นี่คือครั้งที่สองของหน่วยใช้ร่มของกองทัพไทยที่ได้มีโอกาสกระโดดลงจากเครื่องบินลำเลียงขนาดหนักแบบ C-17 Globemaster III ในฐานะส่วนหนึ่งของการฝึกผสมของกองทัพอากาศไทย กองทัพอากาศสหรัฐ และกองทัพอากาศสิงคโปร์ภายใต้รหัส "Cope Tiger 2010" ทีมงาน ThaiArmedForce.com ตามไปชมวินาทีที่สัญญาณไฟเขียวปรากฏขึ้นที่ประตูท้ายเครื่องและนักกระโดดร่มของไทยกระโดดลงสู่กองบิน 2 จังหวัดลพบุรี
Cope Tiger 2010 เป็นการฝึกโดยใช้กำลังทางอากาศที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค และในปีนี้ประเทศที่เข้าร่วมฝึก Cope Tiger ก็ยังส่งอากาศยานเข้าร่วมฝึกกันอย่างพร้อมหน้าเช่นเดิม ซึ่งนอกจากการฝึกของเครื่องบินขับไล่และโจมตีแล้ว ส่วนหนึ่งของการฝึกยังเป็นการฝึกบินลำเลียงและการฝึกของหน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองทัพอากาศซึ่งมีความสามารถในการใช้ร่มชูชีพ โดยส่วนมากแล้ว กำลังพลของกองทัพอากาศไทยจะกระโดดลงจากเครื่องบินลำเลียงแบบ C-130H แต่วันนี้คือโอกาสพิเศษที่กำลังพลของกองทัพอากาศไทยจะได้กระโดดลงจากเครื่องบินลำเลียงไอพ่นแบบ C-17 Globemaster III จากฐานทัพอากาศ Hickam ในมลรัฐฮาวาย ซึ่งกองทัพอากาศสหรัฐส่งเข้าร่วมทำการฝึก Cope Tiger 2010 ทีมงานจึงถือโอกาสติดตามเหล่าพลร่มทั้งฝ่ายไทยและสหรัฐเพื่อสังเกตุการณ์ภารกิจในการกระโดดร่มทั้งการกระโดดร่มแบบสายดึงประจำที่ (Static Line) และการกระโดดร่มแบบเหินเวหา (Free Fall)
การกระโดดร่มในทางทหารนั้นถือเป็นส่วนสำคัญในการปฏิบัติภารกิจหลายประเภท การกระโดดร่มมีประโยชน์เช่นในการส่งกำลังเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการได้ด้วยความรวดเร็วหรือการส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษเข้าแทรกซึมในพื้นที่เป้าหมาย เป็นต้น ในช่วงเช้าของวันที่ 3 มีนาคม กำลังพลที่จะเข้าร่วมทำการกระโดดร่มรวมตัวกันอยู่ที่กองบิน 6 ดอนเมืองซึ่ง C-17 ร่อนลงจอดมารับ แน่นอนว่า C-17 เป็นเครื่องบินลำเลียงขนาดใหญ่ จึงสามารถบรรทุกกำลังพลไปได้หลายสิบนาย
เนื่องจากกองทัพอากาศไทยไม่มีเครื่องบินแบบ C-17 เข้าประจำการ กำลังพลไทยที่จะทำการกระโดดแบบสายดึงประจำที่จึงต้องทำความคุ้นเคยกับสายกระตุกร่มและการกระโดดจากเครื่องบิน C-17 ซึ่งจะมีรายละเอียดต่างออกไปบ้างจากการกระโดดจากเครื่องบิน C-130
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว กำลังพลและเจ้าหน้าที่ทุกคนจึงเดินขึ้นสู่เครื่องบินเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการกระโดดต่อไป
ในการบินเที่ยวนี้ กำลังพลที่จะทำการกระโดดแบบสายดึงประจำที่จะนั่งอยู่ด้านซ้ายของเครื่อง โดยจะกระโดดลงจากประตูด้านข้างของเครื่อง โดยจะมีนายทหารพลร่มของฝ่ายสหรัฐทำการกระโดดด้วย และการกระโดดจะควบคุมโดยผู้ควบคุมการกระโดดร่ม (Jump Master) ของกองทัพสหรัฐซึ่งมีความคุ้นเคยกับ C-17 มากกว่า
