคนนี้มีอาการคันตามตัว ผิวหนังเป็นสะเก็ดโดยทั่วไป หมอวินิจฉัยว่าเป็นโรคสะเก็ดเงินในระยะที่ค่อนข้างรุนแรง จึงให้ยาแก้คัน แนะนำให้ไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดเช่นกัน

 

ชายคนนี้มีอาการหายใจไม่อิ่มมาเป็นเวลากว่าสองปีแล้ว หมอวินิฉัยว่าน่าจะเกิดโรคถุงลมโป่งพอง จึงแนะนำให้พยายามหยุดสุบบุหรี่ และไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดอีกเช่นกัน

 

ด้วยจรรยาบรรณที่สำคัญที่สุดของแพทย์คือ มีเมตตาจิตแก่คนไข้ ไม่เลือกวรรณะ ให้การรักษาแก่มนุษย์ทุกหมู่เหล่าไม่ว่าเชื้อชาติ ศาสนา ความเชื่อ หรือแนวคิดใดโดยเท่าเทียมกัน และนั่นย่อมหมายถึงการรักษาทุกคนไม่ว่าคน ๆ นั้นจะเป็นแนวร่วมหรือราษฏรผู้บริสุทธิ์ก็ตาม

 

ภารกิจเหล่านี้เป็นภารกิจของทหารและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งคนส่วนใหญ่จะนึกไม่ถึง นั่นเป็นเพราะว่าทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในสงครามที่เป็นสงครามซึ่งต้องใช้การเมืองนำการทหาร จำนวนกระสุนที่ยิงออกไป น้อยกว่าจำนวนชั่วโมงที่เจ้าหน้าที่เข้าหาชาวบ้าน ซึ่งนั่นจะทำให้การแก้ปัญหายั่งยืนมากกว่าการใช้กำลัง

เพราะนี่คือสงครามการช่วงชิงจิตใจของมวลชน

"เราต้องดูแลให้เกิดความยุติธรรม เรื่องอุ้มฆ่า ซ้อม ทรมาน เมื่อก่อนยอมรับว่าอาจจะมี แต่ตอนนี้เรายอมให้มีไม่ได้ ตรงนี้เรากำชับลูกน้องอยู่เสมอ เพราะถึงแม้เราไม่ลงโทษ ผู้บังคับบัญชาระดับสูงก็จะสั่งลงโทษแน่นอน"

 

"พี่ว่ามันจะจบเมื่อไหร่?" เราลองถาม

...
...
...

"ไม่รู้เหมือนกัน"

คงยังไม่มีใครรู้ แน่นอนเราก็ไม่รู้ แต่สิ่งที่เจ้าหน้าที่ในสามจังหวัดภาคใต้ทำอยู่ก็คือ พยายามหาคำตอบให้กับคำถามนี้

 

ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หมวดที่ 1 บททั่วไป มาตราที่ 1 นั้น มีข้อความซึ่งแทบไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงเลยแม้ว่าประเทศไทยจะขึ้นชื่อว่าใช้รัฐธรรมนูญเปลืองที่สุดในโลกก็ตาม

"ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้"

..... จะแบ่งแยกมิได้

 

คุณความดีใดที่เกิดจากบทความทั้งสองตอนนี้ของ ThaiArmedForce.com เราขออุทิศให้กับทหาร ตำรวจ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้บริสุทธิ์ไม่ว่าศาสนาใด ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้และสี่อำเภอในจังหวัดสงขลา

ทีมงานและสมาชิกของ ThaiArmedForce.com ขออวยพรและส่งแรงใจให้กับทหาร ตำรวจ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนผู้บริสุทธิ์ทุกคนที่กำลังทำให้หน้าที่ของตนในพื้นที่ ไม่ว่าที่ไหน เราขอให้ทุกท่านปฏิบัติภารกิจได้สำเร็จลุล่วงและปลอดภัย และได้กลับบ้านไปหาคนที่ท่านรักในที่สุด.

 

ทีมงาน ThaiArmedForce.com ขอขอบคุณ

- ผู้บังคับการ และนายทหารประชาสัมพันธ์ของกรมทหารพรานที่ 43 พร้อมทั้งกำลังพลทุกคน และรวมถึงกำลังพลของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ หน่วยเฉพาะกิจปัตตานีที่ 24 กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 153 ทางเรากราบขออภัยที่ปกปิดชื่อ-นามสกุลจริงของทุกท่าน เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน
- พันตรีหญิง ผุสดี เติมยอด ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า
- พันเอกบรรพต พูลเพียร หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า
- พลโทพิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4

Last Updated on Saturday, 05 June 2010 17:11
 

Comments  

 
+1 #1 jino312 2010-02-07 23:13
สุดยอกมาก
ทีมงาน TAF เยี่ยมมาก
ผมเคยลงไปที่ปัต ตานี แต่บอกตามตรงว่า ไม่กล้าเข้าเขตพ ื้นที่สีแดง

ขอเป็นกำลังใจให ้ทีมงานครับ
 
 
+1 #2 zepia 2010-02-08 03:21
ขอเป็นกำลังใจให ้เจ้าหน้าที่ทุก นายที่อยู่ในพื้ นที่ครับ
อยากให้รู้ว่ายั งมีที่เล็กๆ ที่หนึ่งในโลกอิ นเตอร์เน็ตอันกว ้างใหญ่ ที่ไม่เคยลืมพวก ท่านเลย

ที่นั้นคือ TAF แห่งนี้ครับ...
 
 
+1 #3 monsoon 2010-02-08 14:53
Well done...guy
 
 
+4 #4 raymaned 2010-02-09 19:17
ยินดีเป็นอย่างย ิ่งเลยครับที่ได ้เจอคุณ skyman ตัวจริง....แถมเจอในสนามด้ว ย 555555

แบบว่าเป็นแฟนอ่ าน blog มานานมาาาาาาาก
 
 
+4 #5 skyman 2010-02-10 10:51
ยินดีที่ได้พบเช ่นกันครับ
 

สมาชิกเท่านั้นจึงสามารถแสดงความเห็นได้ โปรดสมัครสมาชิกหรือติดต่อผู้ดูแลระบบ
Only registered user is able to comment. Please register or contact administrator.

Who's Online

We have 61 guests and 3 members online

Comment ล่าสุด

  • อย่างที่เขาบอกค รับคือว่าเขาอยา กจะดูผลของการปฏ ิ...
  • 1.เหอ ๆ ปฎิบัติงานในพื้ นที่จริง แค่ 60 วันเอง น้อ...
  • อยากไปเที่ยวงาน จังเลย
  • แน่ใจนะว่าหนุ่ม ๆ จะไม่แย่งเขาไปจ ากพวกเราสาวๆ :oo...
  • เอากังหันลมไปด้ วยสิคะ ผลิตไฟฟ้าได้จาก ลมที่เป็นพล...

ข้อมูลของผู้ใช้



QR Code for TAF