ส่วนกำลังพลที่จะกระโดดแบบเหินเวหาซึ่งมีจำนวนมากกว่าจะนั่งอยู่ด้านขวาของเครื่อง โดยจะกระโดดลงจากประตูสัมภาระท้ายเครื่อง (Ramp) ซึ่งจะเปิดออกเมื่อถึงตำแหน่งที่จะกระโดด จะสังเกตุว่าอุปกรณ์ของกำลังพลทั้งสองชุดจะแตกต่างกัน
หลังจากเครื่องบินบินขึ้นไปเพียงไม่นาน ที่ความสูง 1,250 ฟุค เครื่องบินก็ลดความเร็วลงต่ำ นักบินเปิดสัญญาณไฟสีแดง ผู้ควบคุมการกระโดดร่มจึงเดินตรวจเช็คความเรียบร้อยของอุปกรณ์ของกำลังพลที่จะทำการกระโดด
เมื่อผู้ควบคุมการกระโดดสั่งยืน กำลังพลจะเกี่ยวสายสีเหลืองเข้ากับสลิงที่ขึงอยู่ด้านบน ซึ่งสายสีเหลืองนี้จะเป็นสายกระตุกร่มอัตโนมัติ โดยเมื่อกระโดดลงไปแล้วร่มจะถูกกระตุกออกและกางภายในเวลาไม่กี่วินาที แต่ถ้าเกิดความผิดพลาดในการกระตุกจนร่มไม่กาง ผู้กระโดดก็ต้องเปิดร่มสำรองที่ติดอยู่กับตัวเพื่อลงสู่พื้นอย่างปลอดภัย
หลังจากเกี่ยวสายกระตุกร่มเข้ากับสลิงเรียบร้อยแล้ว กำลังพลจะทำการตรวจเช็คอุปกรณ์อีกครั้งเพื่อความแน่ใจและความปลอดภัย โดยจะทำการขานจากหลังไปหน้าจนครบ เพื่อรอสัญญาณเตรียมพร้อมที่หน้าประตู
สัญญาณไฟเขียว! กำลังพลเกือบ 30 นายใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีก็กระโดดลงจนพื้นจนหมด!
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ประจำเครื่องก็ปิดประตู และเริ่มเก็บสายกระตุกร่มซึ่งจะค้างอยู่กับตัวเครื่องบิน จากนี้เราจะไต่ระดับขึ้นไปจนถึงความสูงราว 1 หมื่นฟุตสำหรับการกระโดดแบบแบบเหินเวหาหรือ Free Fall
เวลาผ่านไปสักพัก นักกระโดดร่มเหินเวลาก็เตรียมพร้อม ภารกิจในวันนี้จะทำการกระโดดทั้งหมด 3 ชุด โดยในครั้งแรกเครื่องจะบินผ่านพื้นที่เป้าหมายเหนือกองบิน 2 ลพบุรีก่อนเพื่อตรวจสอบจุดร่อนลงให้แน่ใจ หลังจากนั้นจึงบินวนกลับมาอีกครั้งและพร้อมที่จะปล่อยนักโดดชุดแรกลงสู่พื้น
ซึ่งในการโดดครั้งนี้มีทั้งนักโดดชายและหญิง โดยเฉพาะนักกระโดดร่มหญิงของกองทัพอากาศซึ่งผ่านการแข่งขันในระดับนานาชาติมาแล้ว ถือได้ว่าเป็นนักกระโดดที่มีประสบการณ์สูงมากคนหนึ่ง
ประตูท้ายเครื่องเปิดแล้ว! ทุกคนรู้สึกได้ถึงอากาศเย็นด้านนอก นักกระโดดชุดแรกเดินไปรอที่บริเวณด้านท้าย
เราสามารถสังเกตอุปกรณ์ที่ต่างจากการกระโดดร่มแบบสายดึงประจำที่ได้ชัดเจนที่สุดก็คือนักโดดจะแบกทั้งร่มหลักและร่มสำรองจะอยู่บริเวณด้านหลัง และไม่มีสายดึงประจำที่สีเหลืองเนื่องจากกำลังพลต้องทำการกระตุกร่มเองเมื่อถึงความสูงที่วางแผนไว้ และความสูงก็จะสูงกว่าการกระโดดแบบดึงประจำที่ ดังนั้นการกระโดดแบบดิ่งพสุธาจึงมีความยากอยู่พอสมควร
ไฟสีเขียวเปิดขึ้น! นักโดดชุดแรกกระโดดลงไปแล้ว!!!!
จากนั้นประตูท้ายก็ปิดลงและเครื่องก็เร่งความเร็วเพื่อวนกลับมาสู่จุดเดิมอีกครั้ง ในระหว่างนี้ชุดที่สองที่จะทำการกระโดดก็เตรียมพร้อม และเมื่อประตูท้ายเปิดขึ้นอีกครั้ง ทุกคนก็เตรียมตัวกระโดด!
เมื่อสัญญาณกระโดดปรากฏขึ้น ทุกคนก็วิ่ง ๆ ๆ ๆ กระโดดลงไปโดยไม่รีรอ เพียงไม่กี่วินาทีก็เสร็จ
เราวนกลับมาอีกรอบเพื่อส่งนักโดดชุดสุดท้ายลงสู่พื้นโลก ในชุดนี้เป็นนายทหารของกองทัพอากาศสหรัฐทั้งหมด 4 นายกระโดดลงพร้อมกัน
ภารกิจของวันนี้สิ้นสุดแล้ว เราบินกลับมาลงสู่สนามบินดอนเมืองอย่างปลอดภัย
ด้านในของ C-17 ครับ ส่วนคาร์โก้ของ C-17 ได้รับการออกแบบอย่างสวยงามและในขณะเดียวกันก็เกิดประโยชน์การใช้งานสุงสุด ทุกส่วนได้รับการใช้อย่างคุ้มค่าด้วยการออกแบบที่มีสไตล์ จนผู้ออกแบบได้รับรางวัลการออกแบบภายในอากาศยานยอดเยี่ยม
C-17 ลำนี้ยังคงปฏิบัติภารกิจในการเข้าร่วมการฝึก Cope Tiger 2010 ต่อไปจนถึงกลางเดือนมีนาคมนี้ครับ
ทุกท่านสามารถชม VDO การฝึกในครั้งนี้ได้ตาม link นี้ครับ VDO ถ่ายโดยคุณ Nemesis ทีมงานของ TAF และช่างภาพของกองทัพอากาศสหรัฐครับ
File ขนาดเต็ม
File ขนาดเล็ก
แล้วพบกันใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีครับ ทีมงาน ThaiArmedForce.com ขอขอบคุณ
- คุณบุษบงลาวัณย์ พัฒโร: เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวสารและประชาสัมพันธ์ สถานฑูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย - Mr. Michael R. Turner: Press Attache Embassy of the United States of America - Captain Genieve David: United States Air Force - นายทหารของกองทัพอากาศไทยและกองทัพอากาศสหรัฐทุกคน
Comments
ไม่มั่นพอครับ เลยตามไปถ่ายไม่ ได้
เสียดายโยไม่ทำม ั่ง น่าสนุกนะโยนะ
ตามนั้นฮะ
Quoting popcop765:
มีของปีนี้ไหมฮะ
ไม่ไหวครับ ขอบายแน่นอน
ยังไงปีหน้า ห้ามพลาดนะครับ เป็นกำลังใจให้
RSS feed for comments to this post.